โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ทรัมป์' สั่งต่อเวลาหยุดยิงอิสราเอล-เลบานอน หมัดฮุคสุดท้ายก่อนปิดเกมเจรจาอิหร่าน?

Finnomena

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • Finnomena

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขยายเวลาหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนออกไปอีก 3 สัปดาห์ จนถึงกลางเดือนพฤษภาคม เพื่อร่างข้อตกลงสันติภาพระยะยาว พร้อมเตรียมเปิดทำเนียบขาวต้อนรับผู้นำทั้งสองประเทศในเร็วๆ นี้ โดยทรัมป์เน้นย้ำว่าสหรัฐฯ จะช่วยเลบานอนเสริมความมั่นคงเพื่อ “ปกป้องตนเองจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์” ท่ามกลางบรรยากาศการทูตที่ทูตเลบานอนขานรับด้วยสโลแกน“Make Lebanon Great Again”

การสงบศึกครั้งนี้เป็นยุทธศาสตร์หลักของทรัมป์ในการบีบให้อิหร่านยอมจำนน เพราะอิหร่านเคยตั้งเงื่อนไขว่าการเจรจากับสหรัฐฯ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่ออิสราเอลหยุดถล่มเลบานอน การดึงเลบานอนออกจากวงจรสงครามจึงเท่ากับเป็นการโดดเดี่ยวอิหร่านให้ไร้ทางสู้ ขณะที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์แม้ไม่ได้ร่วมโต๊ะเจรจาแต่ก็ยอมรับเงื่อนไขหยุดยิงในเบื้องต้นเพื่อลดความสูญเสีย

แม้ภาพรวมจะดูมีความหวัง แต่สถานการณ์ในพื้นที่ยังคุกรุ่น ล่าสุดมีการปะทะทางใต้ของเลบานอนจนมีผู้เสียชีวิตรวมถึงนักข่าวหญิง โดยอิสราเอลอ้างว่าเป็นการกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธ ขณะที่ฮิซบอลเลาะห์ประณามว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงอย่างรุนแรง สะท้อนให้เห็นว่าความสงบครั้งนี้ยังแขวนอยู่บนเส้นด้ายและพร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ

ในขณะที่ใช้ “ไม้อ่อน” กับเลบานอน ทรัมป์กลับใช้ “ไม้แข็ง” กับอิหร่านโดยตรง ด้วยการสั่งเพิ่มกำลังกวาดล้างทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซขึ้น 3 เท่า และขู่ทำลายเรือทุกพิกัดที่ขัดขวาง ทรัมป์มั่นใจว่าการปิดล้อมทางทะเลที่ทำให้อิหร่านส่งออกน้ำมันไม่ได้ จะทำให้โครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่าน “ระเบิดตัวเอง” จากภายในเพราะไม่มีที่กักเก็บน้ำมันที่ค้างอยู่ในระบบ

กลยุทธ์ของทรัมป์คือการใช้เวลาบีบให้อิหร่านจนมุม โดยระบุว่า“ความกดดันอยู่ที่พวกเขา ไม่ใช่เรา” การปิดท่อน้ำเลี้ยงเศรษฐกิจอิหร่านควบคู่ไปกับการสร้างสันติภาพในเลบานอน คือแผนการที่ทรัมป์หวังว่าจะปิดจ็อบสงครามตะวันออกกลางได้ก่อนการเลือกตั้งมิดเทอมสหรัฐฯ

อ้างอิง: Bloomberg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...