โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SAWAD บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ “ซื้อ” เป้า 35 บาท

ทันหุ้น

อัพเดต 07 พ.ค. เวลา 04.14 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. เวลา 04.14 น.

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #SAWAD บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ “ซื้อ” เป้า 35 บาท

บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) SAWAD คาดกำไรไตรมาส 1 ปี 2569 ยังแข็งแกร่ง โต 21% แม้สินเชื่อ-มาร์จิ้นชะลอ โบรกคงแนะนำ “ซื้อ” เป้า 35 บาท

ฝ่ายวิจัยประเมิน บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD จะมีกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 1.33 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.2% จากไตรมาสก่อน แม้เป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ โดยกำไรคิดเป็น 24% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2569

ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากฐานกำไรที่ต่ำในปีก่อน รวมถึงผลขาดทุนจากการขายรถยึดที่ลดลง ทั้งใน SAWAD และ SCAP ส่งผลให้ประสิทธิภาพการดำเนินงานปรับดีขึ้น

ฝ่ายวิจัยคาดว่า PPOP จะอยู่ที่ 2.32 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.7% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1.7% จากไตรมาสก่อน แม้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) จะอ่อนตัวลงตามปัจจัยฤดูกาล

ด้านการเติบโตของสินเชื่อคาดว่าจะชะลอลง เหลือเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% จากไตรมาสก่อน และ 2.1% จากปีก่อน ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายของผู้บริหารและประมาณการทั้งปีของนักวิเคราะห์

ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) คาดว่าจะลดลง 28 basis points จากผลตอบแทนสินเชื่อที่ลดลง แม้ต้นทุนทางการเงินจะเริ่มลดลงหลังบริษัทออกหุ้นกู้ 6 พันล้านบาทในเดือนมีนาคม 2569 โดยผลบวกจะเห็นชัดขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2569

คุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ โดยยังไม่พบสัญญาณผิดนัดชำระหนี้ที่มีนัยสำคัญในกลุ่มลูกค้ารายย่อยและ SME ขณะที่สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) คาดว่าจะทรงตัวที่ 3.93%

ต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Cost) คาดว่าจะลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.36% จาก 2.41% ในไตรมาสก่อน ขณะที่ Coverage Ratio คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 58.7% จาก 58.6% ณ สิ้นปี 2568

ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569-2571 และคาดกำไรเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) ที่ 10.5% ต่อปี จากการเร่งขยายสินเชื่อ การลดลงของต้นทุนเครดิต และภาระขาดทุนจากการขายรถยึดที่ลดลง

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 จากผลกระทบของราคาน้ำมันในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า

ทั้งนี้ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 35 บาท อิงวิธี GGM คิดเป็น P/BV ที่ 1.28 เท่า ภายใต้สมมติฐาน ROE ระยะยาวที่ 13.9% และต้นทุนเงินทุน (COE) ที่ 12%

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...