โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

นายจ้างจีนทารุณ จับราดน้ำร้อน-ให้คนรุมทำร้าย

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 14.53 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 14.53 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(6 พ.ค. 69) นายตาต้า คนงานก่อสร้างชาวเมียนมาวัย 27 ปี เข้าร้องขอความช่วยเหลือจาก “กัน จอมพลัง” ในสภาพอิดโรยและมีบาดแผลฉกรรจ์ทั่วร่างกาย หลังถูกกลุ่มนายจ้างชาวจีนกักขังและรุมทำร้ายอย่างทารุณนานกว่า 5 ชั่วโมง ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา โดยชนวนเหตุเกิดจากกลุ่มนายจ้างไม่พอใจและกล่าวหาว่าผู้เสียหายเป็นคนปลุกปั่นให้คนงานกว่า 200 คนลาออก ทั้งที่ความจริงเกิดจากปัญหานายจ้างค้างจ่ายค่าแรง ตนไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย

.

ผู้เสียหายเล่าเหตุการณ์สุที่เกิดขึ้นว่า ถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุประมาณ 8 คน รุมทำร้ายด้วยไม้กอล์ฟและท่อนเหล็กอย่างต่อเนื่อง ซ้ำยังถูกน้ำร้อนราดตามร่างกายจนพุพองและพยายามกรอกใส่ปากแต่ดิ้นรนหนีได้ทัน นอกจากนี้ยังถูกข่มขู่ด้วยคลิปวิดีโอการทรมานตัดแขนและช็อตไฟฟ้า พร้อมพยายามใช้คีมดึงเล็บมือเพื่อรีดเค้นคำสารภาพ ก่อนที่เจ้าตัวจะสบโอกาสวิ่งหนีออกมาขอความช่วยเหลือจาก รปภ. และเดินเท้าหลบหนีไกลกว่า 10 กิโลเมตร

.

ด้าน กัน จอมพลัง ระบุว่าสภาพของผู้เสียหายเข้าขั้นวิกฤต บาดแผลมีน้ำเหลืองไหลซึมและต้องทนทุกข์ทรมานอยู่หลายวันเนื่องจากไม่มีพาสปอร์ตจึงไม่กล้าไปโรงพยาบาล จนกระทั่งมีพลเมืองดีประสานมายังตนจึงได้เข้าช่วยเหลือดูแลค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด พร้อมประสานผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง เพื่อเร่งติดตามตัวกลุ่มนายจ้างโหดและผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

.

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานจากสถานที่เกิดเหตุและสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติมเพื่อออกหมายจับกลุ่มผู้ก่อเหตุ ซึ่งคดีนี้ถือเป็นพฤติกรรมที่อุกอาจและสะเทือนขวัญอย่างมาก ขณะที่นายตาต่ายืนยันต้องการดำเนินคดีให้ถึงที่สุดและอยากทำงานในประเทศไทยต่อไปเนื่องจากฐานะทางบ้านยากจนและเป็นห่วงความปลอดภัยหากต้องเผชิญกับกลุ่มอิทธิพลดังกล่าวอีกในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...