โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยตั้งรับสถานการณ์ “ช่องแคบฮอร์มุซ”

INN News

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 11.16 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 05.00 น. • INN News

สถานการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ภารกิจกองทัพเรือของสหภาพยุโรป (อียู) กล่าวว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านแจ้งไม่ให้เรือแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

มาดูมุมมองของ นักวิชาการไทยที่มองสถานการณ์ดังกล่าวโดยทางด้าน ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา อดีตที่ปรึกษาศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กล่าววิเคราะห์ถึงสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซโดยระบุว่า ได้เห็นข่าวจาก สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) รายงานว่า อิหร่านกำลังพิจารณาอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันบางส่วนผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ หากน้ำมันที่บรรทุกนั้นซื้อขายกันด้วย “เงินหยวน” ขณะเดียวกันโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ส่งสัญญาณว่าสหรัฐอเมริกาอาจต้องส่งกองทัพเรือไปคุ้มกันเรือสินค้าในช่องแคบดังกล่าว

ตนเอง อยากชวนทุกคนมองข่าวนี้ให้ลึกกว่าคำว่า “น้ำมันจะขึ้นไหม” เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น อาจเป็นสัญญาณของการขยับครั้งสำคัญในระเบียบโลก

ต้องย้ำอย่างตรงไปตรงมาว่า ประเด็น “ผ่านได้ถ้าซื้อขายเป็นเงินหยวน” ณ เวลานี้ ยังควรมองว่าเป็น สัญญาณจากแหล่งข่าวที่อ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูง มากกว่าจะเป็นนโยบายที่รัฐบาลอิหร่านประกาศใช้อย่างเป็นทางการแล้วเพราะยังไม่มีคำประกาศโดยตรงจากรัฐบาลอิหร่านในระดับที่ถือว่าเป็นแถลงการณ์นโยบายที่สมบูรณ์ แต่ถึงจะยังไม่ใช่นโยบายสุดท้ายจากรัฐบาลอิหร่าน ข่าวนี้ก็มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้เราต้องคิด ดังนั้น มี 5 มิติ

ที่อยากชวนทุกท่านคิดร่วมกัน

1) นี่คือการเปลี่ยนเกมของ “เส้นเลือดพลังงานโลก” ช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่แค่ทางน้ำแคบ ๆ บนแผนที่ แต่เป็นหนึ่งในจุดคอขวดด้านพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก เพราะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวหรือ LNGราวหนึ่งในห้าของโลกต้องผ่านเส้นทางนี้ ดังนั้น หากอิหร่านเริ่มกำหนดเงื่อนไขว่า เรือบางลำผ่านได้ บางลำผ่านไม่ได้ หรือผ่านได้ก็ต่อเมื่อซื้อขายกันในสกุลเงินที่ตนต้องการ นั่นหมายความว่า ช่องแคบฮอร์มุซกำลังถูกเปลี่ยนจาก “เส้นทางการค้าสากล” ให้กลายเป็น “เครื่องมือต่อรองเชิงยุทธศาสตร์”นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องเรือผ่านหรือไม่ผ่าน แต่คือการใช้ภูมิศาสตร์เป็นอาวุธทางอำนาจ

2) นี่ไม่ใช่แค่ข่าวน้ำมัน แต่เป็นข่าวของ “ระบบเงินโลก” หากวันหนึ่งการซื้อขายพลังงานในบางเส้นทางเริ่มถูกผูกกับเงินหยวนจริง สิ่งที่ถูกท้าทายจะไม่ใช่แค่ตลาดน้ำมัน แต่คือระบบที่โลกค้าพลังงานด้วยดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก นี่ทำให้ประเทศจีนกลายเป็นผู้เล่นสำคัญทันที เพราะจีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ที่สุด และหากการค้าพลังงานเริ่มเปิดพื้นที่ให้เงินหยวนมากขึ้น ก็แปลว่าโลกอาจกำลังเห็นการขยับตัวของระเบียบการเงินระหว่างประเทศอย่างเงียบ ๆ แต่ลึกมาก มองว่า จุดนี้สำคัญมาก เพราะเมื่อพลังงานเชื่อมกับสกุลเงิน การต่อรองจะไม่ใช่แค่เรื่องสินค้า แต่กลายเป็นเรื่องอำนาจในการกำหนดกติกาของโลก

3) เมื่อสหรัฐฯ พูดถึงการคุ้มกันเรือ เกมนี้ก็ไม่ใช่เกมตลาดอย่างเดียวอีกต่อไป เมื่อทรัมป์ส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ อาจส่งกองทัพเรือไปคุ้มกันเรือสินค้าในฮอร์มุซ สิ่งที่เกิดขึ้นคือสถานการณ์กำลังขยับจากการต่อรองทางเศรษฐกิจ” ไปสู่ “การแข่งขันเชิงอำนาจทางทะเล”ภาษายุทธศาสตร์เรียกสิ่งนี้ได้ชัดมากว่า เป็นการเผชิญหน้าระหว่าง ฝ่ายหนึ่งที่พยายามใช้พื้นที่เสี่ยงเป็นเครื่องมือต่อรอง กับอีกฝ่ายที่ต้องการยืนยันเสรีภาพในการเดินเรือ และตรงนี้เองที่ทำให้ข่าวนี้อันตรายกว่าข่าวน้ำมันทั่วไป เพราะเมื่อพลังงาน สกุลเงิน และกองทัพเรือมาอยู่ในสมการเดียวกัน ความเสี่ยงจะไม่หยุดอยู่แค่ราคาน้ำมันแพงแต่จะลามไปถึงความเข้าใจผิด การคำนวณผิด และการไต่ระดับของความตึงเครียดทางทหาร

4) ผลกระทบไม่ได้จบที่เรือน้ำมัน แต่ลามไปถึงมนุษยธรรมและชีวิตประจำวัน หลายคนอาจมองข่าวนี้แล้วคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องของอ่าวเปอร์เซีย เป็นเรื่องของมหาอำนาจ แต่ในความจริงสหประชาชาติเตือนแล้วว่า หากการเดินเรือในฮอร์มุซถูกจำกัด จะกระทบต่อการขนส่งอาหาร ยา และสิ่งของจำเป็นอย่างมาก นี่แปลว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องบริษัทน้ำมัน แต่คือเรื่องของห่วงโซ่อุปทานโลกเรื่องของค่าขนส่ง เรื่องของต้นทุนประกันภัย และท้ายที่สุดคือเรื่องของค่าครองชีพของผู้คนในหลายประเทศในโลกที่เชื่อมโยงกันสูงมาก วิกฤตที่เริ่มจากเรือน้ำมัน อาจไปจบที่ราคาของใช้ในชีวิตประจำวันของประชาชนก็ได้

5) แล้วประเทศไทยจะเป็นอย่างไร สำหรับไทย ส่วนตัวมองว่าเราไม่น่าถึงขั้น “น้ำมันหมดทันที” แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือ ไทยจะเผชิญ แรงกระแทกเป็นชั้น ๆ เริ่มจาก ราคาพลังงานโลก ค่าระวางเรือ ค่าประกันภัยต้นทุนนำเข้า ค่าไฟ เงินเฟ้อ และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ไทยยังพึ่งก๊าซธรรมชาติสูงในการผลิตไฟฟ้า นั่นแปลว่า หากฮอร์มุซตึงยืดเยื้อ ไทยไม่ได้เสี่ยงเฉพาะน้ำมัน แต่เสี่ยงทั้งน้ำมันและก๊าซพร้อมกันดังนั้น รัฐบาลไทยไม่ควรมองเรื่องนี้เป็นเพียงข่าวต่างประเทศ แต่ควรมองเป็น สัญญาณเตือนล่วงหน้าของความเสี่ยงเศรษฐกิจและความมั่นคงพลังงาน

ฉะนั้น หากกล่าวโดยสรุป เมื่อประเทศไทยพร้อมไม่มาก ไทยควรรีบ “คุมจุดเปราะบางของตัวเอง” เฉพาะจุดก่อน ได้แก่ ดีเซล ค่าไฟ ค่าเงินบาท ระบบชำระเงินนำเข้า และความเชื่อมั่นของประชาชนแล้วจึงค่อยขยับไปสู่การกระจายแหล่งพลังงานและเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินในระยะต่อไป

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...