โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไปเป็นนักสืบธรรมชาติ ถอดรหัส “ป่าต้นน้ำอินทนนท์” กับ ค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า รุ่นที่ 62

Sarakadee Lite

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • ศรัณยู นกแก้ว

จะเป็นอย่างไรหากเราได้สวมบทบาทเป็น นักสืบธรรมชาติ ตามหากุญแจที่จะไขสู่ความลับของการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนระหว่างมนุษย์และผืนป่า และกุญแจดอกนี้ซ่อนอยู่ใน ค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า รุ่นที่ 62 ค่ายสิ่งแวดล้อมประจำปีที่พาเยาวชนในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 70 คนจากทั่วประเทศไทย เดินทางไปสัมผัสธรรมชาติในพื้นที่ป่าจริง 7 วัน 6 คืน ณ ป่าต้นน้ำดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ จัดโดย บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group ร่วมกับมูลนิธิไทยรักษ์ป่า องค์กรสาธารณกุศลซึ่งก่อตั้งและสนับสนุนการดำเนินงานโดย EGCO Group เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและป่าต้นน้ำที่สำคัญของประเทศและอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

ค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า

“ค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่าจัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 และมีการเปลี่ยนหัวข้อการจัดค่ายไปทุกปี โดยหัวข้อในปีนี้เน้นเรื่อง ‘การถอดรหัสป่าต้นน้ำอินทนนท์’ ให้เยาวชนได้เข้าไปค้นคว้าและแสวงหาความจริงบางอย่างว่า ธรรมชาติทำให้ตัวเราอยู่ได้อย่างไร และตัวเราเป็นกุญแจสำคัญอย่างไรที่ทำให้ธรรมชาตินั้นยังคงอยู่อย่างยั่งยืน การถอดรหัสเป็นนัยยะที่ซ่อนเอาไว้ เยาวชนจะสามารถมองเห็นธรรมชาติรอบตัวแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ป่า เพียงแค่เราดูแลสิ่งแวดล้อมหรือการประหยัดพลังงาน สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ธรรมชาติรอบตัวเราดีขึ้น แล้วตัวเขาจะดีขึ้นได้อย่างไรจากการมาเรียนรู้และถอดรหัสป่าต้นน้ำที่ดอยอินทนนท์”

ค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า

มานนีย์ พาทยาชีวะ เลขาธิการมูลนิธิไทยรักษ์ป่า เล่าถึงรายละเอียดของ ค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาถึงรุ่นที่ 62 โดยในแต่ละปีจะมีเยาวชนจากทั่วประเทศส่งใบสมัครมาเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก สำหรับปีนี้เริ่มต้นออกเดินทางจากสถานีรถไฟกรุงเทพอภิวัฒน์สู่เชียงใหม่ เปลี่ยนการเรียนรู้จากห้องสี่เหลี่ยมในโรงเรียนมาสู่ห้องเรียนธรรมชาติกลางผืนป่าของจริงที่เยาวชนหลายคนยังไม่มีโอกาสได้มาสัมผัส

ค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า

“การมาค่ายครั้งนี้ หนูคาดหวังว่าจะได้เรียนรู้เรื่องป่าและระบบนิเวศมากขึ้นว่าทำไมถึงมีความสำคัญ แต่พอจบค่ายวันสุดท้าย เกินความคาดหวังไปมากเลย ได้เรียนรู้เรื่องป่ามากขึ้น ได้รู้จักไลเคน วิธีการดูนก เข้าใจว่าการพึ่งพาอาศัยกันของระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตในป่าเป็นอย่างไร” ศศิญา บุญมิ่ง ตัวแทนจากค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า รุ่นที่ 62 บอกเล่าถึงความตั้งใจในการสมัครมาเข้าร่วมค่ายครั้งนี้

ค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า

สำหรับกิจกรรมในค่ายไม่ได้มีแค่การเรียนรู้ทฤษฎีด้านสิ่งแวดล้อม ไฮไลต์ที่น้องๆ เยาวชนรอคอย คือ ประสบการณ์เดินป่าจริง เริ่มจาก “เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน” ที่มีความหลากหลายด้านภูมิประเทศและพืชพรรณ ต่อด้วยการสำรวจระบบนิเวศป่าพรุน้ำจืดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวใน “เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกาและเส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอย” อีกทั้งยังได้เรียนรู้ดินน้ำและต้นไม้เพื่อนรักใน “เส้นทางป่า 6 คนโอบ” กับความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกันของระบบนิเวศ และที่จะขาดไม่ได้คือการสวมบทบาทเป็น “นักสืบสายน้ำ” สำรวจสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วที่อยู่ร่วมระบบนิเวศเดียวกัน รวมทั้งการสำรวจนกและสำรวจธรรมชาติยามค่ำคืนที่ฝึกทักษะการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติและเรียนรู้แผนที่เสียง

ค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า

“ค่ายนี้ทำให้ผมได้เข้าใจธรรมชาติ อย่างกิจกรรม ‘ต้นไม้เพื่อนรัก’ เป็นกิจกรรมที่ผมชอบที่สุดในค่าย เพราะว่าผมได้ทั้งสัมผัส ได้กอดต้นไม้ที่เป็นเหมือนเพื่อนผม ได้ดมกลิ่นหอมสมุนไพรที่ลำต้นที่ทำให้รู้สึกเย็นสบาย เหมือนเขารู้ว่าเรากอดเขาอยู่ เขาเลยปล่อยความหอมออกมา ผมได้มอบความอบอุ่นให้เเก่เขา เล่าถึงสิ่งที่ผมได้เจอมา และก่อนที่จะจากกัน เราได้มีการตั้งชื่อเพื่อนของตัวเอง ผมชื่อ ‘ต้นกล้า’ ต้นไม้เพื่อนผมชื่อ ‘ต้นหอม’ ผมเชื่อว่าธรรมชาติพร้อมที่จะมอบสิ่งดี ๆ ให้กับเรา ขอเเค่เราเข้าใจเขาก่อนที่โลกของเราจะป่วยไปมากกว่านี้” วัฒนากร มหาวงค์ ถ่ายทอดความประทับใจกับกิจกรรมโอบกอดต้นไม้ที่ดูเหมือนสิ่งง่าย ๆ แต่ในความจริงแล้วเราแทบไม่มีโอกาสได้โอบกอดเขาอย่างแท้จริงเลย

ค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า

ด้าน ศุภณัฐ จอกนาค บอกเล่าถึงสิ่งที่ได้รับจากค่ายนี้ว่าไม่ใช่แค่ความสนุก แต่การมาค่ายครั้งนี้ทำให้ตัวเธอเองอยากที่จะกลับไปเป็นกระบอกเสียงให้ธรรมชาติ“ค่ายนี้เปิดประสบการณ์มาก ๆ จากคนที่มีความชอบเรื่องธรรมชาติอยู่แล้ว จนตอนนี้กลายเป็นรู้สึกรักไปเลย เมื่อผ่านค่ายนี้ไปแล้ว ก็อยากเป็นกระบอกเสียงให้กับธรรมชาติ บอกให้คนอื่นรู้ว่าตอนนี้ธรรมชาติกำลังเผชิญหน้ากับอะไร และเรามีวิธีรับมืออย่างไรบ้าง เช่น การกินข้าวให้หมดจาน การใช้น้ำอย่างประหยัด เพียงเท่านี้ก็เซฟธรรมชาติได้แล้ว”

นอกจากจะชวนเยาวชนคนรุ่นใหม่ไปทำความรู้จักและเข้าใจธรรมชาติให้มากกว่าแค่ในห้องเรียนสี่เหลี่ยมแล้ว ค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า ยังเป็นค่ายที่ค่อย ๆ สร้างเครือข่ายเยาวชนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการช่วยกันเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมในอนาคต ดังนั้นทางค่ายจึงเปิดโอกาสให้เยาวชนที่เคยผ่านค่ายนี้มาแล้ว ได้สมัครมาเป็นพี่เลี้ยงค่ายให้น้อง ๆ รุ่นต่อไป เพื่อส่งต่อ “เมล็ดพันธุ์” สู่การเป็นเครือข่ายเยาวชนรักษ์ป่า

เช่นเดียวกับ ขวัญข้าว แพงไทสงค์ ที่ตั้งใจสมัครมาเป็นพี่เลี้ยงค่ายรุ่นที่ 62 เพราะอยากสร้างแรงบันดาลใจเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติให้คนรุ่นต่อไป “การมาเป็นพี่เลี้ยงค่ายทำให้เราต้องมีความเข้าใจน้อง ๆ เพราะค่ายมีความหลากหลาย ทุกคนมาจากต่างถิ่น สำหรับเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มองว่าเราสามารถเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ รอบตัวเราได้ เช่น กิจกรรม Zero Waste ในค่าย ที่ให้แง่คิดว่าทำอย่างไรเราจะทำกับข้าวให้ใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่าและเหลือทิ้งน้อยที่สุด และทานอาหารที่ทำเองให้หมด ในอนาคตอยากสานต่อเจตนารมณ์เรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมที่ได้รับจากพี่ ๆ ในค่ายสู่เพื่อน ๆ และคนรอบตัวต่อไป”

ค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า

ส่วนกุลณดา อินทร์ขาล พี่เลี้ยงค่ายรุ่นที่ 62 กล่าวว่าแม้ว่าบทบาทหน้าที่ในค่ายปีนี้ของเธอจะเปลี่ยนจากน้องค่ายกลายมาเป็นพี่เลี้ยง แต่เธอก็ยังรู้สึกว่ากิจกรรมต่าง ๆ ในค่ายก็ยังสามารถเติมแรงบันดาลใจให้เธอได้ทุกครั้ง พร้อมทั้งอยากฝากบอกถึงทุกคนว่า “ธรรมชาติเป็นของเรา ถ้าเราไม่ดูแลและสนใจ แล้วใครจะสนใจ”

และแม้ตอนนี้ห้องเรียนธรรมชาติ “ค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า รุ่นที่ 62” จะปิดคลาสลงแต่ต้นทางจิตสำนึกในใจเยาวชนกำลังเริ่มต้นขึ้น เพื่อกลับไปเติบโตและงอกงาม พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและป่าต้นน้ำต่อไป

The post ไปเป็นนักสืบธรรมชาติ ถอดรหัส “ป่าต้นน้ำอินทนนท์” กับ ค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า รุ่นที่ 62 appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...