โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลูกสาวประสบอุบัติเหตุ-สมองตาย แม่ตัดสินใจส่งมอบหัวใจ-อวัยวะ ช่วยต่อลมหายใจผู้ป่วยคนอื่น

Khaosod

อัพเดต 23 มี.ค. เวลา 10.35 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. เวลา 10.35 น.
หัวใจแม่ยิ่งใหญ่ ลูกสาวประสบอุบัติเหตุ-สมองตาย ตัดสินใจส่งมอบหัวใจ-อวัยวะ ช่วยต่อลมหายใจผู้ป่วยคนอื่น

หัวใจแม่ยิ่งใหญ่ ลูกสาวประสบอุบัติเหตุ-สมองตาย ตัดสินใจส่งมอบหัวใจ-อวัยวะ ช่วยต่อลมหายใจผู้ป่วยคนอื่น บอกลูกยังคงอยู่ในใจและความรู้สึกของแม่เสมอ

จากกรณีโลกโซเชียลแห่แชร์เรื่องราวสุดซึ้งจากเพจเฟซบุ๊ก “งานประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลบ้านโป่ง” จ.ราชบุรี และ “ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ กองบังคับการตำรวจจราจร” หลังจากวันที่ 22 มี.ค.2569 เผยแพร่ภาพและคลิปวีดีโอ ภารกิจส่งมอบหัวใจดวงที่ 163 จาก รพ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี สู่ รพ.ศิริราช

โดยได้รับความกรุณาจากครอบครัวของ น.ส.รัชชนันท์ แก้วโมกข์ หรือน้องครีม อายุ 20 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุ มีภาวะสมองตาย มารดาและญาติ ยินดีบริจาคอวัยวะ ได้แก่ หัวใจ ตับ และไต 2 ข้าง ให้กับศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย เพื่อนำไปปลูกถ่ายให้แก่ผู้ป่วยที่รอรับอวัยวะ ได้มีโอกาสและชีวิตใหม่อีกครั้ง

โดยในคลิปหลังจากคณะแพทย์ทำการผ่าตัด ทางเจ้าหน้าที่รีบนำส่งอวัยวะด้วยรถพยาบาลฉุกเฉินไปยัง รพ.ศิริราช ในทันที เพื่อส่งมอบให้กับผู้ป่วยที่รอรับอวัยวะ ซึ่งได้รับการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างเต็มที่จากตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ตำรวจทางหลวง และตำรวจจราจร สภ.บ้านโป่ง ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด เนื่องจากเป็นช่วงเย็นวันอาทิตย์ โดยระยะทาง 76 กม. ใช้ระยะเวลาในการนำส่งอวัยวะ 50 นาที สร้างความประทับใจและคำชื่นชมจากผู้ที่พบเห็นจำนวนมาก

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 23 มี.ค.2569 นพ.วิบูลย์ ภัณฑบดีกรณ์ ผอ.รพ.บ้านโป่ง พร้อมคณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาลที่เกี่ยวข้อง มอบพวงหรีดของศูนย์รับบริจาคอวัยวะกาชาดไทย และ รพ.บ้านโป่ง รวมไปถึงเข็มกลัดและใบประกาศเกียรติคุณแก่ น.ส.ฐิตาพา แก้วโมกข์ มารดาของน้องครีม พร้อมคนในครอบครัว เพื่อไว้อาลัยและสดุดีเกียรติยศแก่ผู้บริจาคอวัยวะ

นางศิริสุข เทียนคำ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ หนึ่งในทีม Service Plan สาขาบริจาคอวัยวะ เปิดเผยว่า น้องครีมเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.บ้านโป่ง เนื่องจากประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนเมื่อคืนวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา มีอาการบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรงจนเกิดภาวะสมองตาย

ด้วยน้องครีมอายุยังน้อยและเป็นการเสียชีวิตกะทันหัน ในช่วงแรกญาติยังทำใจไม่ได้ แต่จากการให้ข้อมูลของทีมที่ชัดเจนว่า “ภาวะสมองตาย” คือการเสียชีวิตทางกฎหมาย และร่างของน้องจะได้รับการดูแลอย่างมีเกียรติ ตกแต่งให้คงสภาพเดิมเหมือนคนนอนหลับที่สุด ทำให้ครอบครัวมั่นใจและยินยอมส่งต่ออวัยวะ

วินาทีที่ทีมงานได้เห็นคลิปหัวใจส่งถึงปลายทางโดยสวัสดิภาพ มีญาติของผู้ป่วยที่รับบริจาคมายืนไหว้กล่าวขอบคุณ ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องต่างภูมิใจและตื้นตันใจ เนื่องจากภารกิจนำส่งหัวใจดวงที่ 163 นี้ เป็นครั้งแรกของโรงพยาบาลบ้านโป่ง

ด้าน น.ส.ฐิตาพา แก้วโมกข์ มารดาของน้องครีม เปิดใจว่า เมื่อทราบจากคณะแพทย์ว่าลูกจะไม่มีทางฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว แม้จะรู้สึกเศร้าเสียใจ แต่ก็ต้องยอมรับ ซึ่งตนศึกษาเรื่องนี้มานานและเชื่อว่าการบริจาคอวัยวะคือการสร้างกุศลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อีกทั้งยังมั่นใจว่าความดีนี้จะส่งผลให้ลูกไปสู่ภพภูมิที่ดี และขณะที่หัวใจของลูกสาวถูกเจ้าหน้าที่รีบวิ่งนำส่งปลายทาง สิ่งเดียวที่ตนจะทำได้คือโบกมืออำลาลูกอย่างภาคภูมิใจ

เมื่อตนเห็นคลิปของหญิงรายหนึ่ง คาดว่าเป็นญาติของผู้ที่ได้รับบริจาคอวัยวะ ออกมากล่าวขอบคุณผู้เกี่ยวข้อง ตนรู้สึกปลื้มและอิ่มบุญเป็นอย่างมาก ที่การจากไปของลูกได้ช่วยต่อชีวิตให้ผู้อื่น อีกทั้งยังได้เห็นอีกหนึ่งครอบครัวที่กำลังมีโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ จึงขอฝากถึงผู้ที่ได้รับหัวใจของลูกสาวว่า “ตอนนี้หัวใจของลูกไปเต้นอยู่ในร่างของใครอีกคนแล้ว ขอให้เขานำหัวใจของลูกแม่ไปสร้างบุญ สร้างความดีต่อไป”

นอกจากนี้ น.ส.ฐิตาพา กล่าวทิ้งท้ายถึงลูกสาวว่า “อยากบอกว่ารักเขามากๆ ชาติหน้าขอให้ได้เกิดในที่ที่มีความสุข ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีกต่อไปแล้ว แต่ลูกก็จะยังคงอยู่ในใจและความรู้สึกของแม่เสมอ”

ทั้งนี้ ร่างของน้องครีม ตั้งบำเพ็ญกุศล ณ วัดโคกพระเจริญ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี โดยจะมีพิธีฌาปนกิจในวันพุธที่ 25 มี.ค.2569 เวลา 16.00 น. ก่อนที่ญาติจะนำอัฐิไปลอยอังคารที่ จ.ฉะเชิงเทรา ต่อไป

ด้าน นพ.วิบูลย์ ภัณฑบดีกรณ์ ผอ.โรงพยาบาลบ้านโป่ง เปิดเผยถึงว่า เนื่องจากปัจจุบันผู้ป่วยโรคเรื้อรังระยะสุดท้ายมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น แม้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะก้าวหน้าไปมาก มีเครื่องมือและยารักษาที่ทันสมัย แต่สิ่งหนึ่งที่เทคโนโลยีไม่สามารถสร้างทดแทนได้ก็คืออวัยวะของมนุษย์ ซึ่งการปลูกถ่ายอวัยวะเป็นหนึ่งในวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ทำให้ปัจจุบันมีผู้ป่วยที่ลงทะเบียนรอคอยความหวังอยู่หลักหลายพันราย แต่ตัวเลขผู้ที่แสดงเจตจำนงบริจาคจริงกลับมีเพียงหลักร้อยหลักพัน

ทั้งนี้ หนึ่งร่างของผู้บริจาคสามารถสร้างประโยชน์ได้มหาศาล หากอยู่ในภาวะสมองตาย แต่หัวใจยังเต้นอยู่ จะสามารถนำอวัยวะไปปลูกถ่ายต่อชีวิตได้ทันที ทั้งหัวใจ ปอด ตับ ตับอ่อน และไต รวมถึงเนื้อเยื่อ กระจกตา เส้นเลือด และลิ้นหัวใจ แต่หากเสียชีวิตโดยสมบูรณ์แล้ว ร่างกายก็ยังมีค่าในฐานะ “อาจารย์ใหญ่” เพื่อให้เหล่านักเรียนแพทย์ พยาบาล และบุคลากรสาธารณสุขได้ศึกษาทางวิภาคศาสตร์ เพื่อนำความรู้ไปช่วยชีวิตคนอื่นต่อไปในอนาคต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลูกสาวประสบอุบัติเหตุ-สมองตาย แม่ตัดสินใจส่งมอบหัวใจ-อวัยวะ ช่วยต่อลมหายใจผู้ป่วยคนอื่น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...