เวียตเจ็ท จับมือเรือลมพระยา จัด บิน+รถ+เรือเฟอร์รี่ความเร็วสูง เชื่อมสมุย-เต่า-พะงัน
เวียตเจ็ท ไทยแลนด์ รุกตลาดท่องเที่ยวใต้เปิดตัวบริการ "Fly2Ferry" เชื่อมเที่ยวบินสู่เรือเฟอร์รี่ 3 เกาะสมุย-เต่า-พะงัน ใช้ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราชเป็นจุดเชื่อมต่อหลัก หวังลดขั้นตอนการเดินทางและขยายโครงข่ายคมนาคม สอดรับกลยุทธ์ขยายเครือข่ายการเดินทางแบบไร้รอยต่อ รองรับดีมานด์นักท่องเที่ยวต่างชาติและไทยในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว
27 เมษายน 2569 สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ประกาศขับเคลื่อนยุทธภาพการบริการใหม่ด้วยการเปิดตัวบริการเสริม “Fly2Ferry” มุ่งเน้นการเชื่อมต่อโครงข่ายการเดินทางทางอากาศและทางทะเล (Air-to-Sea Connectivity) เข้าด้วยกันภายใต้ระบบการจองเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางสู่หมู่เกาะทางภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นกลุ่มจุดหมายปลายทางที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสูง
การดำเนินงานดังกล่าวเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสายการบินและผู้ให้บริการภาคพื้นดิน โดยผู้โดยสารที่เดินทางจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) จะสามารถเชื่อมต่อผ่านท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี หรือท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เพื่อใช้บริการรถรับส่งสู่ท่าเรือดอนสัก และเดินทางต่อด้วยเรือเฟอร์รี่ความเร็วสูงของบริษัท ลมพระยา ไฮสปีด เฟอร์รี่ส์ จำกัด ไปยังจุดหมายปลายทางเกาะสมุย เกาะเต่า และเกาะพะงัน ได้ทันที
การขยายเครือข่ายเชิงกลยุทธ์
ในมิติเชิงธุรกิจ การเปิดตัวบริการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายเครือข่ายการเดินทาง (Network Expansion Strategy) ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เส้นทางบินจากสนามบินสู่สนามบิน แต่ขยายขอบเขตไปถึงแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเกาะ (Secondary Destinations) ซึ่งมักมีอุปสรรคด้านการเข้าถึงที่ซับซ้อนและต้องใช้เวลาในการต่อรถและเรือด้วยตนเอง
นายปิ่นยศ พิบูลสงคราม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการพาณิชย์และลูกค้าสัมพันธ์ สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ วิเคราะห์ถึงศักยภาพของโครงการนี้ว่าเป็นการสร้างรากฐานสำคัญสำหรับการขยายโครงข่ายในอนาคต โดยเฉพาะการนำระบบ One-Stop Service มาใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดอุตสาหกรรมการบินที่ต้องการความสะดวกสบายระดับสูงสุด
"บริการ Fly2Ferry ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการเชื่อมต่อการเดินทางทางอากาศสู่แหล่งท่องเที่ยวทางทะเล… และเป็นรากฐานสำหรับการขยายเส้นทางจากเที่ยวบินสู่เกาะอื่น ๆ ในอนาคต"
นัยสำคัญต่อภาคการท่องเที่ยว
การเลือกปักหมุดที่ 3 เกาะหลักอย่างสมุย พะงัน และเต่า สะท้อนถึงการเจาะกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวที่มีความเฉพาะตัวสูง (Niche Market) ตั้งแต่กลุ่มนักดำน้ำที่ต้องการเดินทางสู่เกาะเต่า ไปจนถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มุ่งหน้าสู่เกาะสมุย การมีระบบจองแบบเบ็ดเสร็จ (Seamless Integration) ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มจำนวนผู้โดยสาร (Load Factor) ให้แก่สายการบิน แต่ยังช่วยกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวเข้าสู่ระบบขนส่งในท้องถิ่น ทั้งภาคบริการรถรับส่งและภาคธุรกิจเดินเรือ
ในระยะยาว บริการ Fly2Ferry จะทำหน้าที่เป็นโมเดลต้นแบบในการเชื่อมต่อการคมนาคมที่หลากหลาย (Multimodal Transportation) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสมัยใหม่ที่ต้องการลดความซับซ้อนในกระบวนการเดินทาง และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเวลาของนักเดินทางทั่วโลก
"หมู่เกาะทางภาคใต้ยังคงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง… การให้บริการ Fly2Ferry ไปยังจุดหมายเหล่านี้จึงช่วยให้นักเดินทางเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวศักยภาพของประเทศไทยได้สะดวกยิ่งขึ้น ผ่านบริการแบบครบวงจร"
.