โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอาแน่! ทรัมป์เตรียมโจมตีอิหร่านทางภาคพื้นดิน กรุยทางไปสู่ความพ่ายแพ้

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/03/victory-options-narrowing-as-trump-prepares-iran-ground-assault/)

Victory options narrowing as Trump prepares Iran ground assault

by Brad Reed

30/03/2026

พวกนักวิเคราะห์บอกกันว่า การที่ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเตรียมการเพื่อการใช้กำลังทหารบุกภาคพื้นดินเข้าไปในอิหร่าน คือการเดินหน้าไปสู่ความปราชัย ขณะที่ในอีกด้านหนึ่ง ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวฮูตีในเยเมนก็ได้เปิดการยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลเป็นครั้งแรกในสงครามครั้งนี้

มีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเตรียมการเพื่อเปิดการโจมตีทางภาคพื้นดินบางอย่างบางประการต่ออิหร่านในช่วงไม่กี่สัปดาห์ต่อจากนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์การทหารคนสำคัญผู้หนึ่งเชื่อว่า เขากำลังเดินหน้าตรงไปสู่ความพ่ายแพ้ปราชัย

สื่อวอชิงตันโพสต์เมื่อวันเสาร์ (28 มี.ค.) รายงาน [1] ว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) กำลังเตรียมการมาเป็นเวลา “หลายสัปดาห์” แล้ว ในเรื่องการปฏิบัติการทางภาคพื้นดินในอิหร่าน ซึ่งช่วงเดือนที่ผ่านมาได้ขัดขวางสร้างความสะดุดติดขัดให้แก่ตลาดพลังงานของทั่วโลก ด้วยการปิดการสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อตอบโต้การถล่มโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯและอิสราเอล

แหล่งข่าวหลายรายของวอชิงตันโพสต์เปิดเผยว่า “การปฏิบัติการทางภาคพื้นดินที่อาจเกิดขึ้นใดๆ ก็ตาม จะยังไม่ใช่เป็นการรุกรานแบบเต็มขนาด โดยแทนที่จะเป็นอย่างนั้น มันอาจจะเป็นการจู่โจมที่กระทำโดยการผสมผสานของกองกำลังปฏิบัติการพิเศษ กับกองทหารราบตามแบบแผนปกติ” และอาจจะถูกใช้ไปในการเข้ายึดเกาะคาร์ก (Kharg Island) ศูนย์ส่งออกน้ำมันแห่งสำคัญที่สุดของอิหร่าน หรือไม่ก็ในภารกิจค้นหาและทำลายพวกระบบอาวุธต่างๆ ซึ่งฝ่ายอิหร่านอาจนำไปใช้เล็งเป้าหมายใส่บรรดาเรือซึ่งแล่นอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ

ไมเคิล ไอเซนสตัดต์ (Michael Eisenstadt) ผู้อำนวยการของโปรแกรมการทหารและความมั่นคงศึกษา (Military and Security Studies Program) ณ สถาบันวอชิงตันเพื่อนโยบายตะวันออกใกล้ (Washington Institute for Near East Policy) บอกกับวอชิงตันโพสต์ว่า การเข้ายึดเกาะคาร์ก จะเป็นการปฏิบัติการที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับกองทหารอเมริกัน ถึงแม้มันจะประสบความสำเร็จในเบื้องต้นก็ตามที

“ผมน่ะคงไม่ต้องการอยู่ในสถานที่เล็กนิดเดียวอย่างนั้น โดยที่อิหร่านสามารถที่จะประเคนโดรนลงมาใส่ และบางทีกระทั่งพวกอาวุธยาวยิงได้ไกลอีกด้วย” ไอเซนสตัดต์ บอก

การวิเคราะห์ของ ไอเซนสตัดต์ ได้รับความสนับสนุนเห็นพ้องกันจาก โจเซฟ โวเทล (Joseph Votel) นายทหารเกษียณอายุยศพลเอกชาวอเมริกัน ที่เคยเป็นผู้บัญชาการของกองบัญชาการทหารด้านกลางของสหรัฐฯ (US Central Command หรือ CentCom) ซึ่งมีหน้าที่ดูแลครอบคลุมพื้นที่ตะวันออกกลาง โดย โวเทล ให้ความเห็น [2] กับสื่อทีวี เอบีซีนิวส์ ว่า การเข้ายึดและครอบครองเกาะคาร์กเอาไว้ จะเป็นการทำให้กองทหารสหรัฐฯตกอยู่ในภาวะต้องเผชิญอันตรายอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเตือนด้วยว่า ทหารเหล่านี้อาจจะ “ถูกเล่นงานได้ง่ายมากๆ” จากโดรนและขีปนาวุธซึ่งยิงมาจากแนวชายฝั่ง

ลอว์เรนซ์ ฟรีดแมน (Lawrence Freedman) ศาสตราจารย์กิตติคุณ (professor emeritus) ทางด้านการสงครามศึกษา (war studies) ณ มหาวิทยาลัย คิงส์คอลเลจลอนดอน (King’s College London) เชื่อว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้รุกฆาตตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว โดยไม่ต้องคำนึงว่าการปฏิบัติการภาคพื้นดินจะออกมาในรูปใดเสียด้วยซ้ำ

ในบทวิเคราะห์ [3] ที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ (29 มี.ค.) ฟรีดแมนประกาศว่า ทรัมป์อยู่ในอาการ “หมดทางเลือก” เสียแล้วสำหรับการไขว่คว้าชัยชนะ เนื่องจากไม่ได้มีสัญญาณใดๆ เลยว่าระบอบปกครองอิหร่านกำลังสั่นคลอนสืบเนื่องจากการโจมตีของสหรัฐฯ-อิสราเอล

ฟรีดแมนเขียนเอาไว้ว่า ทรัมป์เวลานี้ “ดูเหมือนกับอาศัยอยู่ในความเป็นจริงคู่ขนาน” พร้อมกับชี้ว่า “คำพูดคำจาของเขากำลังอยู่ในลักษณะไม่ต่อเนื่องสอดคล้องกันยิ่งขึ้นทุกที โดยมีการพูดสิ่งที่ขัดแย้งกันตามกันออกมาอย่างรวดเร็ว และการกล่าวอ้างอย่างหลงผิดเพ้อเจ้อกันตรงๆ เลย”

ทางเลือกที่เป็นจริงเพียงอย่างเดียวซึ่งเหลืออยู่สำหรับทรัมป์ตรงจุดนี้ ฟรีดแมนกล่าวต่อ ก็คือการประกาศอย่างเรียบง่ายว่าเขาได้บรรลุถึงชัยชนะอย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน จากนั้นก็ก้าวเดินจากไปดื้อๆ ทว่าแม้กระทั่งในกรณีดังที่ว่านี้ ฟรีดแมนเขียนต่อไปว่า “นี่ก็จะหมายความถึงการทิ้งความยุ่งเหยิงวุ่นวายในอ่าวเปอร์เซียเอาไว้เบื้องหลัง” โดยที่ไม่มีหลักประกันเลยว่าอิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซขึ้นมาใหม่

“ความสำเร็จในสงคราม ถูกวินิจฉัยตัดสินไม่ใช่จากความเสียหายที่เกิดขึ้นมา หากแต่จากการที่วัตถุประสงค์ทางการเมืองต่างๆ ที่ตั้งเอาไว้ได้กลายเป็นจริง” ฟรีดแมนเขียนเอาไว้เช่นนี้ในบทสรุปของเขา “ตรงนี้ วัตถุประสงค์คือการเปลี่ยนแปลงระบอบปกครอง หรืออย่างน้อยที่สุดก็ต้องมีผู้นำใหม่ที่ว่าได้ใช้ฟังปรากฏขึ้นมาให้เห็น … ปัญหาของทรัมป์อยู่ตรงที่ว่าไม่ว่าเขาจะกล่าวอ้างยังไงก็ตามในเรื่องที่เขาสร้างความเสียหายให้แก่นิวเคลียร์ของอิหร่านและขีดความสามารถทางทหารของอิหร่าน ซึ่งจริงๆ แล้วก็เป็นการกล่าวอ้างที่มีเนื้อหาสาระรองรับอยู่หรอก แต่ทว่าระบอบปกครองนี้ยังคงรอดชีวิตต่อไปได้ ขณะที่เศรษฐกิจระหว่างประเทศกำลังสะดุดติดขัดอย่างสาหัสเลวร้าย และใบเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายยังคงเข้ามาไม่ยอมหยุด”

ชาวฮูตี

ชาวฮูตี ได้ออกมาแถลงเมื่อวันเสาร์ (28 มี.ค.) กล่าวอ้างความชอบสำหรับการยิงขีปนาวุธทิ้งตัวลูกหนึ่งเข้าใส่อิสราเอล เป็นการเปิดแนวรบใหม่อีกแนวหนึ่งในสงครามซึ่งทรัมป์เริ่มต้นขึ้นเมื่อราว 1 เดือนมาแล้ว

ตามรายงาน [4] ของ แอกซิออส (Axios) เว็บไซต์ข่าวออนไลน์ในสหรัฐฯ การโจมตีคราวนี้ของพวกฮูตี เป็นสัญญาณแสดงว่ากองกำลังอาวุธท้องถิ่นซึ่งตั้งฐานอยู่ในเยเมนกลุ่มนี้ กำลังเข้าร่วมในการสู้รบขัดแย้งด้วย เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนอิหร่าน ซึ่งถูกถล่มทางอากาศจากสหรัฐฯและอิสราเอลอย่างดุเดือดรุนแรงมาตลอด 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ถึงแม้ขีปนาวุธของฮูตีลูกดังกล่าว ได้ถูกระบบป้องกันของอิสราเอลสกัดกั้นเอาไว้ได้ แต่มันก็น่าจะเป็นเพียงแค่การเปิดฉากซัลโวใส่ในการสู้รบขัดแย้งที่กำลังขยายตัวลามไปทั่วทั้งตะวันออกกลาง

แอกซิออส ชี้ว่า ขณะที่ชาวฮูตีข้าสู่สงครามครั้งนี้ด้วยการเปิดการโจมตีใส่อิสราเอล แต่พวกเขาสามารถที่จะสร้างความเสียหายอย่างหนักหน่วงที่สุดให้แก่สหรัฐฯและพวกพันธมิตรของสหรัฐฯในภูมิภาคนี้ ด้วยการปิดตายช่องแคบ บับ อัล-มานเดบ (strait of Bab al-Mandeb) ในทะเลแดง

“การทำเช่นนี้” แอกซิออส อธิบาย “จะยิ่งเพิ่มทวีความรุนแรงขึ้นอีกอย่างสาหัสสากรรจ์ ให้แก่วิกฤตเศรษฐกิจโลก หลังจากวิกฤตนี้ถูกก่อให้เกิดขึ้นมาสืบเนื่องจากการทำสงครามกับอิหร่าน” และการที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จนทำให้ราคาพลังงานของโลกพุ่งขึ้นลิ่วๆ

จอห์น สปาร์คส์ (John Sparks) ผู้สื่อข่าวระหว่างประเทศของสื่อทีวี สกายนิวส์ (Sky News) รายงานเมื่อวันเสาร์ (29 มี.ค.) ว่า การที่ฮูตีก้าวเข้าสู่สงครามเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่า “วิกฤตครั้งนี้กำลังขยายตัวออกไป มันกำลังบานปลายยกระดับความรุนแรงเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น”

สปาร์คส์ ให้เหตุผลว่า การที่พวกฮูตีตัดสินใจยิงขีปนาวุธลูกหนึ่งใส่อิสราเอล เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่า “การแผ่ลามทางภูมิศาสตร์ของการสู้รบขัดแย้งคราวนี้กำลังขยายตัวออกไปอีก” และกล่าวด้วยว่า “ชาวฮูตีได้เคยแสดงให้เห็นมาแล้วถึงความสามารถในการโจมตีการเดินเรือในทะเลแดงและในน่านน้ำต่างๆ รอบๆ คาบสมุทรอาราเบีย”

สปาร์คส์ บอกว่า ถึงแม้ทรัมป์และรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โค รูบิโอ “กำลังตั้งท่าแสดงให้เห็นว่ามีความมั่นอกมั่นใจ” ในเรื่องที่ว่าสามารถควบคุมสงครามครั้งนี้ได้ แต่ “มันไม่ได้ออกมาเป็นอย่างนั้นเลย … เมื่อดูกันในพื้นที่”

แดนนี ซิตริโนวิช (Danny Citrinowicz) นักวิจัยอาวุโสแห่งสถาบันเพื่อความมั่นคงแห่งชาติศึกษา (Institute for National Security Studies) เสนอ [5] ว่า คุณค่าหลักของชาวฮูตีต่ออิหร่าน ไม่ได้อยู่ที่การเปิดการโจมตีใส่อิสราเอล หากอยู่ที่ความสามารถของพวกเขาในการเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อสหรัฐฯ

ซิตริโนวิช ยังกล่าวกว้างๆ ถึงหนทางต่างๆ ที่พวกฮูตีสามารถขับดันราคาพลังงานโลกให้ทะยานขึ้นต่อไปอีก

“เรื่องนี้ทำให้เกิดคำถามที่สำคัญข้อหนึ่งขึ้นมา นั่นคือ ชาวฮูตีจะทำให้สถานการณ์บานปลายยกระดับขึ้นไปอีกด้วยการพุ่งเป้าหมายมุ่งเล่นงานโครงสร้างพื้นฐานของซาอุดี ตลอดจนพวกเส้นทางเดินเรือต่างๆ โดยตรงให้มากขึ้นทันทีเลย หรือว่าพวกเขาจะสงวนรักษาขีดความสามารถนี้เอาไว้ก่อน เพื่อใช้เป็นระดับของแรงกดดันอีกชั้นหนึ่งเพิ่มขึ้นมาในตอนที่การสู้รบขัดแย้งนี้มีการวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไป” เขาเขียนเอาไว้เช่นนี้ “ในแต่ละวันของการสู้รบขัดแย้งที่ผ่านพ้นไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากขนาดขอบเขตของการมุ่งเล่นงานอิหร่านซึ่งขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ความเป็นไปได้ที่ฉากทัศน์นี้จะกลายเป็นความจริงขึ้นมาก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ มันกำลังกลายเป็นคำถามแบบถามว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด ยิ่งขึ้นทุกที ไม่ใช่คำถามที่ถามถึงความเป็นไปได้ของมันอีกต่อไป”

นักหนังสือพิมพ์ สเปนเซอร์ แอคเคอร์แมน (Spencer Ackerman) ชี้ให้เห็นในทำนองเดียวกัน โดยระบุว่าข้อน่ากังวลใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับเรื่องที่พวกฮูตีก้าวเข้ามาอยู่ในการสู้รบขัดแย้งคราวนี้ก็คือ ความสามารถของพวกเขาในการก่อให้เกิดความอลหม่านวุ่นวายในทางเศรษฐกิจ

“พวกคุณคิดว่ามันเลวร้ายแล้วใช่ไหม ในตอนที่อิหร่านบีบคอช่องแคบฮอร์มุซ?” เขาตั้งคำถาม [6] แบบเล่นสำนวนโวหาร “ชาวฮูตีนะได้พิสูจน์ตัวเองให้เห็นเรียบร้อยแล้วว่า พวกเขาสามารถทำให้ทะเลแดงยังคงต้องปิดต่อไป ทั้งๆ ที่มีการปะทะประปรายกับกองทัพเรือสหรัฐฯมา 1 ปีแล้ว”

ข้อเขียนชิ้นนี้ เผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ข่าว คอมมอน ดรีมส์ (https://www.commondreams.org/news/trump-iran-war-failure)

เชิงอรรถ

[1] https://www.washingtonpost.com/national-security/2026/03/28/trump-iran-ground-troops-marines/

[2] https://abcnews.com/Politics/us-ground-troops-iran-prove-costly-former-generals/story?id=131472934

[3] https://samf.substack.com/p/trump-runs-out-of-options

[4] https://www.axios.com/2026/03/28/houthis-iran-war-israel-missile

[5]https://x.com/citrinowicz/status/2037792627131621644

[6]https://bsky.app/profile/attackerman.bsky.social/post/3mi4oekqtd22v

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...