“สหรัฐ” ดันมติ UN กดดันอิหร่านปมฮอร์มุซ “รูบิโอ” ขอจีน-รัสเซียอย่าขวางซ้ำ
"สหรัฐ" เรียกร้อง UN สนับสนุนร่างมติให้อิหร่านยุติโจมตีเรือและหยุดวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ “รูบิโอ” ขอจีน-รัสเซียอย่าขวางซ้ำ
วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 07.54 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Marco Rubio รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) สนับสนุนร่างมติที่สหรัฐเสนอ เพื่อกดดันให้อิหร่านยุติการโจมตีและหยุดวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมระบุว่า นี่เป็นบททดสอบว่าสหประชาชาติยังสามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ และเรียกร้องให้จีนกับรัสเซียไม่ใช้สิทธิวีโต้อีกครั้ง
สมาชิก UNSC เริ่มหารือแบบปิดเมื่อวันอังคารเกี่ยวกับร่างมติดังกล่าว ซึ่งสหรัฐร่วมจัดทำกับบาห์เรน ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต และกาตาร์ โดยหากร่างมติผ่าน อาจนำไปสู่การคว่ำบาตรอิหร่าน และอาจเปิดทางให้ใช้กำลังในอนาคต หากอิหร่านยังคงโจมตีและคุกคามเส้นทางเดินเรือพาณิชย์
สถานการณ์ตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซกลับมารุนแรงอีกครั้ง หลังเกิดการยิงตอบโต้ระหว่างสหรัฐกับอิหร่านเมื่อวันจันทร์ สะท้อนการแย่งชิงอิทธิพลเหนือเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก ซึ่งเป็นเส้นเลือดหลักด้านพลังงานและการค้าโลก พร้อมสั่นคลอนข้อตกลงหยุดยิงที่เพิ่งมีอายุเพียง 4 สัปดาห์ และทำให้ทั้งสองฝ่ายยกระดับมาตรการปิดล้อมทางทะเลตอบโต้กัน
ก่อนหน้านี้ ร่างมติที่บาห์เรนเสนอและได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ ซึ่งถูกมองว่าอาจเปิดทางสร้างความชอบธรรมให้สหรัฐใช้กำลังทางทหารกับอิหร่าน ถูกจีนและรัสเซียใช้สิทธิวีโต้คว่ำในการประชุม UNSC เมื่อเดือนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ร่างมติฉบับใหม่ได้ปรับถ้อยคำให้หลีกเลี่ยงการระบุชัดเจนเรื่องการใช้กำลัง แม้ยังอ้างอิงภายใต้หมวด 7 ของกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งเปิดทางให้ UNSC สามารถใช้มาตรการตั้งแต่คว่ำบาตรจนถึงปฏิบัติการทางทหารได้
รูบิโอกล่าวระหว่างแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวว่า “ไม่มีใครอยากเห็นร่างมตินี้ถูกวีโต้ซ้ำอีก และเราได้ปรับถ้อยคำบางส่วนแล้ว” แต่ยอมรับว่ายังไม่แน่ใจว่าจะเพียงพอหลีกเลี่ยงการคัดค้านจากจีนและรัสเซียหรือไม่ และระบุเพิ่มเติมว่า สิ่งที่สหรัฐต้องการคือให้ UNSC ออกมาประณามอิหร่าน เรียกร้องให้หยุดโจมตีเรือพาณิชย์ เปิดเผยตำแหน่งทุ่นระเบิด และอนุญาตให้ปฏิบัติการกู้ทุ่นระเบิดและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมดำเนินไปได้
รูบิโอยังกล่าวถึงจีนและรัสเซียว่า การสนับสนุนร่างมติดังกล่าวเป็นผลประโยชน์ร่วมของทุกฝ่าย เพราะไม่มีประเทศใดต้องการเห็นช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ซึ่งจะสร้างความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจให้กับหลายสิบประเทศทั่วโลก
ร่างมติดังกล่าวยังเรียกร้องให้อิหร่านร่วมมือกับสหประชาชาติในการจัดตั้งระเบียงมนุษยธรรมผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังการปิดเส้นทางเดินเรือส่งผลกระทบต่อการขนส่งความช่วยเหลือปุ๋ยและสินค้าจำเป็นอื่น ๆ
ภายใต้ร่างมติ เลขาธิการสหประชาชาติจะต้องรายงานความคืบหน้าภายใน 30 วัน และ UNSC จะประชุมอีกครั้งเพื่อพิจารณามาตรการเพิ่มเติม รวมถึงความเป็นไปได้ในการคว่ำบาตร หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตาม
ด้านคณะผู้แทนจีนประจำสหประชาชาติระบุว่า จีนกำลังประเมินร่างมติดังกล่าว หลังเพิ่งได้รับเอกสารเมื่อวันอังคาร ขณะที่รัสเซียยังไม่ได้แสดงจุดยืนอย่างเป็นทางการ
Stephane Dujarric โฆษกสหประชาชาติ กล่าวว่า แม้ไม่สามารถแสดงความเห็นต่อร่างมติได้โดยตรง แต่สหประชาชาติต้องการเห็นช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งานอย่างปลอดภัย และฟื้นเสรีภาพในการเดินเรือ ซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกอย่างยิ่ง
ความตึงเครียดล่าสุดเกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการ“Project Freedom” เพื่อคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้าที่ติดค้างในช่องแคบฮอร์มุซ โดยกองทัพสหรัฐระบุว่าได้ทำลายเรือเร็วของอิหร่าน 6 ลำ ขณะที่ขีปนาวุธของอิหร่านโจมตีท่าเรือน้ำมันในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
นอกจากนี้ สหรัฐยังได้เสนอแนวคิดจัดตั้งพันธมิตรทางทะเลระหว่างประเทศใหม่ในชื่อ “Maritime Freedom Construct” (MFC) เพื่อสร้างโครงสร้างความมั่นคงทางทะเลในตะวันออกกลางหลังสงคราม และเตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งเมื่อสถานการณ์มีเสถียรภาพ
แผนดังกล่าวจะทำงานร่วมกับภารกิจทางทะเลของอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งมีประมาณ 30 ประเทศเข้าร่วม โดยมีเป้าหมายสร้างเงื่อนไขให้เกิดการเดินเรืออย่างปลอดภัยในอนาคต และอาจต้องอาศัยมติจากสหประชาชาติก่อนที่หลายประเทศจะส่งกำลังทหารเข้าร่วมภารกิจดังกล่าว
อ้างอิง : reuters.com