โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

รอด-รับมือ วิกฤติภูมิอากาศ ด้วย 'พ.ร.บ. Climate Change' หนึ่งในกฎหมายสำคัญที่พรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอต่อสภา

VoiceTV

อัพเดต 04 เม.ย. เวลา 08.00 น. • เผยแพร่ 04 เม.ย. เวลา 07.30 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

วันนี้ (4 เมษายน 2569) พรรคเพื่อไทยระบุว่า วิกฤติสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องของเราทุกคน ปัญหาที่รุมเร้าประเทศไทยในขณะนี้ สะท้อน ‘ความไม่ยืดหยุ่น’ และ ‘ความไม่พร้อม’ ต่อความเปลี่ยนแปลง ระบบพลังงานและการพัฒนาแบบที่เคยเป็นมากำลังสร้างภาระและต้นทุนที่เราไม่เคยคิดคำนวณ จากต้นทุนทางสุขภาพ ต้นทุนทางสิ่งแวดล้อม และจากความเสี่ยงจากความเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศที่เลวร้าย รุนแรงและเข้าใจได้ยากขึ้น

ในความเปลี่ยนแปลงนี้ ระบบกฎหมายและระบบเศรษฐกิจของประเทศจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตาม เป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อรับมือ จากการบรรเทาผลกระทบ(Mitigation) นำไปสู่การปรับตัว(Adaptation) ซึ่งจะนำไปสู่ความยืดหยุ่น (Resilience) ก้าวไปสู่ระบบเศรษฐกิจและสังคมที่พร้อมรับมือจากวิกฤติและความเปลี่ยนแปลงได้ดียิ่งขึ้น ได้รับผลกระทบน้อยและฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

พรรคเพื่อไทยจึงเสนอ พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ พ.ร.บ. Climate Change กฎหมายที่ไม่เป็นเพียงกฎหมายสิ่งแวดล้อม แต่เป็นกฎหมายที่วางกติกาเศรษฐกิจของประเทศโดยนำเอาความรับผิดชอบและต้นทุนทางสิ่งแวดล้อม คือการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้กลายเป็นต้นทุนที่ต้องนำมาคิดคำนวณ เป็นสิ่งที่มีมูลค่า และเราทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน

กลไกสำคัญในการสนับสนุนการปรับตัวและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อเตรียมรับความเปลี่ยนแปลง พ.ร.บ. Climate Change ใช้กลไกทางเศรษฐกิจเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน อาทิ การเปิดตลาดคาร์บอน การจัดเก็บภาษีคาร์บอน และการนำภาคธุรกิจเข้าสู่ระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) ทำให้การรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมไม่เป็นเพียง ‘ความสมัครใจ’ แต่คือการนำทุกภาคธุรกิจเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยตรง

นอกจากการกำกับดูแลแล้ว พ.ร.บ. Climate Change ยังวางรากฐานการเปลี่ยนแปลงของประเทศไปสู่การพัฒนาที่ยืดหยุ่นและยั่งยืนด้วยการวางแผนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกควบคู่กับแผนการปรับตัว มีการตั้งกองทุนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กองทุนที่จะนำเงินค่าปรับและรายได้จากภาษีคาร์บอน กลับมาสนับสนุนภาคธุรกิจอื่นๆ ที่สำคัญคือการเน้นการกระจายอำนาจและเงินทุน เพื่อให้ท้องถิ่นต่างๆ สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสมตามแต่ละพื้นที่

สุดท้าย กฎหมายฉบับนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งการวางรากฐาน ใช้กลไกทางเศรษฐกิจ ทำให้มิติและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องของเราทุกคน เปิดโอกาสใหม่ๆ ด้วยเศรษฐกิจที่คำนึงถึงคาร์บอน เปิดโอกาสให้กับธุรกิจหรือภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่จะเข้าร่วมกักเก็บคาร์บอน และที่สำคัญคือ ระบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ จะดึงดูดการลงทุนที่ต้องการพลังงานสะอาด และสร้างความสามารถในการแข่งขันในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...