โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มิชลินไกด์ ครบรอบ 9 ปี เพิ่มร้านอาหารติดดาวกว่า 500 แห่งทั่วไทย ดันเงินสะพัด 3.1 พันล้าน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

มิชลินไกด์ ครบ 9 ขวบ เพิ่มร้านอาหารติดดาวกว่า 500 แห่งทั่วไทย ดันเงินสะพัดสะสม 3.1 พันล้าน

นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีคุณภาพสูงขึ้นโดยเฉพาะในระยะหลัง เนื่องจากมีการวางกลยุทธ์ชูจุดเด่นที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวได้ดีมากขึ้น ผ่านแคมเปญเดอะเวิลด์ ฮิลลิ่ง ดิสทิเนชั่น หรือการเป็นจุดหมายปลายทางด้านการเยียวยาและเติมเต็มตัวเอง

โดยหนึ่งในเครื่องมือที่พัฒนาเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับนักท่องเที่ยวเป็นเรื่องอาหาร ซึ่งมีการร่วมมือมิชลิน ไกด์ จัดทำคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก โดยประเทศไทยดำเนินการจัดทำคู่มือมิชลิน ไกด์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 แล้ว เริ่มต้นปีแรกมีร้านผ่านการคัดเลือกประมาณ 100 กว่าแห่งเท่านั้น แต่ตอนนี้มีเพิ่มขึ้นมาเป็น 500 แห่ง หรือเพิ่มขึ้นมากว่า 4 เท่า พร้อมระดับดาวที่มากกว่าเดิม สะท้อนถึงคุณภาพและมาตรฐานของร้านอาหารในประเทศไทยที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

นายนิธี กล่าวว่า จากรายงาน Beyond the MICHELIN Stars ที่จัดทำขึ้นเมื่อปี 2568 โดยเอิร์นส์แอนด์ยัง (Ernst & Young) บริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจชั้นนำของโลก ซึ่งสะท้อนบทบาทของมิชลินไกด์ ใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ 1.ด้านการท่องเที่ยว มีส่วนช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดย 74% ของนักเดินทางใช้การมีร้านอาหารในมิชลิน ไกด์ เป็นปัจจัยในการเลือกจุดหมายปลายทาง และ 76% มีแนวโน้มขยายระยะเวลาการพำนักเพื่อสัมผัสประสบการณ์ด้านอาหาร 2.ด้านเศรษฐกิจ ร้านอาหารที่ได้รับดาวมิชลินมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 32% หลังได้รับดาวแรก ขณะที่ 60% มีการจ้างงานเพิ่ม 58% มีการลงทุนปรับปรุงร้าน และ 3.ด้านวงการอาหาร ที่มีบทบาทในการยกระดับมาตรฐานและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของอาหารสู่ระดับสากล

นายนิธี กล่าวว่า อ้างอิงจากการศึกษา สำรวจ และรวบรวมผลการดำเนินงาน ประจำปี 2568 โดยบริษัท เคเนติกส์ คอนซัลติ้ง จำกัด ที่ ททท.ดำเนินการจัดจ้างในฐานะที่ปรึกษาดำเนินการศึกษา พบว่า รายได้เพิ่มของการใช้จ่ายด้านอาหารในร้านอาหารมิชลินของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย ประจำปี 2568 รวมเป็นเงิน 822.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% จากปี 2567 ที่อยู่ประมาณ 586.57 ล้านบาท มูลค่าเพิ่มของการใช้จ่ายด้านอาหารจากการดำเนินโครงการ The MICHELIN Guide Thailand รวม 8 ปี ตั้งแต่ปี 2561-2568 รวมทั้งสิ้น 3,182.4 ล้านบาท และเมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณสนับสนุนโครงการรวม 8 ปี มีความคุ้มค่าถึง 14.7 เท่า

“อาหารถือว่ามีความสำคัญมากต่อทั้งการดำรงชีวิตและการท่องเที่ยวโดยค่าใช้จ่าย 1 ใน 5 เป็นอาหาร ทำให้การมีมิชลิน ไกด์ ช่วยดันค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 15-20% เป็นส่วนช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดีมากขึ้น โดยเฉพาะท่ามกลางภาวะที่กำลังเกิดสงครามในตอนนี้ ประเทศไทยถูกวางตำแหน่งให้เป็นเมืองที่มีความพร้อมทั้งความสะดวกในการอยู่อาศัย อาหารการกิน จึงอยากให้คนเข้ามาเที่ยวเพื่อเยียวยาและเติมเต็มตัวเองอีกครั้ง” นายนิธี กล่าว

นายนิธี กล่าวว่า ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง วิกฤตที่เกิดขึ้นผลต่อเที่ยวบิน ทำให้ต้นทุนการเดินทางเพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวต่างชาติก็ต้องมีการบริหารจัดการงบประมาณในการเดินทางให้ดี และอาจมีไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง ททท.อยู่กับการบริหารสถานการณ์วิกฤตมาตลอด ทำให้ต้องปรับแผนในการรับมือเช่นกัน โดยในช่วงสงกรานต์ เดือนเมษายนนี้ การเดินทางท่องเที่ยวยังสามารถทำได้อยู่ บรรยากาศและอารมณ์ในการเดินทางถือว่ามี ทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ทยอยเพิ่มขึ้น และคนไทยเที่ยวในประเทศ โดย ททท.จะทำการสื่อสารเพิ่มเติม ว่าสงกรานต์นี้จะมีการจัดงานอย่างไร สถานที่ใด และรูปแบบต่างๆ ผ่านสื่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งอยากประชาสัมพันธ์ให้ตลาดไทยเที่ยวนอก เปลี่ยนมาเที่ยวในประเทศก่อน เพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่ และหมุนเวียนเศรษฐกิจภายใน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มิชลินไกด์ ครบรอบ 9 ปี เพิ่มร้านอาหารติดดาวกว่า 500 แห่งทั่วไทย ดันเงินสะพัด 3.1 พันล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...