โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ชูธง National Space Agency 'GISTDA' รับสมรภูมิเศรษฐกิจอวกาศเดือด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
ดร.ศิริลักษณ์ พฤกษ์ปิติกุล

การแข่งขันทางเทคโนโลยีอวกาศร้อนแรงขึ้นมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลังเปลี่ยนมือจากการผูกขาดโดยรัฐ เป็นส่งเสริมให้เอกชนแข่งขัน และเห็นภาพชัดขึ้น เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกเร่งส่งดาวเทียมสื่อสาร ดาวเทียมสำรวจ รวมถึงเตรียมการส่งศูนย์ข้อมูล-หุ่นยนต์ขึ้นสู่วงโคจร ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีสำรวจและตั้งถิ่นฐานบนดวงจันทร์ในระยะอันใกล้

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับ “ดร.ศิริลักษณ์ พฤกษ์ปิติกุล” รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ และภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA หนึ่งในผู้รับผิดชอบหลักในการขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กิจการอวกาศฯ ที่ยังไม่มีการประกาศใช้ ถึงความพร้อมในการแข่งขันของประเทศไทย ท่ามกลางความร้อนแรงอุตสาหกรรม ที่แม้แต่เพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ก็เพิ่งจัดตั้งองค์การอวกาศแห่งชาติ (National Space Agency) ไปเมื่อ 1 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา

เศรษฐกิจอวกาศ คือ ระบบนิเวศ

“ดร.ศิริลักษณ์” กล่าวว่า ปัจจุบัน GISTDA เป็นหน่วยงานหลักที่ดำเนินงานด้านอวกาศหลายด้านเพื่อส่งเสริมระบบนิเวศเศรษฐกิจอวกาศ ตั้งแต่การวิจัย และการพัฒนาบุคลากร รวมถึงการพยายามออกมาตรฐานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเศรษฐกิจอวกาศไม่ใช่แค่เรื่องการสร้างดาวเทียม แต่คือการสร้าง “ระบบนิเวศอวกาศ” ที่ประกอบด้วยผู้เล่นจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน

“ทั้งหมดต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาบุคลากร และการวางกฎระเบียบที่เอื้อต่อการลงทุน เดิมทีคนส่วนใหญ่มักมองว่ากิจกรรมอวกาศเป็นเพียงการบริการสังคม เช่น การเฝ้าระวังภัยพิบัติ น้ำท่วม ฝุ่นควัน ฯลฯ นั่นเป็นเพียงข้อมูลปลายทางที่นำมาใช้เพื่อแสดงให้เห็นว่าภาคท้องถิ่น เช่น เทศบาลเมืองชลบุรี นำไปใช้ทำระบบบริหารจัดการเมือง คำนวณเส้นทางรถพยาบาล หรือแอป Life Dee เป็นต้น สะท้อนว่าไม่จำเป็นต้องเป็นองค์กรใหญ่แต่ประชาชนทั่วไปก็เข้าถึงบริการจากเทคโนโลยีอวกาศได้ง่าย ๆ”

ที่ผ่านมา GISTDA พยายามผลักดันให้เห็นถึงแง่มุมทางธุรกิจและโอกาสที่ภาคเอกชนจะเข้ามามีส่วนร่วม สำหรับด้านโครงสร้างพื้นฐานอวกาศถือว่าประเทศไทยมีทั้งศูนย์ประกอบ และทดสอบดาวเทียม (AITC), ห้องปฏิบัติการ และซัพพลายเชนที่พร้อมรองรับการลงทุน มีการดึงบริษัทที่มีศักยภาพ เช่น ผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ หรือวัสดุคอมโพสิต เข้ามาทำความเข้าใจ และร่วมกับ BOI ในการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและทุนสนับสนุน

ส่วนการพัฒนาคนก็มีการปรับปรุงหลักสูตรวิศวกรรมอวกาศในมหาวิทยาลัย และจัดทำมาตรฐานวิชาชีพ (ระดับ 5 และ 6) เพื่อรองรับแรงงานที่จะเข้าสู่ภาคธุรกิจอวกาศทั้งในและต่างประเทศ

“เราใช้กิจกรรมอย่าง Thailand Space Week เป็นเวทีในการจับคู่ทางธุรกิจ ระหว่างไทยกับเจ้าของเทคโนโลยีระดับโลกจากอเมริกาและยุโรป ซึ่งจะส่งเสริมให้มีการลงทุนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง”

และว่า พ.ร.บ.กิจการอวกาศ จะเป็นตัวกลไกสำคัญในการปลดล็อกโอกาสทางการลงทุนและการพัฒนาเทคโนโลยีในระยะยาว ซึ่งในขณะนี้ผ่านความเห็นชอบในหลักการและมีการตั้งคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติแล้ว

โดยกฎหมายดังกล่าวจะเป็นกฎหมายหลักในการกำกับดูแลกิจการอวกาศไทย รองรับเศรษฐกิจอวกาศใหม่ (New Space Economy) ทั้งการอนุญาตส่งวัตถุอวกาศ, การขึ้นทะเบียน, การบริหารวงโคจร และการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมอวกาศ

ปรับโครงสร้างรัฐ สู้ศึก

สำหรับกิจการอวกาศในประเทศไทยจะมีหลายภาคส่วนที่เข้ามาเกี่ยวข้องทำให้เดินไปคนละทาง อย่างเรื่องวงโคจรและดาวเทียมสื่อสารเป็นของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ, ด้านการส่งเสริมเทคโนโลยีดาวเทียมสื่อสาร มีรัฐวิสาหกิจอย่าง บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

ขณะที่การศึกษาวิจัยและพัฒนาด้านอวกาศ อยู่กับสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

“ดร.ศิริลักษณ์” อธิบายว่า หลายประเทศมีการแบ่งกันดูแล แต่ในบางประเทศก็มีการรวบรวมหน่วยงานทั้งหมดเพื่อโฟกัสด้านอวกาศโดยเฉพาะ เช่นที่สิงคโปร์ รวบรวมและยกระดับเป็น National Space Agency

“ในไทยแม้จะยังไม่มีการจัดตั้ง NationalSpace Agencyเป็นทางการ ซึ่งต้องตั้งภายใต้ พ.ร.บ.กิจการอวกาศ แต่ปัจจุบัน GISTDA ทำหน้าที่เสมือนเป็นอยู่แล้ว โดยรับผิดชอบทั้งในส่วนของผู้กำกับดูแล เช่น ร่าง พ.ร.บ.กิจการอวกาศ และส่วน Operation ในการดำเนินโครงการต่าง ๆ การจะควบรวมหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาไว้ด้วยกันหรือไม่ขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาลหากต้องการเดินหน้าและคว้าโอกาสในเศรษฐกิจอวกาศต้องมีความชัดเจนและกล้าตัดสินใจ เพราะศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ไว้พร้อมแล้ว”

และ GISTDA เองได้สร้างระบบนิเวศอวกาศรองรับไว้แล้ว ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาบุคลากร และความร่วมมือกับภาคเอกชน ซึ่งจะช่วยให้ประเทศ “กระโดด” เข้าสู่ก้าวต่อไปได้ทันที

เหลียวมอง “สิงคโปร์”

ผู้สื่อข่าว“ประชาชาติธุรกิจ” รายงานเพิ่มเติมว่า หน่วยงานอวกาศแห่งชาติสิงคโปร์ (National Space Agency of Singapore (NSAS) มีเป้าหมายหลักในการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอวกาศระดับโลก ดึงดูดการลงทุน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน, กฎหมายอวกาศ และเสริมศักยภาพดาวเทียมสำรวจโลกเพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์ และภาครัฐดึงดูดบริษัทด้านอวกาศจากทั่วโลกให้เข้ามาตั้งฐานการดำเนินงานในสิงคโปร์

ปัจจุบันมีบริษัทอวกาศราว 70 แห่ง และบุคลากรกว่า 2,000 คน รวมถึงเป็นตัวกลางในการสร้างกฎหมายและมาตรฐานอวกาศ และการส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอวกาศ อย่างการขยายเครือข่ายดาวเทียมสำรวจโลก (Earth Observation) และศูนย์ปฏิบัติการอวกาศ เพื่อการใช้งานด้านการวางแผนเมือง การตรวจสอบสภาพแวดล้อม และการขนส่ง คล้ายภารกิจของ GISTDA รวมถึงการลงทุนวิจัยและพัฒนาต่อเนื่องในเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), หุ่นยนต์ และการวิจัยสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ

ขณะที่แผนการขยายโครงสร้างพื้นฐานอวกาศของไทย ตามรายงานของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงสิงคโปร์ ระบุว่า การลงทุนเชิงระบบทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน กฎหมาย เทคโนโลยี และบุคลากร ของสิงคโปร์ แสดงให้เห็นว่าจะใช้เทคโนโลยีอวกาศเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาว เมื่อมองที่ประเทศไทยแม้ขณะนี้อุตสาหกรรมอวกาศยังมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้างอย่างมีนัยสำคัญ

การพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ของบุคลากรไทยในอุตสาหกรรมใหม่นี้จึงมีความจำเป็น โดยเฉพาะในบริบทที่หลายภาคอุตสาหกรรมเริ่มนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาใช้อย่างแพร่หลาย อีกทั้งประเทศไทยยังมีแผนเพิ่มจำนวนดาวเทียมอีก 16 ดวงภายใน 7 ปีข้างหน้า และอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง “ท่าอวกาศยาน” (Spaceport) เพื่อใช้เป็นฐานปล่อยจรวดสู่อวกาศด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชูธง National Space Agency ‘GISTDA’ รับสมรภูมิเศรษฐกิจอวกาศเดือด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...