ปชป. เปิดตัวแพลตฟอร์ม “จับตา” ชวนประชาชนส่งปัญหาราคาสินค้า
วันที่ 23 มี.ค. 69 นายกรณ์ จาติกวนิช และ นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ แถลงข่าวเรื่อง การนำดิจิทัล (Digital ) มาแก้ปัญหาต่อการขึ้นราคาสินค้า ในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยนายกรณ์ กล่าวว่า ปัญหาเกี่ยวกับการเข้าถึงน้ำมัน เมื่อเช้านี้ทางพรรคได้มีการตรวจสอบกับปั๊มน้ำมันในต่างจังหวัดโดยเฉพาะภาคใต้ พบว่าปริมาณน้ำมันที่ส่งให้ปั๊มต่าง ๆ ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติถึงครึ่ง ประชาชนยังไม่มีน้ำมันใช้อย่างเพียงพอ ในขณะที่น้ำมันดิบมีเพียงพอ กำลังโรงกลั่นมีเพียงพอ และมีกำลังผลิตเต็มที่ แล้วน้ำมันหายไปไหน
ตนมองว่ารัฐบาลยังให้คำตอบกับประชาชนได้ไม่ชัดเจน แต่ที่ชัดเจนคือทุกปั๊มรายงานตรงกันว่าคลังส่งน้ำมันให้โควตาน้ำมันน้อยกว่าปกติ ทางพรรคจึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบตลอดเส้นทางว่าเกิดอะไรขึ้นและสื่อสารต่อประขาชนอย่างชัดเจน
นอกจากราคาน้ำมัน สิ่งที่ประชาชนมีความกังวล คือผลกระทบต่อราคาสินค้าและค่าครองชีพ เพราะน้ำมันเป็นต้นทุนที่สำคัญ สิ่งที่รัฐบาลโดยเฉพาะกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ควรควบคุมไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า และรายการสินค้าประเภทใดที่ต้องปรับราคาขึ้นบ้าง เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนได้อย่างทันท่วงที
รวมถึงสินค้าบางประเภท มีความจำเป็นแค่ไหนในการปรับราคาขึ้น ซึ่งล่าสุดอธิบดีกรมการค้าภายใน ประกาศรายการสินค้าที่จะควบคุมราคา ขอให้ทบทวนว่าประชาชนเดือดร้อนกับสินค้าเหล่านั้นจริงหรือไม่ แต่ปิโตรเลียมเหลว น้ำมันเชื้อเพลิง ไปจนถึงยารักษาโรค ยังไม่มีมาตรการชัดเจนว่าจะดูแลคุ้มครองประชาชนอย่างไร
ด้าน นางการดี ได้เปิดตัว แพลตฟอร์มชื่อว่า "จับตา" โดยทีมเทคแลบของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นเครื่องมือดิจิทัลที่จะช่วยสำรวจโดยให้ประชาชนแจ้งข้อมูลราคาสินค้า ว่ามีสินค้าใดบ้างที่มีราคาผิดปกติ เพื่อชี้เป้าพื้นที่ที่วิกฤตได้จริง ให้หน่วยงานรัฐและประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลดังกล่าว
นอกจากจะเป็นแผนที่รายงานราคาสินค้าแล้ว ยังสามารถเป็น Early Warning Sign หรือสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า ที่จะทำให้เราเห็นความผิดปกติของการขึ้นราคาและการกักตุนสินค้าได้ทันท่วงทีในทุกจุดทั่วประเทศ โดยวิธีการใช้แพลตฟอร์มดังกล่าว ทำได้โดย แอดไลน์แอดของพรรคประชาธิปัตย์ แล้วให้ข้อมูลดังนี้
แจ้งตำแหน่ง >> ใส่รายการสินค้า หรือชื่อสินค้า >> เลือกหน่วยของสินค้า >> ใส่ราคา >> เลือกความรู้สึกว่า ราคาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร >> แนบรูปภาพประกอบ
ซึ่งตัวระบบเวอร์ชันเบื้องต้นพร้อม Dashboard แสดงผลในรูปแบบแผนที่อัจฉริยะเสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยเตรียมที่จะบูรณาการเข้ากับ Line OA ของพรรคเพื่อให้เข้าถึงประชาชนได้ง่ายที่สุด และในวันพรุ่งนี้ (24 มี.ค.) จะได้มีการประชุมร่วมกับทีมพัฒนาฯ ของพรรค (Tech Lab) เพื่อทดสอบระบบอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนเปิดใช้งานจริง
นางการดี ระบุว่า หัวใจสำคัญของข้อมูลจากแพลตฟอร์มนี้ จะถูกนำไปวิเคราะห์เพื่อกำหนดนโยบายการช่วยเหลือแบบ “พุ่งเป้า” (Targeted Support) โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบการ SME และพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์มีเจตนารมณ์อันดีในการเปิดระบบเชื่อมต่อ API เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการจัดทำมาตรการควบคุมดูแลราคาสินค้าที่ตรงกับพื้นที่ ไม่ต้องทำมาตรการแบบหว่านแห ประหยัดการใช้งบประมาณ และสร้างความโปร่งใสโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นประโยชน์สูงสุดของประชาชน
นายกรณ์ ขยายความประเด็นที่บอกว่า มีการส่งน้ำมันไปที่ปั๊มลดลงครึ่งหนึ่ง ว่าเรื่องนี้สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งตอนนี้ถือเป็นภาระของประชาชนมาก และผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันไม่สามารถอธิบายกับประชาชนว่าน้ำมันหมดเพราะอะไร ในขณะที่รัฐบาลบอกว่าน้ำมันหมดเพราะประชาชนกักตุน ซึ่งประชาชนก็รู้อยู่ว่าไม่ใช่ เพราะถูกจำกัดไม่ให้เติมเกินคนละ 500 บาท จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะกักตุน ขณะที่ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันบอกว่า น้ำมันที่ส่งมา มีปริมาณต่ำกว่าปกติครึ่งต่อครึ่ง จึงเกิดคำถามว่าแล้วน้ำมันไปอยู่ที่ไหน และทางกระทรวงพลังงานก็ไม่ได้ชี้แจงเรื่องนี้
ส่วนที่ตรวจสอบพบว่ามีการกักตุนในจังหวัดอ่างทองและแม่สอด จ.ตาก ตนอยากขอความโปร่งใส เพื่อทำให้ทุกคนคลายความกังวล และหากได้รับข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริงทุกคนจะคลายความกังวลได้ และผ่านวิกฤตที่เกิดขึ้น
ตนเข้าใจว่าวิกฤติพลังงานเกิดขึ้นทั่วโลก แต่สภาพความวุ่นวายเกิดขึ้นแค่ที่ประเทศไทยประเทศเดียว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการบริหารจัดการนโยบาย ยังไม่ถูกทาง นี่จึงเป็นความอึดอัดของประชาชน ส่วนจะสะท้อนได้หรือไม่ว่ารัฐบาลบริหารล้มเหลว จึงทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่น ตนไม่อยากสรุปแบบนั้น เอาเป็นว่าวันนี้ประชาชนไม่พอใจกับวิธีการบริหารจัดการและสื่อสาร การแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน และพลังงาน ซึ่งปัญหาต่อไปจะเป็นเรื่องของการขาดแคลนพลังงาน คือเรื่องค่าไฟจะถูกนำมาถกเถียงกันต่อไปในสังคม
ในกรณียังกล่าวได้ว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นญัตติด่วน เพื่อให้สภา เปิดอภิปราย เรื่องวิกฤตพลังงาน และผลกระทบที่เกิดกับประชาชน รวมถึงราคาสินค้าและอื่นๆ หวังว่าจะได้ใช้สภาฯให้เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงกับประชาชน ในวันพุธที่ 25 มี.ค.นี้
ส่วนประเด็นเรื่อง "ไอ้โม่ง" ที่กองปราบปรามไปตรวจคลังน้ำมันที่จังหวัดอ่างทอง นายกรัฐมนตรี ตอบว่า "ถ้าจับได้ก็ไม่ถือเป็นไอ้โม่ง" นั้น นายกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลสามารถตามน้ำมันได้ทุกหยดอยู่แล้ว ตั้งแต่แหล่งน้ำมันดิบไปสู่โรงกลั่น แล้วส่งต่อไปที่ใดบ้าง แต่ทำไมยังคงมีประเด็นที่ตั้งคำถามและถกเถียงกัน ซึ่งตนเชื่อว่า มีใครบางคนต้องการปกปิดข้อมูลอยู่ รัฐบาลมีอำนาจอยู่ในมือ สามารถหาความจริงได้อยู่แล้ว จึงอยากให้มีการสื่อสารที่ชัดเจนเพื่อคลายความกังวล และลดความขัดแย้งบางเรื่องในสังคม
"ตนไม่รู้ว่าไอ้โม่งคืออะไร ใช้คำว่าไอ้โม่งคือคนที่กักตุนน้ำมันใช่หรือไม่ ก็อย่างที่นายกฯบอก จับได้เมื่อไหร่ ก็ไม่ใช่ไอ้โม่งแล้ว แต่ก่อนที่จะถูกจับได้ก็ยังเป็นไอ้โม่งอยู่" นายกรณ์กล่าว
ด้านนางการดี กล่าวเสริมว่า ประเด็นหลักคือ ความโปร่งใสเรื่องข้อมูล การบริหารจัดการ การสื่อสารที่ถูกต้อง 3 อย่างนี้หากรัฐบาลทำได้ ก็จะคลายข้อสงสัยของประชาชนได้.