“คองโก” เตรียมจำกัดใช้เงินสดดอลลาร์สหรัฐทำธุรกรรม เดินหน้าแก้ฟอกเงิน-ดันค่าเงินท้องถิ่น
"คองโก" เตรียมจำกัดใช้เงินสดดอลลาร์สหรัฐทำธุรกรรม หวังเพิ่มความโปร่งใสและฟื้นความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ แม้ยังเผชิญความท้าทายจากการพึ่งพาเงินสด
วันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 11.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าธนาคารกลางของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (Democratic Republic of Congo) เตรียมออกมาตรการจำกัดการใช้เงินสดดอลลาร์สหรัฐในการทำธุรกรรม เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนปีหน้า เพื่อสกัดการฟอกเงินและฟื้นความเชื่อมั่นต่อสกุลเงินท้องถิ่น
Andre Wameso ผู้ว่าการธนาคารกลาง เปิดเผยว่า แม้ธนาคารพาณิชย์จะรับเงินดอลลาร์สดเข้าสู่ระบบหลายพันล้านดอลลาร์ต่อปี แต่มีเพียงส่วนน้อยที่ยังคงอยู่ในระบบการเงินอย่างเป็นทางการ โดยเงินจำนวนมากอาจไหลออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้ยากต่อการติดตามเส้นทางเงิน
เศรษฐกิจของคองโกยังคงพึ่งพาเงินดอลลาร์อย่างสูง โดยข้อมูลจาก International Monetary Fund ระบุว่า เงินฝากราว 90% และสินเชื่อมากกว่า 97% อยู่ในรูปดอลลาร์ อย่างไรก็ตามธนาคารกลางเชื่อว่าเทคโนโลยีทางการเงินและเสถียรภาพของเงินฟรังก์ที่แข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมา จะช่วยลดการพึ่งพาดอลลาร์ได้
ภายใต้นโยบายใหม่ บัญชีเงินฝากสกุลดอลลาร์ยังคงใช้งานได้ แต่ธุรกรรมจะถูกผลักดันให้เปลี่ยนไปใช้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีช่วงเปลี่ยนผ่าน 1 ปี และอาจมีมาตรการจูงใจเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนนำเงินสดเข้าสู่ระบบธนาคาร
มาตรการนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการกำกับดูแลทางการเงิน และช่วยให้คองโกหลุดจากบัญชีสีเทาของ Financial Action Task Force ซึ่งเป็นรายชื่อประเทศที่มีความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน โดยสถานะดังกล่าวอาจกระทบความน่าเชื่อถือทางการเงินและการเข้าถึงระบบธนาคารโลก
นักวิเคราะห์มองว่านโยบายลดการใช้ดอลลาร์ (de-dollarization) จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพนโยบายการเงินและฟื้นความเชื่อมั่นต่อสกุลเงินท้องถิ่น แต่ยังมีความเสี่ยงในการดำเนินการ เนื่องจากเศรษฐกิจของคองโกยังพึ่งพาเงินสดและระบบนอกภาคทางการสูง
นอกจากนี้ ธนาคารกลางยังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน โดยเปิดทางให้บริษัทฟินเทคเข้ามาดำเนินธุรกิจ และร่วมมือกับ Visa และ Mastercard เพื่อขยายระบบการชำระเงิน
ในด้านเศรษฐกิจโดยรวม คองโกยังพึ่งพาการส่งออกทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะทองแดง และล่าสุดรัฐบาลสามารถออกพันธบัตรยูโรบอนด์ครั้งแรกได้สำเร็จ มูลค่า 1.25 พันล้านดอลลาร์ แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานและความไม่สงบภายในประเทศ
ธนาคารกลางยังมีแผนเพิ่มทุนสำรองทองคำจากแหล่งผลิตภายในประเทศ เพื่อเสริมเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว ขณะที่ความคืบหน้าในกระบวนการสันติภาพกับกลุ่มกบฏในภาคตะวันออกของประเทศก็ช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนมากขึ้น
อ้างอิง : bloomberg.com