โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

Micro-school เส้นทางร่วมของการเรียนที่บ้านและเรียนในระบบ

Mood of the Motherhood

อัพเดต 31 มี.ค. เวลา 03.41 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 01.58 น. • Features

ในโลกที่เปิดกว้างและเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มมีความกังวลใจถึงประสิทธิภาพของระบบการศึกษาแบบดั้งเดิม ที่ให้เด็กทุกคนเรียนเหมือนกัน ใช้หลักสูตรและมาตรฐานการวัดผลดัน ทั้งที่เด็กแต่ละคนอาจมีความถนัดที่ควรได้รับการส่งเสริมที่ความต้องการแตกต่างกัน แต่ถึงอย่างนั้น การศึกษาทางเลือกหรือแนวทาง Home School ที่ได้รับความนิยม ก็อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวลเรื่องประสิทธิภาพของการเรียนการสอน ทักษะการเข้าสังคมของลูก และปัญหาใหญ่เลยก็คือการบริหารจัดการเวลาของคุณพ่อคุณแม่ เงื่อนไขดังกล่าวทำให้เกิดเป็นเทรนด์การศึกษารูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Micro-school หรือโรงเรียนขนาดเล็กที่เป็นเหมือนจุดกึ่งกลางระหว่างการเรียนรู้ในโรงเรียนและการเรียนรู้แบบ Home school โดยจะมีหลักสูตรที่ยืดหยุ่นกว่าระบบปกติ สามารถเลือกตามความสนใจของผู้เรียนเป็นหลัก โดยมีคุณครูหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาช่วยดูแลการเรียนการสอน นอกจากนี้ ยังมีการจัดสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกับเพื่อนในวัยเดียวกันอย่างเป็นระบบ โดยส่วนมากมักไม่เกิน 10 คนต่อชั้นเรียนMicro-school เริ่มได้รับความนิยมในกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในชั้นอนุบาลและประถมศึกษา สะท้อนให้เห็นว่าคุณพ่อคุณแม่ปัจจุบันเริ่มให้ความสำคัญกับศักยภาพเฉพาะตัว และการค้นหาตัวตนของลูกมากกว่าการผลักดันให้ลูกทำตามค่านิยมของสังคมเพียงอย่างเดียวเมื่อเป็นอย่างนี้ เราจึงอยากชวนมาทำความรู้จัก 5 ข้อดีของการศึกษาทางเลือกใหม่ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังสนใจแนวทางใหม่ๆ ใช้ประกอบการตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น1. บทเรียนปรับแต่งได้ตามความสนใจและศักยภาพของลูก

ข้อดีที่โดดเด่นที่สุด คือการก้าวข้ามข้อจำกัดของหลักสูตรแบบเหมารวม เนื่องจากจำนวนนักเรียนที่น้อย คุณครูจึงสามารถสังเกตและเข้าใจได้ว่าเด็กแต่ละคนถนัดอะไร หรือกำลังติดขัดเรื่องไหน ช่วยให้ส่งเสริมเด็กๆ ได้ง่ายและตรงจุดมากขึ้น เช่น หากลูกสนใจไดโนเสาร์เป็นพิเศษ คุณครูก็สามารถสอดแทรกเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์ดึกดำบรรพ์ลงไปในวิชาภาษาอังกฤษได้ ซึ่งจะช่วยให้ลูกสนุกกับการเรียนรู้มากขึ้น2. เสริมทักษะสังคมและสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น

การเรียนในกลุ่มเล็กๆ เด็กทุกคนจะได้ทำความรู้จักและมีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยที่คุณครูสามารถดูแลได้อน่างทั่วถึง สภาพแวดล้อมที่อบอุ่น ปลอดภัย และเป็นกันเอง ช่วยลดปัญหาการกลั่นแกล้ง และส่งเสริมให้เด็กกล้าที่จะแสดงความคิดเห็น กล้าลองผิดลองถูกท่ามกลางเพื่อนๆ ที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์และการทำงานร่วมกับผู้อื่น3. ได้เรียนรู้จากโครงงานและประสบการณ์จริง(Project-Based Leaning)

ด้วยความยืดหยุ่นของสถานที่และเวลา ไมโครสกูล จึงสามารถพาเด็กๆ ออกไปเรียนรู้นอกตำราได้บ่อยครั้ง การเรียนรู้อาจเกิดขึ้นในสวนสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ หรือแม้แต่ห้องครัว คุณครูมักจะสอนบทเรียนผ่านโครงงานที่เด็กๆ ต้องช่วยกันคิด วางแผน และลงมือทำจริงเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ลูกจะได้พัฒนาทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและความคิดสร้างสรรค์อย่างเป็นธรรมชาติจากการลงมือทำ4. ลดความตึงเครียดและสร้างสมดุลให้กับทั้งครอบครัว

ไมโครสกูลมักจะมีความยืดหยุ่นในเรื่องของเวลาเรียน ลูกไม่ต้องงอแงที่ต้องตื่นเช้าตรู่และไปเรียนในสภาพที่ไม่พร้อม หรือไม่ต้องแบกรับการบ้านที่หนักเกินความจำเป็นจนกินเวลาเล่นที่สำคัญไม่แพ้กันสำหรับเด็กๆการลดความกดดันจากระบบประเมินผลที่เน้นตัวเลขคะแนนเพียงอย่างเดียว ช่วยให้สภาพจิตใจของลูกผ่อนคลายและมีความสุขกับการไปเรียนในทุกๆ วัน ในขณะเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่ก็มีส่วนร่วมในการออกแบบการเรียนรู้ร่วมกับคุณครูได้อย่างใกล้ชิด ทำให้บ้านและโรงเรียนกลายเป็นพื้นที่ที่ส่งเสริมกันและกันอย่างสมบูรณ์แบบ5. บ่มเพาะนิสัยรักการเรียนรู้

หัวใจสำคัญอีกอย่างของไมโครสกูลคือ จุดประกายความอยากเรียนรู้ของเด็กๆ เมื่อบทเรียนไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่การท่องจำเพื่อไปสอบ แต่เป็นการหาคำตอบในสิ่งที่สงสัยจริงๆ ลูกจะรู้สึกว่าการเรียนรู้ไม่ใช่หน้าที่ แต่เป็นความสนุกที่ท้าทายการที่ลูกได้ตั้งคำถาม ได้ลองผิดลองถูก และได้เห็นผลลัพธ์จากความพยายามของตัวเอง จะช่วยบ่มเพาะนิสัยรักการเรียนรู้ ทำให้ลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่พร้อมจะเปิดรับและหาความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมออ้างอิงLibertasPiLearningAcademe

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...