คอมมานโด รวบหนุ่มเหนือแสบ ผุดเพจปลอมตุ๋นเหยื่อสมัครงานเชิดมัดจำ
เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. โดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเจ้าหน้าที่ กองกำกับ 4 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ(บก.ปพ.) จับกุม นายวิจิตร์ หรือแมน อายุ 36 ปี ชาวลำปาง ผู้ต้องหาตามหมายจับตามหมายจับของศาลจังหวัดมหาสารคาม ที่ จ.150/2568 ลงวันที่ 4 เมษายน 2568 ในความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนในความผิดฐานฉ้อโกงและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด”
และหมายจับศาลจังหวัดสุรินทร์ ที่ จ.67/2568 ลงวันที่ 29 มกราคม 2568 ในความผิดฐาน“ฉ้อโกงประชาชนและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” โดยจับกุมตัวได้ บริเวณหน้าสถานีรถไฟอยุธยา ต.หอรัตนไชย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ที่ผ่านมา
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงปี 2566 ผู้เสียหายได้เข้าเพจเฟซบุ๊กเพื่อหางาน และพบเฟซบุ๊กได้มีการรับสมัครงานบรรจุสบู่ โดยแปะลิงก์ติดต่อผ่านช่องทางแอปฯไลน์ไว้ในเพจ ผู้เสียหายจึงได้ติดต่อเข้าไปในโปรไฟล์พบชื่อบัญชี เป็นบัญชีส่วนตัว มีผู้ติดตามประมาณ 2,150 คน ทำให้ดูมีความน่าเชื่อถือ จากนั้นผู้เสียหายได้หลงเชื่อตกลงที่จะทำงาน แต่จะต้องโอนเงินมัดจำเข้าบัญชีธนาคารชื่อบัญชีของนายวิจิตร์ ผู้ต้องหา
ต่อมาผู้เสียหายจึงได้โอนเงินมัดจำไป จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ออกอุบายว่าสินค้าจะส่งไปให้ที่บ้านภายใน 2-3 วัน และต่อมาผู้เสียหายพบว่าเฟซบุ๊กรับสมัครงานบรรจุสบู่ เป็นเพจปลอมที่ใช้หลอกหลวงให้ส่งเงินมัดจำการทำงานห่อสบู่ ซึ่งมีผู้เสียหายอีกหลายรายถูกหลอกเช่นกัน ผู้เสียหายจึงรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ เข้าจับกุมดังกล่าว เบื้องต้นนายวิจิตร์ ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ แต่ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ เนื่องจากแนวทางการสืบสวนสอบสวนพบว่ามีผู้เสียหายที่ถูกหลอกในลักษณะเดียวกันอีก 5 คดี จากนั้นเจ้าหนี้จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.