โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ฟิลิปปินส์รุดถกสหรัฐฯ ขอนำเข้าน้ำมันเพิ่มจากกลุ่มถูกคว่ำบาตร

Amarin TV

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ฟิลิปปินส์ขอไฟเขียวจากสหรัฐฯ ซื้อน้ำมันจากประเทศที่ถูกคว่ำบาตร หวังฝ่าวิกฤตสงครามพ่นพิษใส่ความมั่นคงด้านพลังงาน

เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่า ฟิลิปปินส์กำลังประสานงานกับรัฐบาลวอชิงตันเพื่อขอการผ่อนปรนและข้อยกเว้นทางกฎหมาย เพื่อให้สามารถจัดหาน้ำมันจากประเทศที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรได้ ทั้งนี้ เพื่อสร้างหลักประกันด้านความมั่นคงทางพลังงานในประเทศ

ฟิลิปปินส์ ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงเป็นอย่างมาก ได้ประกาศ "สภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานแห่งชาติ" เมื่อวันอังคารที่ 24 มีนาคม เพื่อรับมือกับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงปัญหาในการจัดซื้อจัดจ้างน้ำมัน

โฮเซ มานูเอล โรมูอัลเดซ เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ผ่านการส่งข้อความทางโทรศัพท์ว่า "เรากำลังทำงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อขอการผ่อนปรน หรือข้อยกเว้นในการซื้อน้ำมันจากประเทศที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ"

เมื่อถูกถามว่า น้ำมันจากประเทศเวเนซุเอลาและอิหร่านอยู่ในขอบเขตของการหารือด้วยหรือไม่ นายโรมูอัลเดซกล่าวว่า "เรากำลังพิจารณาทุกทางเลือกที่เป็นไปได้" และเมื่อถามถึงการตอบรับจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ท่านทูตระบุเพียงว่า "อยู่ระหว่างการดำเนินการ"

ฟิลิปปินส์ประกาศภาวะฉุกเฉิน

ข้อมูลจากรัฐบาล ณ วันที่ 20 มีนาคม ระบุว่า ฟิลิปปินส์มีปริมาณเชื้อเพลิงสำรองคงเหลือสำหรับใช้งานได้ประมาณ 45 วัน และกำลังดำเนินการจัดซื้อน้ำมันเพิ่มอีก 1 ล้านบาร์เรลเพื่อสร้างคลังสำรองส่วนเกิน

การประกาศสภาวะฉุกเฉิน ซึ่งจะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 1 ปีนี้ ให้อำนาจแก่รัฐบาลในการจัดซื้อเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เพื่อให้มั่นใจว่า จะมีอุปทานที่เพียงพอและทันท่วงที

นอกจากนี้ รัฐบาลมะนิลาได้เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินเป็นการชั่วคราวเนื่องจากแรงกดดันด้านการขาดแคลนพลังงาน ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์มีกำหนดจะได้รับน้ำมันดิบนำเข้าจากรัสเซียเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีภายในสัปดาห์นี้ หลังจากที่สหรัฐฯ ได้ออกหนังสือผ่อนปรนเป็นเวลา 30 วันให้ก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ยังยอม 'เปิดทางสะดวก' เป็นเวลา 30 วัน ให้ฟิลิปปินส์รับมอบน้ำมันจากอิหร่านที่อยู่ระหว่างการขนส่งได้ โดยอนุโลมให้เรือทุกลำ แม้จะเป็นเรือที่เคยถูกสั่งแบน สามารถเข้าจอดและถ่ายน้ำมันลงคลังได้ตามปกติ มีเงื่อนไขเพียงว่าต้องเป็นน้ำมันที่บรรทุกขึ้นเรือมาก่อนวันที่ 20 มีนาคม และต้องดำเนินการถ่ายน้ำมันให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 19 เมษายนนี้

ทำไมสหรัฐฯ อนุญาตให้ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย

เมื่อวันจันทร์ที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา เรือบรรทุกน้ำมันจากรัสเซียเดินทางถึงท่าเรือในฟิลิปปินส์เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ข้อมูลการติดตามเส้นทางเรือระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมัน "Sara Sky" ซึ่งจดทะเบียนภายใต้ธงชาติเซียร์ราลีโอน ได้เดินทางถึงจุดทอดสมอลิเมย์ในอ่าวมะนิลา

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เรือลำดังกล่าวบรรทุกน้ำมันดิบชนิด ESPO Blend ปริมาณประมาณ 100,000 ตัน ประเภท Light and Sweet Crude ผลิตในไซบีเรีย ซึ่งเป็นน้ำมันดิบคุณภาพสูงที่ไหลง่าย สิ่งเจือปนน้อย และเปลี่ยนเป็นเบนซินได้เยอะ

การส่งมอบน้ำมันเกิดขึ้น 1 วันก่อนที่ประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ แห่งฟิลิปปินส์ จะประกาศ "สภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ" เนื่องจากปริมาณพลังงานสำรองของประเทศที่ลดน้อยลงอย่างน่าตกใจ ด้านนางชารอน การิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศเหลือเชื้อเพลิงสำรองสำหรับใช้งานได้เพียงประมาณ 45 วันเท่านั้น และมีความจำเป็นต้องเพิ่มการใช้ถ่านหินจากอินโดนีเซียเป็นการชั่วคราวด้วย

การจัดซื้อน้ำมันรัสเซียในครั้งนี้สามารถทำได้หลังจากที่ กระทรวงการคลังของสหรัฐอเมริกา ได้ออกหนังสืออนุญาตให้มีการส่งมอบและขายน้ำมันดิบรวมถึงผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของรัสเซีย ที่บรรทุกขึ้นเรือในช่วงระหว่างวันที่ 12 มีนาคม ถึง 11 เมษายน

สำนักข่าวรอยเตอร์ชี้ว่า นี่เป็น "มาตรการขัดตาทัพ" เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดพลังงาน หลังจากสงครามทำให้ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยมีแนวคิดเชิงปฏิบัติว่าน้ำมันรัสเซียหรืออิหร่านทุก ๆ บาร์เรลที่เข้าสู่โรงกลั่นได้ คือน้ำมันที่โลกไม่ต้องไปแย่งกันจัดหามาจากช่องแคบฮอร์มุซที่กำลังถูกปิดล้อม

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ประเมินว่า มาตรการนี้ไม่ได้เอื้อรายได้ใหม่ให้รัสเซียหรืออิหร่านมากนัก เพราะอนุญาตเฉพาะ "น้ำมันที่บรรทุกขึ้นเรือและลอยลำอยู่กลางทะเลแล้วเท่านั้น" ไม่ใช่อนุญาตให้ทำสัญญาซื้อขายล็อตใหม่ รวมถึงมีการวิเคราะห์ว่าทำเนียบขาวมีความกังวลอย่างหนักว่า วิกฤตค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น จะส่งผลกระทบต่อคะแนนเสียงของรัฐบาลในการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้

มีประเทศไหนอีกที่ได้รับการอนุมัติเช่นเดียวกัน?

CNN ระบุว่า ข้อยกเว้นรอบนี้มุ่งเป้าไปที่การช่วยเหลือ "กลุ่มประเทศผู้กลั่นและนำเข้าน้ำมันในเอเชีย" เป็นหลัก โดยประเทศที่ถูกระบุชื่ออย่างชัดเจน ได้แก่ จีน อินเดีย และเกาหลีใต้ คือ อินเดีย ที่ได้รับใบอนุญาตชั่วคราว 30 วันอย่างเป็นทางการ โดย Reuters รายงานด้วยว่าบริษัท Reliance ของอินเดียได้เข้ากว้านซื้อน้ำมันอิหร่านจำนวน 5 ล้านบาร์เรลทันทีที่สหรัฐฯ ไฟเขียว

แต่แท้จริงแล้ว แม้สหรัฐฯ ไม่ได้ออกใบอนุญาตแบบเจาะจงรายประเทศ แต่สิ่งที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ทำคือการ "ออกข้อยกเว้นแบบครอบคลุมเป็นการทั่วไป" สำหรับ "ตัวน้ำมัน" ที่ลอยลำอยู่กลางทะเลตามกรอบเวลาที่กำหนด ดังนั้น บางประเทศที่เดินเกมรุกเร็ว ก็จะได้รับประโยชน์ด้วย

CNN วิเคราะห์ว่า จีนและเกาหลีใต้เป็นผู้ได้รับผลประโยชน์หลัก ลำดับต้น ๆ จากการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ของเอเชียที่กำลังต้องการพลังงานทดแทนอย่างเร่งด่วน

จากการประเมินของสำนักข่าวไฟแนนเชียลไทมส์ระบุว่า ราคาซื้อขายน้ำมันทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้น กำลังสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับงบประมาณของรัฐบาลรัสเซียสูงถึง 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อวัน

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก รวมถึง ไทย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่กำลังพิจารณาชั่งน้ำหนักว่าจะซื้อน้ำมันจากรัสเซียหรือไม่ ในขณะที่ทุกประเทศต่างกำลังเร่งรีบจัดหาแหล่งพลังงานมาทดแทนส่วนที่ขาดหายไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...