โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รู้แล้ว! สาเหตุแท้จริง ทำ หมิงเฉิน ซัน น็อก จนต้องหามจากเรือนจำส่งโรงพยาบาล

สยามนิวส์

เผยแพร่ 13 พ.ค. เวลา 08.37 น. • Kong
เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 13 พ.ค. 2569 กรมราชทัณฑ์ โดยส่วนประชาสัมพันธ์ เผยแพร่เอกสารระบุใจความ ตามที่กรมราชทัณฑ์ได้แจ้งรายละเอียดการรับตัวและอาการป่วยฉุกเฉินของ นายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี (สัญชาติจีน)

เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 13 พ.ค. 2569 กรมราชทัณฑ์ โดยส่วนประชาสัมพันธ์ เผยแพร่เอกสารระบุใจความ ตามที่กรมราชทัณฑ์ได้แจ้งรายละเอียดการรับตัวและอาการป่วยฉุกเฉินของ นายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี (สัญชาติจีน) ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี ในความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและวัตถุระเบิด เกิดอาการป่วยฉุกเฉินและเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลภายนอกเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา นั้น

กรมราชทัณฑ์ ระบุว่า แพทย์โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ชี้แจงลำดับเหตุการณ์ทางการแพทย์ เมื่อนายหมิงเฉิน ซัน ถึงโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ (ณ วันที่ 11 พ.ค. 69) แพทย์ได้ทำการรักษาเจาะเลือด เอกซเรย์ปอด และทำ CT ที่สมอง เพื่อหาความผิดปกติที่เกิดขึ้น แพทย์สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ผู้ต้องขังได้รับประทานยาประจำตัวเกินขนาด แพทย์ได้ทำการใส่สายยางทางจมูกเพื่อล้างระบบทางเดินอาหาร โดยพบของเหลวสีฟ้าและได้ทำการฉีดยาต้านพิษ ส่งผลให้ผู้ต้องขังเริ่มขยับตัวและมีปฏิกิริยาตอบสนองดีขึ้น

กรมราชทัณฑ์ ระบุต่อว่า อาการล่าสุดโดยรวม ณ วันที่ 12 พ.ค. 69 ผู้ต้องขังรู้สึกตัวดีและสามารถปฏิบัติตามคำสั่งทางการแพทย์ได้แต่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และยังไม่สามารถถอดออกได้ ส่วนการรับประทานอาหารยังคงต้องให้สารอาหารเหลวผ่านสายยางทางจมูกผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab) ผลตรวจสารเสพติด ผลการตรวจปัสสาวะ ไม่พบสารเสพติดทุกประเภท ทางโรงพยาบาลได้ส่งตัวอย่างเลือดไปตรวจวิเคราะห์โดยละเอียดทางห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจกลุ่มสาร alcohol, Benzodiazepine, ยาฆ่าแมลง เป็นต้น คาดว่าจะทราบผลอย่างเป็นทางการภายในวันศุกร์นี้หรือสัปดาห์หน้า

กรมราชทัณฑ์ ระบุอีกว่า กรณีแพทย์โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าผู้ต้องขังได้รับประทานยาประจำตัวเกินขนาด คาดว่านายหมิงเฉิน ซัน ได้รับประทานยาประจำตัวเกินขนาดมาก่อนที่จะถูกส่งตัวมาควบคุม ณ เรือนจำพิเศษพัทยา เนื่องจากขณะเกิดอาการอยู่ระหว่างกระบวนการรับตัวภายในเรือนจำเพียง 2 ชั่วโมงก่อนส่งรักษาโรงพยาบาลภายนอก ประกอบกับเรือนจำมีมาตรการห้ามนำยารักษาโรคทุกชนิดเข้าสู่ภายในเรือนจำอย่างเด็ดขาด เว้นแต่จะผ่านการตรวจสอบและได้รับอนุญาตจากแพทย์หรือพยาบาลวิชาชีพประจำเรือนจำเท่านั้น

กรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเรือนจำพิเศษพัทยาได้ยกระดับมาตรการควบคุมตัวขั้นสูงสุด โดยจัดเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เฝ้าตรวจตราอย่างใกล้ชิดพร้อมทั้งประสานขอกำลังสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมปฏิบัติภารกิจตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่โรงพยาบาลตลอด 24 ชั่วโมง

กรมราชทัณฑ์ ยืนยันว่า ได้ดำเนินการควบคุมดูแลผู้ต้องขังรายดังกล่าวให้เป็นไปตามมาตรฐานการควบคุม และการรักษาพยาบาลตามหลักมนุษยธรรมและสากลทุกประการ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...