โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ประวัติความเป็นมา วันสงกรานต์

สยามนิวส์

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • Nick
วันสงกรานต์ (ภาษาอังกฤษ : Songkran) คือ ประเพณีเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ของไทย ที่ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธร

วันสงกรานต์ (ภาษาอังกฤษ : Songkran) คือ ประเพณีเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ของไทย ที่ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมาจากเทศกาลโฮลีของประเทศอินเดีย โดยจะมีธรรมเนียมเล่นสาดน้ำโดยไม่ถือโทษโกรธกัน เพราะเชื่อว่าเป็นการปัดเป่าสิ่งไม่ดี อีกทั้งยังช่วยคลายร้อนในช่วงกลางเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีสภาพอากาศร้อนจัด

ส่วนคำว่า สงกรานต์ เป็นภาษาสันสกฤต มีความหมายว่า "การเคลื่อนย้าย" ที่สัมพันธ์กับการเคลื่อนย้ายของจักรราศี ซึ่งทำให้คนไทยยึดถือช่วงเวลาดังกล่าวเป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนให้ตรงกับวันที่ 1 มกราคม ตามแบบสากล และเริ่มใช้เป็นครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2484 เป็นต้นมา

ตำนานเรื่องประวัติวันสงกรานต์ตามความเชื่อของคนไทย ส่วนใหญ่จะอ้างอิงตามจารึกที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามฯ โดยเล่าเรื่องราวของเศรษฐีคนหนึ่งที่ต้องการมีบุตร จึงทำพิธีขอบุตรกับพระอาทิตย์ และพระจันทร์ แต่ก็ไม่เคยสมหวัง

จนกระทั่งได้หุงข้าวสาร 7 สี นำไปบูชารุกขพระไทร พร้อมประโคมดนตรีถวาย และตั้งใจอธิษฐานขอบุตร รุกขพระไทรจึงไปขอบุตรกับพระอินทร์ให้ ทำให้ต่อมาภรรยาของเศรษฐีก็ตั้งท้องบุตรชายนามว่า "ธรรมบาลกุมาร" ซึ่งเป็นชายหนุ่มที่มีสติปัญญาหลักแหลม

วันหนึ่ง ท้าวกบิลพรหม ต้องการประลองปัญญากับ ธรรมบาลกุมาร จึงทรงถามคำถาม 3 ข้อ โดยให้เวลา 7 วันในการคิดหาคำตอบ หากแพ้จะต้องตัดศีรษะบูชาอีกฝ่าย ซึ่งคำถามมีดังนี้

ตอนเช้าราศีคนอยู่แห่งใด

ตอนเที่ยงราศีของคนอยู่แห่งใด

ตอนค่ำราศีของคนอยู่แห่งใด

ธรรมบาลกุมาร จึงเดินทางเข้าป่าเพื่อคิดหาคำตอบ แล้วได้ยินคู่นกอินทรีพูดถึงเรื่องที่ท้าวกบิลพรหมประลองปัญญาโดยมีชีวิตของเขาเป็นเดิมพัน เนื่องจากเขาสามารถฟังภาษานกได้ จึงได้ยินนกคู่นั้นตอบคำถาม ดังนี้

ตอนเช้าราศีของมนุษย์อยู่ที่หน้า คนจึงต้องล้างหน้าทุกๆ เช้า

ตอนเที่ยงราศีคนอยู่ที่อก มนุษย์จึงต้องใช้เครื่องหอมประพรมที่อก

ตอนค่ำราศีคนอยู่ที่เท้า มนุษย์จึงต้องล้างเท้าก่อนเข้านอน

เมื่อได้ยินแล้ว ธรรมบาลกุมาร จึงกลับไปตอบคำถามแก่ท้าวกบิลพรหมจนเป็นฝ่ายชนะ ทำให้ท้าวกบิลพรหมต้องตัดศีรษะ ซึ่งหากศีรษะนี้ต้องถึงพื้นโลก จะเกิดเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ พระองค์จึงสั่งให้ 7 บาทบาจาริกาของพระอินทร์ทำหน้าที่สลับกันอัญเชิญศีรษะของตน เพื่อแห่รอบเขาพระสุเมรุ หนึ่งคนทำหน้าที่ 1 ปี สลับกันไปเรื่อยๆ ทำให้เกิดตำนานนางสงกรานต์ทั้ง 7 ซึ่งมีชื่อ ดังนี้

1. นางทุงษะเทวี

2. นางรากษเทวี

3. นางโคราคเทวี

4. นางกิริณีเทวี

5. นางมณฑาเทวี

6. นางกิมิทาเทวี

7. นางมโหธรเทวี

ตำนานและประวัติวันสงกรานต์ที่กล่าวมานี้ มีความเชื่อมโยงกับการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์เข้าสู่ราศีเมษในช่วงวันสงกรานต์ตามคติทางโหราศาสตร์ จึงเป็นที่มาว่าทำไมแต่ละปีจึงมี "นางสงกรานต์" ที่มีชื่อแตกต่างกันนั่นเอง ซึ่งสงกรานต์ 2568 ตรงกับปีที่มีนางสงกรานต์นามว่า "นางมโหธรเทวี"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...