“ทรัมป์” พบ “สี จิ้นผิง” ลั่นสัมพันธ์สหรัฐ-จีนจะดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา
"ทรัมป์" พบ "สี จิ้นผิง" เปิดฉากหารือที่กรุงปักกิ่ง ลั่นสัมพันธ์สหรัฐ-จีนจะดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา พร้อมผลักดันจีนเปิดตลาดและลดอุปสรรคทางการค้าเพิ่มเติม
วันที่ 14 พฤษภาคา 2569 เวลา 09.35 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า จีนและสหรัฐจะมีอนาคตที่ยอดเยี่ยมร่วมกันระหว่างการพบหารือกับสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งถือเป็นการเยือนจีนของประธานาธิบดีสหรัฐที่ยังดำรงตำแหน่งครั้งแรกในรอบเกือบทศวรรษ
ผู้นำทั้งสองพบกันที่มหาศาลาประชาชน (Great Hall of the People) ใกล้จัตุรัสเทียนอันเหมิน เมื่อเช้าวันพฤหัสบดี ท่ามกลางพิธีต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ มีทั้งกองทหารเกียรติยศและการจัดงานอย่างเป็นทางการตามแบบพิธีการของจีน
ทรัมป์กล่าวในช่วงเปิดการประชุมว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐจะดีกว่าที่เคยเป็นมา”
ระหว่างเดินร่วมกัน สี จิ้นผิง และทรัมป์ ได้หยุดทักทายเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนและคณะผู้แทนสหรัฐฯ โดยฝ่ายจีนเริ่มจาก ไช่ ฉี หัวหน้าสำนักงานของสี จิ้นผิง ขณะที่คณะสหรัฐฯ มีทั้ง เดวิด เพอร์ดู เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำจีน รวมถึง Marco Rubio รัฐมนตรีต่างประเทศ และ Pete Hegseth รัฐมนตรีกลาโหม นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ เข้าร่วมด้วย เช่น เจนเซน หวง ซีอีโอของ NVIDIA และอีลอน มัสก์ จาก Tesla
ความสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันและปักกิ่งเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น หลังผู้นำทั้งสองพบกันที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามความตึงเครียดยังคงอยู่ โดยเฉพาะสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนล่าสุด
ขณะเดียวกัน ทั้งสองประเทศยังคงมีความขัดแย้งเรื่องการครอบงำห่วงโซ่อุปทานแร่หายากของจีน รวมถึงมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ที่จำกัดการเข้าถึงชิปขั้นสูงของบริษัทจีน
ก่อนการพบหารือรูบิโอ กล่าวว่า ความสัมพันธ์กับจีนเป็นทั้งความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์อันดับหนึ่ง และความสัมพันธ์สำคัญที่สุดที่สหรัฐฯ ต้องบริหารจัดการ
เขากล่าวผ่านการให้สัมภาษณ์กับ Fox News บนเครื่อง Air Force One ว่า“จีนเป็นประเทศใหญ่และทรงอำนาจ และจะเติบโตต่อไป แต่ผลประโยชน์ของเราบางส่วนย่อมขัดแย้งกับผลประโยชน์ของพวกเขา”
แม้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการหารืออาจยังไม่ชัดเจนจนกว่าการประชุมสุดยอดจะเสร็จสิ้น แต่คาดว่าประเด็นสำคัญบนโต๊ะเจรจาจะครอบคลุมเรื่องการค้า ภาษี ไต้หวัน และอิหร่าน
ทรัมป์ ซึ่งพาคณะผู้บริหารธุรกิจรายใหญ่ร่วมเดินทางไปด้วย ระบุว่า เป้าหมายแรกของเขาคือการขอให้จีนลดอุปสรรคทางการค้า
“ผมจะขอให้ประธานาธิบดีสี ผู้นำที่โดดเด่นอย่างยิ่ง เปิดจีนให้มากขึ้น เพื่อให้คนเก่งเหล่านี้ได้แสดงศักยภาพ และช่วยยกระดับสาธารณรัฐประชาชนจีนให้สูงขึ้นไปอีก” ทรัมป์โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย
ขณะเดียวกัน สำนักข่าว Reuters รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดรัฐบาลทรัมป์ว่า สหรัฐฯ และจีนกำลังพิจารณากรอบความร่วมมือที่อาจผ่อนคลายภาษีสินค้าฝั่งละราว 30,000 ล้านดอลลาร์ โดยไม่กระทบต่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคงแห่งชาติ แม้ทำเนียบขาวยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อรายงานดังกล่าว
รูบิโอ ยังระบุว่า สหรัฐฯ จะพยายามผลักดันให้จีนมีบทบาทมากขึ้นในการช่วยยุติสงครามกับอิหร่าน ท่ามกลางการเจรจาสันติภาพที่ยังคงยืดเยื้อ
“เราหวังจะโน้มน้าวให้จีนมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการทำให้อิหร่านยุติสิ่งที่กำลังทำอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย”เขากล่าว พร้อมเสริมว่า จีนเองก็มีผลประโยชน์โดยตรง เนื่องจากเอเชียพึ่งพาพลังงานจากภูมิภาคนี้อย่างมาก อีกทั้งเรือสินค้าของจีนยังเสี่ยงตกเป็นเป้าหมายโจมตี และความขัดแย้งอาจกระทบเศรษฐกิจโลกมากขึ้น
ตลอดช่วงสิบปีที่ผ่านมา ทรัมป์และสี จิ้นผิง พบกันมาแล้วอย่างน้อย 6 ครั้ง ส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างการประชุมสุดยอดพหุภาคี แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะเคยเดินทางเยือนประเทศของกันและกันด้วย
ทั้งนี้ระหว่างเยือนปักกิ่ง ทรัมป์มีกำหนดเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองอย่างเป็นทางการกับสี จิ้นผิง ในคืนวันพฤหัสบดี ก่อนจะพบหารือกันอีกครั้งในวันศุกร์ ทั้งการถ่ายภาพร่วม วงน้ำชา และรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ก่อนเดินทางออกจากกรุงปักกิ่งในช่วงบ่ายวันเดียวกัน
อ้างอิง : www.bloomberg.com