โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จ่อรับอานิสงส์สูงสุด หลัง ADB กางงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-ดิจิทัลร่วม 7 หมื่นล้านดอลล์

efinanceThai

เผยแพร่ 07 พ.ค. เวลา 07.54 น.

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จ่อรับอานิสงส์สูงสุด หลัง ADB กางงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-ดิจิทัลร่วม 7 หมื่นล้านดอลล์

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -7 พ.ค. 69 14:54 น.

ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank-ADB) เปิดเผยว่า แผนการลงทุนมูลค่า 70,000 ล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและดิจิทัลในภูมิภาค จะส่งผลดีต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากที่สุด เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นในเอเชียแปซิฟิก

แผนงานดังกล่าวประกอบด้วยโครงการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าทั่วเอเชีย เพื่อเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าระดับชาติและระดับอนุภูมิภาคเข้าด้วยกัน รวมถึงโครงการทางหลวงดิจิทัลแห่งเอเชียแปซิฟิก เพื่อลดช่องว่างด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดย ADB ตั้งเป้าระดมทุนสำหรับโครงการต่าง ๆ ให้ได้ภายในปี 2035

มาซาโตะ คันดะ ประธาน ADB ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ว่า การเข้าถึงพลังงานและเทคโนโลยีดิจิทัลจะเป็นปัจจัยกำหนดอนาคตของภูมิภาค

เขากล่าวว่า การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวจะช่วยสร้างระบบที่เอเชียและแปซิฟิกจำเป็นต้องใช้เพื่อการเติบโต การแข่งขัน และการเชื่อมต่อระหว่างกัน ขณะที่การเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าและเครือข่ายดิจิทัลข้ามพรมแดนจะช่วยลดต้นทุน ขยายโอกาส และเพิ่มการเข้าถึงพลังงานและดิจิทัลอย่างมีเสถียรภาพให้แก่ประชาชนหลายร้อยล้านคน

แม้เงินทุนดังกล่าวจะมีไว้สำหรับทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากการผลักดันด้านการเชื่อมโยงของ ADB ในครั้งนี้

เกร็ก สแทตตัน รองประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นของ Cohesity บริษัทด้านความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วย AI กล่าวว่า โดยปกติ ADB จะให้น้ำหนักกับประเทศสมาชิกกำลังพัฒนา โดยพิจารณาจากความจำเป็นด้านการเติบโต ความพร้อมของโครงการ และพันธกิจขององค์กร มากกว่าขนาดเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว

สแทตตันระบุว่า จีนแตกต่างจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากได้ลดการพึ่งพาเงินทุนจาก ADB ลงมาก หลังจากมีสถาบันการเงินและนโยบายสนับสนุนของตนเอง ขณะที่อินเดียสามารถเข้าถึงตลาดทุนได้อย่างแข็งแกร่ง และดำเนินโครงการจำนวนมากด้วยเงินทุนภายในประเทศ แม้ยังได้รับเงินสนับสนุนจาก ADB อยู่ในระดับหนึ่ง ส่วนญี่ปุ่นเองก็ถือเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนเงินทุนรายใหญ่ของธนาคาร

ด้าน เชเซน เนเวตต์ หุ้นส่วนผู้จัดการฝ่ายการลงทุนของ GMA Capital Partners กล่าวว่า ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างจีน อินเดีย และญี่ปุ่น มีตลาดทุนภายในประเทศที่แข็งแกร่งกว่า มีระบบสนับสนุนเงินทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมกว่า และมีศักยภาพทางการคลังสูงพอสำหรับรองรับโครงการขนาดใหญ่ด้วยตนเอง

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงมีช่องว่างด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งในด้านการเชื่อมโยงพลังงานและระบบดิจิทัล

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นพื้นที่ที่เอื้อต่อการใช้เงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเงินลงทุนทุก 1 ดอลลาร์สามารถดึงดูดการมีส่วนร่วมจากภาคเอกชนได้มากขึ้น และช่วยเร่งการบูรณาการทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค เนเวตต์กล่าว

ในด้านยุทธศาสตร์พลังงาน คาดว่า อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ จะได้รับประโยชน์สูงสุดในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สแทตตันระบุว่า ประเทศเหล่านี้มีแนวโน้มได้รับการจัดสรรเงินทุนจากวงเงิน 70,000 ล้านดอลลาร์ในสัดส่วนสูงกว่าประเทศอื่น เนื่องจากมีจำนวนประชากรมาก ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานสูง และมีโครงการอยู่ระหว่างดำเนินการจำนวนมาก โดยอ้างอิงจากรูปแบบการปล่อยกู้ในอดีตและลำดับความสำคัญปัจจุบันของ ADB

ขณะที่มาเลเซียและไทย แม้จะได้รับประโยชน์ในฐานะศูนย์กลางด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลของภูมิภาค แต่ผลกระทบเชิงบวกจากเงินทุนอาจน้อยกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่น เนื่องจากทั้งสองประเทศมีโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนากว่าอยู่แล้ว

ด้าน Wood Mackenzie ระบุว่า มาเลเซียมีโครงการศูนย์ข้อมูลที่อยู่ระหว่างพัฒนามากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คิดเป็นสัดส่วนราว 60% ของโครงการทั้งหมดที่เสนอในภูมิภาค และคาดว่ามาเลเซียรวมถึงไทยจะเป็นผู้นำด้านความต้องการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลในภูมิภาคภายในปี 2035

สก็อตต์ ดันน์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และการเติบโตประจำภูมิภาคเอเชียของ AECOM บริษัทที่ปรึกษาด้านโครงสร้างพื้นฐาน กล่าวว่า เงินทุนของ ADB ยังเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาระบบสายส่งไฟฟ้าที่สามารถเชื่อมต่อร่วมกันได้ ซึ่งจะช่วยให้พลังงานสะอาดสามารถส่งผ่านข้ามพรมแดน เพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน และลดต้นทุนในระยะยาว

เขาระบุว่า ลาว ไทย เวียดนาม และกัมพูชา มีทรัพยากรพลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลมจำนวนมาก รวมถึงกำลังเร่งขยายกำลังการผลิต แต่ยังขาดระบบสายส่งข้ามพรมแดนสำหรับส่งพลังงานสะอาดไปยังศูนย์กลางความต้องการใช้ไฟฟ้า ซึ่งแผนของ ADB ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการดังกล่าวโดยตรง

ทั้งนี้ ADB ตั้งเป้าบูรณาการพลังงานหมุนเวียนข้ามพรมแดนเกือบ 20 กิกะวัตต์ และเชื่อมโยงสายส่งไฟฟ้าระยะทางรวม 22,000 เซอร์กิตกิโลเมตร ภายในปี 2035

ที่มา CNBC

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...