บล.เมย์แบงก์ ชี้ต้นทุนพุ่งกดดันกลุ่มอาหาร CPF–TU เสี่ยงสูง-ชู ITC แกร่งสุด
บล.เมย์แบงก์ ชี้ต้นทุนพุ่งกดดันกลุ่มอาหาร CPFTU เสี่ยงสูง-ชู ITC แกร่งสุด
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 มี.ค. 69 8:53: น.
'เมย์แบงก์' มองกลุ่มอาหาร เท่าตลาด ชี้ต้นทุนวัตถุดิบจ่อเพิ่มจากน้ำมัน-เอลนีโญ ฉุดมาร์จิ้น CPFTU รับแรงกดดันสูง ขณะ ITC แข็งแกร่งจากโมเดลธุรกิจ ส่งผ่านต้นทุนได้ดี
บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) มองกลุ่มอาหาร เท่าตลาด จากต้นทุนวัตถุดิบที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หากสงครามยืดเยื้อ อาจกดดัน GPM ตั้งแต่ 2Q69 ขณะที่ ITC ยังเป็นหุ้นเด่นจากดีมานด์แข็งแกร่ง
- ต้นทุนวัตถุดิบมีแนวโน้มสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน ปุ๋ย ปัญหาขนส่ง รวมถึงภัยแล้งเอลนีโญ
- CPF และ TU เสี่ยงสูงสุดจาก NPM ต่ำ ส่วน ITC เสี่ยงต่ำสุดจากโมเดล cost-plus และมาร์จิ้นสูง
- ราคาทูน่าอ่อนไหวต่อน้ำมันมากสุด เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงมีสัดส่วนสูงในการทำประมง
- TU มีความเสี่ยง GPM สูงสุด ขณะที่ CPF และ GFPT อาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น
- กำไรกลุ่มเนื้อสัตว์ 1Q69 มีแนวโน้มอ่อนตัว แม้ราคาหมู-ไก่ในไทยฟื้น MoM แต่ยังลดลง YoY
- CPF ถูกกดดันจากราคาหมูจีนต่ำ ส่วน GFPT เสี่ยงจากราคาไก่ ขณะที่ TU และ ITC ได้อานิสงส์จากราคาทูน่าลดลง
- ราคาวัตถุดิบยังอยู่ระดับต่ำ แต่ราคาหมูจีนต่ำกว่าต้นทุน กดดันกำไร CPF ต่อเนื่อง
- ราคาทูน่าที่ลดลงยังเป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไรของ TU และ ITC ในช่วงต้นปี 69
เรียบเรียง โดย จำเนียร พรทวีทรัพย์ อนุมัติ โดย จำเนียร พรทวีทรัพย์
ดูข่าวต้นฉบับ