KGEN เป้าขาย 2 หมื่นล. ฟลีทรถไฟฟ้ามาแรง
#KGEN #ทันหุ้น – KGEN เร่งเครื่อง EV เชิงพาณิชย์ อีคอมเมิร์ซแห่เปลี่ยนฟลีทรถไฟฟ้า ลดต้นทุนพลังงาน ฟากบิ๊กบอส “คณิสสร์ ศรีวชิระประภา” ลุ้นปิดดีลไม่ต่ำกว่า 2,500 คัน ด้านโรงงานร่วมทุน CHERY เร่งสปีดผลิต ปักธงยอดขาย 20,000 ล้านบาท พร้อมดัน FARIZON ขึ้นแท่น New S-Curve
นายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานที่ปรึกษา บริษัท คิงเจน จำกัด (มหาชน) หรือ KGEN เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า กลุ่มธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของบริษัทอยู่ระหว่างเร่งขยายธุรกิจในประเทศไทย หลังความต้องการรถ EV เชิงพาณิชย์และรถตู้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าโลจิสติกส์ อีคอมเมิร์ซ และขนส่งสาธารณะ ที่เริ่มหันมาใช้รถ EV มากขึ้น เพื่อบริหารต้นทุนพลังงานระยะยาว
@จองซื้ออีวี
ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าองค์กรรายใหญ่ทยอยสั่งซื้อรถ EV เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มอีคอมเมิร์ซ โลจิสติกส์ และขนส่งสินค้า หลังต้นทุนน้ำมันอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ผู้ประกอบการเริ่มให้ความสำคัญกับการปรับฟลีทรถมาใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดรถ EV เชิงพาณิชย์ในประเทศไทยยังมีช่องว่างการเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะกลุ่มรถตู้ รถขนส่ง และรถเพื่อการใช้งานเชิงธุรกิจ
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าองค์กรสนใจรถ EV ไม่ได้มาจากต้นทุนเริ่มต้นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องความต่อเนื่องในการใช้งานและต้นทุนพลังงานในระยะยาว เนื่องจากธุรกิจขนส่งและอีคอมเมิร์ซมีการใช้งานรถต่อเนื่องทุกวัน หากสามารถลดต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าบำรุงรักษาได้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดภาระต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ
ด้านความคืบหน้าคำสั่งซื้อ เฉพาะกลุ่มอีคอมเมิร์ซมีโอกาสปิดดีลได้ไม่ต่ำกว่า2,000–2,500 คัน ขณะที่ดีลกับกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่คาดว่าจะปิดได้ราว 1,500 คัน ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนใกล้ได้ข้อสรุป หากสามารถทยอยปิดดีลได้ตามแผน จะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจ EV เชิงพาณิชย์ของKGEN ในระยะถัดไป
ทั้งนี้ โรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทย ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับCHERY โดย KGEN ถือหุ้น 60% สามารถเร่งกำลังการผลิตได้เร็วกว่าคาด โดยเดือนล่าสุดมีกำลังผลิตเฉลี่ยกว่า3,200 คันต่อเดือน หรือประมาณ 100 คันต่อวัน และเตรียมเพิ่มการผลิตเป็น 2 กะตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อผลักดันเป้าหมายผลิตรถยนต์ปี 2569 แตะระดับ40,000 คัน
นอกจากนี้ กลุ่มพันธมิตรอยู่ระหว่างขยายเครือข่ายโชว์รูมและแบรนด์ในเครือ ครอบคลุมทั้ง OMODA & JAECOO, CHERY รวมถึงธุรกิจรถตู้และรถเชิงพาณิชย์ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ FARIZON ซึ่งคาดว่าจะเป็นอีกหนึ่ง New S-Curve สำคัญของบริษัทในอนาคต
@ยอด 2 หมื่นล.
นายคณิสสร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทตั้งเป้ายอดขายปี 2569 ไว้ประมาณ20,000 ล้านบาท จากโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทย ซึ่งเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 2/2569 ขณะที่บริษัทมียอดจองรถยนต์รวมในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2026 จำนวน22,597 คัน และคาดว่าระหว่างปีจะมีคำสั่งผลิตรถยนต์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
บริษัทเชื่อว่า ธุรกิจ EV ในประเทศไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเติบโต และยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก โดยเฉพาะกลุ่มรถเชิงพาณิชย์และรถขนส่ง ซึ่งมีผู้เล่นในตลาดไม่มากเมื่อเทียบกับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง