“สหรัฐ” ระบายน้ำมันสำรอง 53 ล้านบาร์เรล สกัดราคาพลังงานพุ่งจากสงครามอิหร่าน
สหรัฐเปิดจัดสรรน้ำมันดิบจากคลังสำรองยุทธศาสตร์ปิโตรเลียม (SPR) จำนวน 53.3 ล้านบาร์เรล ให้กับบริษัทพลังงานและผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ เพื่อช่วยสกัดราคาน้ำมันและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงจากสงครามอิหร่าน
วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.10 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สหรัฐเปิดจัดสรรน้ำมันดิบจากคลังสำรองยุทธศาสตร์ปิโตรเลียม (SPR) จำนวน 53.3 ล้านบาร์เรล ให้กับบริษัทพลังงานและผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ รวมถึง Trafigura Group และ Marathon Petroleum เพื่อช่วยสกัดราคาน้ำมันและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงจากสงครามอิหร่าน
กระทรวงพลังงานสหรัฐระบุว่า Trafigura ได้รับจัดสรรน้ำมันมากที่สุดเกือบ 13 ล้านบาร์เรล ตามด้วย Marathon Petroleum และ Exxon Mobil โดยขณะนี้รัฐบาลสหรัฐกำลังเร่งปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองออกสู่ตลาดในปริมาณใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อควบคุมราคาน้ำมันหน้าปั๊มก่อนเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยวช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงที่ความต้องการใช้น้ำมันเบนซินเพิ่มสูงขึ้น
รายงานระบุว่า ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยทั่วสหรัฐพุ่งขึ้นต่อเนื่องหลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่านในเดือนกุมภาพันธ์ โดยราคาน้ำมันเบนซินธรรมดาทะลุ 4.50 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565
ด้านประธานาธิบดี Donald Trump กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า เขาจะผลักดันการระงับภาษีน้ำมันเบนซินของรัฐบาลกลางที่อัตรา 18.4 เซนต์ต่อแกลลอน จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม แม้มาตรการดังกล่าวอาจทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้ภาษีหลายพันล้านดอลลาร์ต่อเดือน ตามการประเมินของนักวิเคราะห์งบประมาณอิสระ
น้ำมันจากคลังสำรองจะถูกทยอยปล่อยออกสู่ตลาดระหว่างเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงที่โรงกลั่นเพิ่มกำลังการผลิตรองรับความต้องการใช้น้ำมันสูงสุด โดยการขายน้ำมันครั้งนี้ถือเป็นการระบาย SPR ครั้งใหญ่เป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ และเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามระดับโลกที่นำโดย International Energy Agency เพื่อกดดันราคาน้ำมันโลก
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐได้ปล่อยน้ำมันออกจากคลังสำรองในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.22 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายใต้มาตรการดังกล่าว
รัฐบาลทรัมป์ยังประกาศแผนปล่อยน้ำมันรวม 172 ล้านบาร์เรล ผ่านโครงการ “แลกเปลี่ยนน้ำมัน” (exchange program) ซึ่งเป็นรูปแบบการให้บริษัทเอกชนยืมน้ำมันไปใช้ก่อน และต้องส่งคืนน้ำมันในภายหลัง โดยปัจจุบันสหรัฐอนุมัติการปล่อยน้ำมันไปแล้ว 133.1 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตามยังไม่มีความชัดเจนว่ากระทรวงพลังงานจะเปิดจัดสรรเพิ่มเติมหรือไม่เพื่อให้ครบตามเป้าหมาย
ทั้งนี้ น้ำมันบางส่วนไม่ได้ถูกใช้ภายในสหรัฐ แต่ถูกส่งออกไปยังยุโรปและอเมริกาใต้ด้วย
อ้างอิง : bloomberg.com