โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อัคราฯ เตรียมยื่นอุทธรณ์ หลังศาลสั่งชดใช้ชาวบ้านคดีเหมืองทอง-ฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อน

Thai PBS

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

จากกรณีเมื่อวันที่ 24 มี.ค.2569 ศาลแพ่งมีคำพิพากษาให้บริษัทผู้ประกอบการ "เหมืองทองคำอัครา" ชดใช้ค่าเสียหายและกำหนดหลักเกณฑ์การเยียวยาแก่ประชาชนชาว จ.พิจิตร และเพชรบูรณ์ ที่รวมตัวยื่นฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจากผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

วันนี้ (25 มี.ค.2569) บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ออกเอกสารถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ตามที่ศาลแพ่ง (ศาล) ได้นัดฟังคำพิพากษาคดีที่ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งยื่นฟ้อง บริษัท อัคราฯ โดยกล่าวอ้างว่าการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำของบริษัทฯ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนนั้น เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ศาลได้มีคำพิพากษาให้บริษัทฯ ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ และฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อน โดยให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นั้น

จากการพิจารณาหลักฐานของฝั่งบริษัทฯ แล้ว มีความขัดกันกับผลของคำพิพากษาอย่างมีนัยสำคัญ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่บริษัทฯ ต้องดำเนินการยื่นอุทธรณ์เพื่อให้มีการพิจารณาพยานหลักฐานของบริษัทฯ อย่างครบถ้วนยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนของเอกสาร พยานผู้เชี่ยวชาญและพยานแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง บริษัทฯ เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าพยานหลักฐานของบริษัทฯ นั้น มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนอย่างชัดแจ้งและมีความน่าเชื่อถือเพียงพอ

อย่างไรก็ดี พยานหลักฐานที่สำคัญเหล่านี้อาจยังไม่ได้รับการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ด้วยเหตุดังกล่าว บริษัทฯ จึงไม่อาจเห็นพ้องกับคำพิพากษาดังกล่าวได้ และถือโอกาสนี้เรียนชี้แจงเพิ่มเติมดังนี้

อ่านข่าว : "ศาลแพ่ง" สั่ง บ.อัคราฯ จ่ายชดเชยชาวบ้านได้รับผลกระทบเหมืองทอง

คดีนี้ได้ดำเนินกระบวนพิจารณาและพิสูจน์ข้อเท็จจริงมาเป็นระยะเวลาเกือบ 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2559 ทั้งยังเป็นข้อกล่าวหาที่อ้างอิงข้อมูลในช่วงปี 2554–2559 ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการนำเสนอข้อเท็จจริงต่อศาล ผ่านพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร และข้อมูลทางวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากอย่างรอบด้าน

ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอยืนยันว่า ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปี ของการดำเนินกิจการ บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ และมาตรการที่เกี่ยวข้องที่หน่วยงานภาครัฐกำหนดอย่างเคร่งครัด รวมถึงการดำเนินงานตามรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) มาโดยตลอด ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบและบริหารจัดการบ่อกักเก็บหางแร่ตามมาตรฐานสากล การควบคุมและบำบัดสารที่ใช้ในกระบวนการผลิต

ตลอดจนการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทั้งในดิน น้ำ และอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยมีข้อมูลและหลักฐานทางวิชาการรองรับอย่างชัดเจน และยังได้รับการตรวจสอบของหน่วยงานภาครัฐและสถาบันที่เกี่ยวข้องอยู่เสมอ โดยเหมืองแร่ทองคำชาตรีของบริษัทฯ ถือเป็นหนึ่งในเหมืองที่ได้รับการกำกับดูแลและตรวจสอบอย่างเข้มงวดที่สุด

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่จัดทำระบบเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนรอบเหมือง โดยมีการตรวจสุขภาพประชาชนในรัศมี 5 กิโลเมตรเป็นประจำทุกปี และส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานสาธารณสุขในระดับต่าง ๆ เพื่อใช้ติดตามและดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านสุขภาพของชุมชน ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีเหตุอันสงสัยว่า การประกอบการได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนแต่อย่างใด

นอกเหนือจากการดำเนินงานด้านเทคนิคและวิศวกรรม บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมและการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างต่อเนื่อง และได้นำข้อเสนอแนะจากชุมชนมาปรับปรุงการดำเนินงาน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นร่วมกัน

นายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายความยั่งยืนขององค์กร ของบริษัทฯ กล่าวว่า หากเหมืองก่อผลกระทบจริง พนักงานของเราคือคนกลุ่มแรกที่ต้องได้รับผลกระทบก่อน ซึ่งพนักงานเหล่านี้มีครอบครัวและคนที่รักอาศัยอยู่ในพื้นที่ หากเราทำอะไรไม่รอบคอบ หรือทำในสิ่งที่ทำให้ครอบครัวของพี่น้องพนักงานตกอยู่ในความเสี่ยงแล้ว เค้าไม่ยอมแน่ ในทางตรงข้าม

พนักงานเหล่านี้ล้วนตั้งใจปฏิบัติงานเพื่อให้มั่นใจว่า การดำเนินงานของเหมืองเป็นรากฐานสำคัญของครอบครัวและเศรษฐกิจของชุมชน และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อครอบครัวของตนเอง พนักงานของเราจึงเปรียบเสมือนอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ร่วมกันสอดส่องดูแลการดำเนินงานในทุกขั้นตอน และตลอดเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับเสียงตอบรับผ่านช่องทางต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องว่า อยากทำงานที่เหมือง, อยากทำงานใกล้บ้าน และ อยากให้เหมืองเดินหน้าต่อ การต่อสู้คดีในครั้งนี้ของบริษัทฯ จึงไม่ใช่เพียงเพื่อผลประกอบการเท่านั้น หากแต่เพื่อสร้างหลักประกันให้กับอนาคตของผู้คนอีกนับหมื่นที่เชื่อมั่นในบริษัทฯ

คำพิพากษาในครั้งนี้เป็นเพียงกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้น ซึ่งยังไม่ถึงที่สุด โดยบริษัทฯ อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดและเหตุผลของคำพิพากษาในแต่ละประเด็นอย่างรอบคอบร่วมกับที่ปรึกษากฎหมาย เพื่อนำผลมาประกอบการอุทธรณ์ต่อไป ทั้งนี้ การดำเนินงานของบริษัทฯ ยังคงเป็นไปตามปกติ และบริษัทฯ จะยังคงมุ่งมั่นรักษาและยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการดูแลชุมชนอย่างต่อเนื่องเช่นที่ผ่านมา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ทุกภาคส่วนต่อไป

ทีมสัตวแพทย์ จัดฟัน “ฮิปโปฯ พี่เป๋” พบฟันล่างยาวผิดปกติ

ไทยถกเมียนมา เข้มชายแดนแม่สอด–เมียวดี คุมลอบเข้าเมือง

สภาฯ ถกวิกฤตพลังงาน สส.เพื่อไทย-ภูมิใจไทย พกปิ่นโต นำกลางวันมากินเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ศกพ.เตือน "เหนือ-อีสาน" ฝุ่น PM2.5 สูงขึ้น เร่งคุมการเผาทุกชนิด

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นย.182 เฝ้าระวังชายแดนตราด เปิดเรดาห์ตรวจจับลอบค้าน้ำมันเถื่อน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ชายชาวญี่ปุ่นพกอาวุธปีนรั้วบุกสถานทูตจีน ก่อนถูกรวบ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กกร.ไฟเขียว คุม "สินค้าควบคุม" เพิ่ม อุบประกาศรายการใดบ้าง

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...