เปิด 15 หุ้นที่ต่างชาติซื้อสะสมมากสุด โบรกชี้ 4 กลุ่มน่าสนใจ
#ทันหุ้น-ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ประเด็นการเมืองไทยเดินหน้ามาถึงขึ้นตอนประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก เพื่อเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ เมื่อวันที่ 15 มี.ค.69 ผ่านมา อย่างไรก็ดี ระหว่างทางก่อนที่จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มี.ค. 69 ยังต้องจับตา 2 เรื่อง ได้แก่
1.ศาลอาญาคดีทุจริตฯ นัด 17 มี.ค.ฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้อง คดีฟ้องประธาน กกต.กับพวกรวม 8 คน ปมสั่งพิมพ์บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด
2.ศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุม 18 มี.ค. พิจารณาว่าจะรับคำร้องคดี “บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง” ไว้พิจารณาหรือไม่
ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ คือ ศาล รธน. จะรับคำร้องคดีบัตรเลือกตั้งปี 2569 ที่อาจขัดรัฐธรรมนูญไว้พิจารณาหรือไม่ หากศาลวินิจฉัยว่า บัตรเลือกตั้งขัดต่อรัฐธรรมนูญ อาจส่งผลให้การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะได้ ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงกดดันตลาดหุ้นไทยได
ค่าเงินในเอเชียที่อ่อนค่าแรง ส่งผลให้ทิศทางของ FUND FLOW ในเดือนนี้มีแรงเทขายในตลาดหุ้นเกือบทั้งภูมิภาคไม่ว่าจะเป็นไต้หวัน, เกาหลีใต้, อินเดีย และอินโดนีเซีย ส่วนประเทศไทย นักลงทุนต่างชาติมีสถานะขายสุทธิเช่นกันทั้งในตลาดหุ้นขายสุทธิสูงถึง 33,506 ล้านบาทและตลาดตราสารหนี้ขายสุทธิไปแล้วกว่า 34,046 ล้านบาท(MTD)
แม้ภาพรวมจะเป็นการเทขายตลาดหุ้นไทย แต่หากเจาะลึกลงไปในรายตัว จะพบว่านักลงทุนต่างชาติมีการปรับพอร์ตโดยเลือกซื้อหุ้นขนาดใหญ่ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว หรือได้อานิสงส์จากเทรนด์โลก โดย 15 อันดับหุ้นที่ต่างชาติซื้อสะสมมากที่สุด (MTD) มีกลุ่มที่น่าสนใจ ดังนี้
1. กลุ่มพลังงาน (ENERGY): โดดเด่นที่สุด นำโดย PTTEP ซึ่งมียอดเงินทุนไหลเข้าสูงสุดอันดับ 1 กว่า 4.6 พันล้านบาท สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบโลกที่พุ่งทะยานขึ้นกว่า 40% ในเดือนนี้ นอกจากนี้ยังมีTOP และ SPRC ที่ถูกซื้อสุทธิ
2.กลุ่มค้าปลีกและการบริโภคในประเทศ (COMMERCE): หุ้นที่พึ่งพากำลังซื้อในประเทศยังคงเป็นหลุมหลบภัยที่ดี นำโดย CPALL, CPN และ KAMART
3.กลุ่มท่องเที่ยวและเดินทาง (TOURISM & TRANSPORT): หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในอนาคต เช่น AOT, MINT และ CENTEL
กลุ่มที่รับแรงกดดันจากสงครามมาแล้วระดับหนึ่ง : GULF, PTTGC และ IVLเนื่องจากธุรกิจมีความเชื่อมโยงกับต้นทุนพลังงานและห่วงโซ่อุปทานโลกโดยตรง