โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สงครามยืดสัปดาห์ที่ 3! อิหร่านโต้สหรัฐฯ–อิสราเอล ลั่นพร้อมโจมตีโครงสร้างพลังงานพันธมิตร

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

สงครามยืดสัปดาห์ที่ 3! อิหร่านโต้สหรัฐฯ–อิสราเอล ลั่นพร้อมโจมตีโครงสร้างพลังงานพันธมิตร

วันที่ 16 มี.ค. 2569 สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) สื่อกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบนเกาะคาร์กยังไม่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีล่าสุดของสหรัฐอเมริกา

แหล่งข่าวภาคสนามของสำนักข่าวระบุว่า ได้ยินเสียงระเบิดมากกว่า 15 ครั้งบนเกาะ และพบกลุ่มควันหนาทึบลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า หลังสหรัฐอเมริกาเปิดฉากโจมตีเป้าหมายหลายจุด ได้แก่ ระบบป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพ ฐานทัพเรือโจเชน หอบังคับการบินของสนามบิน และโรงจอดเฮลิคอปเตอร์

อย่างไรก็ตาม อิหร่านได้ออกคำเตือนว่าจะตอบโต้บริษัทน้ำมันที่ให้ความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา โดยสื่ออิหร่านรายงานว่า หากโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและพลังงานของอิหร่านถูกโจมตี อิหร่านจะดำเนินการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของบริษัทน้ำมันที่ร่วมมือกับสหรัฐฯ ในภูมิภาคทันที

วิกฤตพลังงาน! ปั๊มน้ำมันกัมพูชา 2,000 แห่งเตรียมปิดชั่วคราว เหตุผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง

วันที่ 15 มี.ค. 2569 สำนักข่าวขแมร์ ไทมส์ รายงานว่า สถานีบริการน้ำมันในกัมพูชาประมาณ 2,000 แห่ง จากทั้งหมดราว 6,300 แห่งทั่วประเทศ เตรียมปิดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

นางชัม นิมุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กัมพูชา เปิดเผยว่า กระทรวงกำลังทบทวนสูตรการกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ โดยจะพิจารณาสถานการณ์ของสถานีบริการน้ำมันที่ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีเจ้าของปั๊มบางรายอาจเลือกปิดบริการชั่วคราว เพื่อรอจำหน่ายน้ำมันในช่วงที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ขณะนี้มีผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการกักเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงไว้โดยไม่จำหน่าย จะถูกลงโทษทั้งปรับและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจ อย่างไรก็ตาม หากตรวจสอบแล้วพบว่าสต็อกน้ำมันหมดจริง รัฐบาลจะเข้าแทรกแซงร่วมกับภาคเอกชน เพื่อนำเข้าเชื้อเพลิงเพิ่มเติมมาสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ” รัฐมนตรีกล่าว

ทั้งนี้ ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสูตรกำหนดราคาน้ำมันระหว่างคณะกรรมการระหว่างกระทรวงและบริษัทปิโตรเลียมที่ดำเนินกิจการในกัมพูชา ระหว่างวันที่ 11–13 มีนาคม 2569 ราคาน้ำมันเบนซินธรรมดาอยู่ที่ 5,200 เรียลต่อลิตร หรือประมาณ 42 บาท ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 6,050 เรียลต่อลิตร หรือประมาณ 49 บาทต่อลิตร

"อิหร่าน" ขู่ยกระดับสงครามตะวันออกกลาง ลั่นพร้อมโจมตีเป้าหมายโยงสหรัฐฯ หลัง "ทรัมป์" ดันกองเรือคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ

วันที่ 15 มี.ค. 2569 อิหร่านออกมาขู่ยกระดับความรุนแรงของสงครามในตะวันออกกลาง โดยประกาศพร้อมโจมตีเป้าหมายใด ๆ ในภูมิภาคที่มีความเชื่อมโยงกับสหรัฐฯ หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบน Truth Social ระบุว่า หลายประเทศกำลังเตรียมส่งเรือรบเข้าร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อคุ้มกันความปลอดภัยของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสงครามที่ยังไม่มีสัญญาณจะยุติในเร็ววัน พร้อมแสดงความคาดหวังว่าประเทศสำคัญอย่าง จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และ อังกฤษจะเข้าร่วมภารกิจดังกล่าวด้วย

ต่อมา ทรัมป์โพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า แม้สหรัฐฯ จะสามารถเอาชนะและทำลายศักยภาพของอิหร่านได้อย่างสิ้นเชิง ทั้งด้านการทหารและเศรษฐกิจ แต่ประเทศต่าง ๆ ที่ต้องพึ่งพาการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซควรร่วมกันรับผิดชอบในการดูแลเส้นทางเดินเรือดังกล่าว โดยสหรัฐฯ พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ยังให้คำมั่นว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ จะเริ่มภารกิจคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซในเร็ว ๆ นี้ เพื่อตอบโต้คำขู่ของอิหร่านที่ประกาศจะโจมตีเรือที่แล่นผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญดังกล่าว

สถานการณ์ตึงเครียดดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นราว 40% หลังอิหร่านประกาศปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซบางส่วน และเปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

ด้าน Abbas Araghchi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสื่อสหรัฐฯ ว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดให้สัญจร แต่จำกัดเฉพาะเรือของประเทศที่เป็นศัตรูกับอิหร่านเท่านั้น ส่วนประเทศอื่นยังสามารถผ่านได้ตามปกติ พร้อมเรียกร้องให้ประเทศในอ่าวเปอร์เซียและตะวันออกกลางขับไล่กองกำลังสหรัฐฯ ออกจากภูมิภาค โดยระบุว่า “ร่มความมั่นคง” ของสหรัฐฯ มีช่องโหว่มากกว่าที่โฆษณาไว้ และกลับดึงดูดความขัดแย้งเข้ามาแทนที่จะป้องกัน

ขณะเดียวกัน การสู้รบยังคงทวีความรุนแรง เมื่ออิหร่านตอบโต้การโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และ Israel ที่ดำเนินต่อเนื่องเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเป้าหมายอื่น ๆ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงในอิสราเอล

แหล่งข่าวในแวดวงอุตสาหกรรมพลังงานระบุว่า การขนถ่ายน้ำมันบางส่วนบริเวณท่าเรือ Port of Fujairah ใน United Arab Emirates ซึ่งเป็นศูนย์กลางคลังเก็บและส่งออกน้ำมันขนาดใหญ่ ถูกระงับชั่วคราวเมื่อวานนี้ หลังถูกโจมตี

คลิปวิดีโอที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์เผยให้เห็นกลุ่มควันดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า หลังโฆษกกองทัพอิหร่านเรียกร้องให้ประชาชนในยูเออีอพยพออกจากท่าเรือ ท่าเทียบเรือ และพื้นที่ที่เชื่อว่าเป็นที่ตั้งของกองกำลังสหรัฐฯ โดยกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานโจมตีเกาะของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ยูเออีได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

ขณะเดียวกัน สถานทูตสหรัฐฯ ใน Iraq ได้ออกประกาศเตือนพลเมืองอเมริกันให้เดินทางออกจากประเทศโดยทันที และแนะนำให้ผู้ที่ยังอยู่ทบทวนการตัดสินใจ หลังสถานทูตถูกโจมตีด้วยโดรนเป็นครั้งที่สองนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น โดยระบุว่าอิหร่านและกลุ่มติดอาวุธพันธมิตรยังคงเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อพลเมือง ผลประโยชน์ และโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ในอิรัก

นอกจากนี้ ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 คน จากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลในจังหวัด Isfahan ทางตอนกลางของ Iran โดยสำนักข่าวอิหร่านระบุว่า เป้าหมายการโจมตีคือโรงงานผลิตอุปกรณ์ทำความเย็นและทำความร้อน ขณะที่คนงานกำลังปฏิบัติงานอยู่ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง

ด้านกระทรวงสาธารณสุขของ Lebanon รายงานว่า การโจมตีของอิสราเอลต่อศูนย์สุขภาพทางตอนใต้ของประเทศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์เสียชีวิต 12 คน รวมทั้งแพทย์และพยาบาล ซึ่งถูกประณามจาก World Health Organization ว่าเป็นการสูญเสียชีวิตที่น่าเศร้า พร้อมย้ำว่าบุคลากรทางการแพทย์ต้องได้รับการคุ้มครองในทุกสถานการณ์

ขณะที่กองทัพอิสราเอลระบุว่า ได้รับทราบรายงานเหตุโจมตีดังกล่าวแล้ว และกำลังตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์อยู่ในขณะนี้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...