โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“สหรัฐ” ดันมติ UN กดดันอิหร่านปมฮอร์มุซ “รูบิโอ” ขอจีน-รัสเซียอย่าขวางซ้ำ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.19 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"สหรัฐ" เรียกร้อง UN สนับสนุนร่างมติให้อิหร่านยุติโจมตีเรือและหยุดวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ “รูบิโอ” ขอจีน-รัสเซียอย่าขวางซ้ำ

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 07.54 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Marco Rubio รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) สนับสนุนร่างมติที่สหรัฐเสนอ เพื่อกดดันให้อิหร่านยุติการโจมตีและหยุดวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมระบุว่า นี่เป็นบททดสอบว่าสหประชาชาติยังสามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ และเรียกร้องให้จีนกับรัสเซียไม่ใช้สิทธิวีโต้อีกครั้ง

สมาชิก UNSC เริ่มหารือแบบปิดเมื่อวันอังคารเกี่ยวกับร่างมติดังกล่าว ซึ่งสหรัฐร่วมจัดทำกับบาห์เรน ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต และกาตาร์ โดยหากร่างมติผ่าน อาจนำไปสู่การคว่ำบาตรอิหร่าน และอาจเปิดทางให้ใช้กำลังในอนาคต หากอิหร่านยังคงโจมตีและคุกคามเส้นทางเดินเรือพาณิชย์

สถานการณ์ตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซกลับมารุนแรงอีกครั้ง หลังเกิดการยิงตอบโต้ระหว่างสหรัฐกับอิหร่านเมื่อวันจันทร์ สะท้อนการแย่งชิงอิทธิพลเหนือเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก ซึ่งเป็นเส้นเลือดหลักด้านพลังงานและการค้าโลก พร้อมสั่นคลอนข้อตกลงหยุดยิงที่เพิ่งมีอายุเพียง 4 สัปดาห์ และทำให้ทั้งสองฝ่ายยกระดับมาตรการปิดล้อมทางทะเลตอบโต้กัน

ก่อนหน้านี้ ร่างมติที่บาห์เรนเสนอและได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ ซึ่งถูกมองว่าอาจเปิดทางสร้างความชอบธรรมให้สหรัฐใช้กำลังทางทหารกับอิหร่าน ถูกจีนและรัสเซียใช้สิทธิวีโต้คว่ำในการประชุม UNSC เมื่อเดือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ร่างมติฉบับใหม่ได้ปรับถ้อยคำให้หลีกเลี่ยงการระบุชัดเจนเรื่องการใช้กำลัง แม้ยังอ้างอิงภายใต้หมวด 7 ของกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งเปิดทางให้ UNSC สามารถใช้มาตรการตั้งแต่คว่ำบาตรจนถึงปฏิบัติการทางทหารได้

รูบิโอกล่าวระหว่างแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวว่า “ไม่มีใครอยากเห็นร่างมตินี้ถูกวีโต้ซ้ำอีก และเราได้ปรับถ้อยคำบางส่วนแล้ว” แต่ยอมรับว่ายังไม่แน่ใจว่าจะเพียงพอหลีกเลี่ยงการคัดค้านจากจีนและรัสเซียหรือไม่ และระบุเพิ่มเติมว่า สิ่งที่สหรัฐต้องการคือให้ UNSC ออกมาประณามอิหร่าน เรียกร้องให้หยุดโจมตีเรือพาณิชย์ เปิดเผยตำแหน่งทุ่นระเบิด และอนุญาตให้ปฏิบัติการกู้ทุ่นระเบิดและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมดำเนินไปได้

รูบิโอยังกล่าวถึงจีนและรัสเซียว่า การสนับสนุนร่างมติดังกล่าวเป็นผลประโยชน์ร่วมของทุกฝ่าย เพราะไม่มีประเทศใดต้องการเห็นช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ซึ่งจะสร้างความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจให้กับหลายสิบประเทศทั่วโลก

ร่างมติดังกล่าวยังเรียกร้องให้อิหร่านร่วมมือกับสหประชาชาติในการจัดตั้งระเบียงมนุษยธรรมผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังการปิดเส้นทางเดินเรือส่งผลกระทบต่อการขนส่งความช่วยเหลือปุ๋ยและสินค้าจำเป็นอื่น ๆ

ภายใต้ร่างมติ เลขาธิการสหประชาชาติจะต้องรายงานความคืบหน้าภายใน 30 วัน และ UNSC จะประชุมอีกครั้งเพื่อพิจารณามาตรการเพิ่มเติม รวมถึงความเป็นไปได้ในการคว่ำบาตร หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตาม

ด้านคณะผู้แทนจีนประจำสหประชาชาติระบุว่า จีนกำลังประเมินร่างมติดังกล่าว หลังเพิ่งได้รับเอกสารเมื่อวันอังคาร ขณะที่รัสเซียยังไม่ได้แสดงจุดยืนอย่างเป็นทางการ

Stephane Dujarric โฆษกสหประชาชาติ กล่าวว่า แม้ไม่สามารถแสดงความเห็นต่อร่างมติได้โดยตรง แต่สหประชาชาติต้องการเห็นช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งานอย่างปลอดภัย และฟื้นเสรีภาพในการเดินเรือ ซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกอย่างยิ่ง

ความตึงเครียดล่าสุดเกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการ“Project Freedom” เพื่อคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้าที่ติดค้างในช่องแคบฮอร์มุซ โดยกองทัพสหรัฐระบุว่าได้ทำลายเรือเร็วของอิหร่าน 6 ลำ ขณะที่ขีปนาวุธของอิหร่านโจมตีท่าเรือน้ำมันในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

นอกจากนี้ สหรัฐยังได้เสนอแนวคิดจัดตั้งพันธมิตรทางทะเลระหว่างประเทศใหม่ในชื่อ “Maritime Freedom Construct” (MFC) เพื่อสร้างโครงสร้างความมั่นคงทางทะเลในตะวันออกกลางหลังสงคราม และเตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งเมื่อสถานการณ์มีเสถียรภาพ

แผนดังกล่าวจะทำงานร่วมกับภารกิจทางทะเลของอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งมีประมาณ 30 ประเทศเข้าร่วม โดยมีเป้าหมายสร้างเงื่อนไขให้เกิดการเดินเรืออย่างปลอดภัยในอนาคต และอาจต้องอาศัยมติจากสหประชาชาติก่อนที่หลายประเทศจะส่งกำลังทหารเข้าร่วมภารกิจดังกล่าว

อ้างอิง : reuters.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ–อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เร่งสถานการณ์ตึงเครียดทั่วตะวันออกกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...