มติคตร.ขอโรงกลั่นส่งกำไรเข้ากองทุนน้ำมัน พยุงราคาขายปลีก
#ทันหุ้น มติคตร.ขอโรงกลั่นส่งกำไรเข้ากองทุนน้ำมัน พยุงราคาขายปลีก มอบพลังงานหารือโรงกลั่นก่อนสรุปเสนอครม.นัดแรก 6 เม.ย.นี้
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐทนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานประธานคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดราคาต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิง(คตร.) ซึ่งแต่งตั้งโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรีเปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการชุดดังกล่าวที่ประกอบด้วยรมว.พลังงานรมว.พาณิชย์ ผู้แทนกระทรวงการคลัง นักวิชาการ และผู้แทนจากโรงกลั่นทั้ง 6 แห่งในประเทศ โดยที่ประชุมมีมติขอความร่วมมือโรงกลั่นนำส่งกำไรส่วนหนึ่งให้กองทุนน้ำมัน เพื่อช่วยลดราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ
“จากการเปรียบเทียบกำไรของโรงกลั่นในช่วงเดือนมีนาคมนี้ กับข้อมูลย้อนหลังห้าปี พบว่าในเดือนมีนาคมนี้ที่เป็นช่วงที่เกิดสงครามโรงกลั่นมีกำไรเพิ่มขึ้นกว่าปกติ”
ทั้งนี้ จะให้กระทรวงพลังงานหารือกับผู้ประกอบการโรงกลั่นเพื่อพิจารณาต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งมีค่า war premium ด้วย และรายได้ของโรงกลั่นในช่วงดังกล่าว เพื่อใช้เป็นฐานในการคำนวณกำไรที่เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ และตนจะนำเสนอผลสรุปให้ครม.ที่จะประชุมนัดแรกในค่ำของวันที่ 6 เม.ย.นี้ ทั้งนี้ กำไรที่โรงกลั่นจะส่งให้กองทุนน้ำมัน เพื่อใช้ลดราคาน้ำมันให้กับประชาชน
ทั้งนี้ โมเดลในการคำนวณกำไรที่สูงกว่าปกติดังกล่าว จะใช้ในเดือนเมษายนนี้ด้วย เนื่องจากยังไม่รู้ว่าสงครามจะจบเมื่อไหร่
เขากล่าวว่าข้อเสนอในครั้งนี้ เคยใช้มาแล้วในสมัยสงครามรัสเซีย–ยูเครน โดยรัฐบาลประยุทธได้มีมติครม.เมื่อ 21 มิ.ย.2565 ที่ขอความร่วมมือโรงกลั่นนำส่งกำไรเป็นกรณีพิเศษ
ส่วนการศึกษาเรื่องค่าการตลาดของโรงกลั่นกระทรวงพลังงานเคยศึษามาแล้วว่าอยู่ที่ 2.45บาท/ลิตรดังนั้นให้กระทรวงพลังงานไปดูไม่ให้สูงกว่านี้
ด้านนายอรรคพล ฤกษพิยูลย รมว.พลังงาน กล่าวว่า น้ำมันดิบที่นำเข้ามาโรงกลั่นบอกว่าจะต้องมีค่า war premium สำหรับค่าการกลั่น ในเดือนมีนาคมนี้อยู่ที่ 7.50บาท/ลิตร ซึ่งค่าเฉลี่ย 5 ปี ต่ำกว่า 7บาท/ลิตร