โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘ศุภจี‘ เอาจริง ยกระดับปราบบริษัทนอมินี ปลื้ม 3 เดือน ลด 60%

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 เม.ย. เวลา 08.30 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. เวลา 08.30 น.

‘ศุภจี‘ เอาจริง ยกระดับปราบบริษัทนอมินี ปลื้ม 3 เดือน ลด 60%

เมื่อวันที่ 24 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งดำเนินงานป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินีตามนโยบาย Quick Big Win เพื่อสกัดกั้นการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ (นอมินี) และป้องกันการนำนิติบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ อาทิ การฟอกเงิน และการประกอบธุรกิจที่ผิดกฎหมาย เป็นต้น

สำหรับที่ผ่านมากรมได้เร่งบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร คัดกรองนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้น การลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึก รวมถึงการเพิ่มมาตรการตรวจสอบ 5 คำสั่ง 2 ประกาศ สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) ก่อนการรับจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งหลังจากที่กรมฯ ได้บังคับใช้คำสั่งให้กลุ่มเสี่ยงต้องส่งหลักฐานทางการเงินเพิ่มเติม ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ไตรมาสแรกของปี 2569 (1 ม.ค. – 31 มี.ค. 69) พบการจัดตั้งบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลงอย่างก้าวกระโดดถึง 60% (พบบริษัทกลุ่มเสี่ยง 1,373 บริษัท) เมื่อเทียบกับสถิติช่วงเดียวกันของปี 2568 (3,511 บริษัท) ทั้งนี้ กรมฯ ยังได้เพิ่มมาตรการยืนยันการลงทุน และบังคับใช้เมื่อ 1 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ช่วง 1 เม.ย. – 23 เม.ย. 69 พบบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลงถึง 75% (175 บริษัท) เมื่อเทียบกับสถิติช่วงเดียวกันของปี 2568 (658 บริษัท) สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการต่างๆ ที่กรมฯ ได้ออกมาก่อนหน้านี้ช่วยป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดในธุรกิจนอมินีได้จริงและเห็นผลเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 23 เมษายน 2569 กรมและหน่วยงานพันธมิตรได้ดำเนินการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดธุรกิจใน 3 ด้าน คือ
1. ดำเนินการเร่งด่วนตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (Quick Big Win) เพื่อแก้ไขปัญหานอมินี โดยตรวจสอบนิติบุคคลไทยที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้นที่อาจมีลักษณะนอมินี พร้อมกับนำส่งข้อมูลให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จำนวน 11 ราย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับนิติบุคคลกว่า 300 ราย โดยเป็นธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มเหล็ก สำนักงานบัญชี/ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจขนส่ง ตรวจพบในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ สุราษฎร์ธานี ชลบุรี กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

2. การลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกกลุ่มเสี่ยงใน 27 พื้นที่ 10 จังหวัด อาทิ เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ โลจิสติกส์ และล้งมะพร้าว และส่งต่อข้อมูลนิติบุคคลที่เข้าข่ายนอมินี ไปยัง 9 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบเชิงลึกและดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด อาทิ 1. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) 534 ราย ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ถือหุ้นคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นนอมินี 2. กรมสรรพากร 6,709 ราย เพื่อตรวจสอบบัญชี และงบการเงินของนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง 3. สำนักงานประกันสังคม 137 ราย เพื่อตรวจสอบผู้ประกันตน หรือลูกจ้างของสำนักงานบัญชีที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย 4. กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) 117 ราย เพื่อตรวจสอบนิติบุคคลที่เข้าข่ายกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ประกอบด้วย สำนักงานบัญชี 92 ราย ล้งมะพร้าวนิติบุคคล 15 ราย และบุคคลธรรมดา 10 ราย และ 5. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) 25 ราย และ 6. สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า 15 ราย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายแก่ผู้กระทำผิดต่อไป

3.การตรวจสอบนิติบุคคลต่างด้าวที่อาจประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 พบมีธุรกิจต่างด้าวที่เข้าข่ายการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต 4,372 ราย ประกอบไปด้วย ธุรกิจบัญชีหนึ่งซึ่งต้องห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยเด็ดขาด 256 ราย ธุรกิจบัญชีสองและธุรกิจบัญชีสามที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงจะประกอบธุรกิจได้ 4,116 ราย โดยกรมรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบเชิงลึกต่อไป หากพบว่าประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวจริงจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายโดยเด็ดขาด

นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เร่งเดินหน้าป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินีอย่างจริงจัง โดยมีกำหนดจะลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) ระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมที่ดิน กรมการท่องเที่ยว กรมการจัดหางาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และสมาคมธนาคารไทย รวม 21 หน่วยงาน ในวันพุธที่ 29 เมษายน 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดโดยการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนานาชาติในการปราบปรามผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือ เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการนอมินี ประกอบกับบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ศุภจี‘ เอาจริง ยกระดับปราบบริษัทนอมินี ปลื้ม 3 เดือน ลด 60%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...