6 วิธีฮีลกายและใจในวันที่ Workplace วุ่นวาย
สุดสัปดาห์แบบนี้ ออฟฟิศ 0.4 มี Tips ดูแลกายและใจสำหรับมนุษย์ออฟฟิศมาฝากกัน ซึ่งเป็นเทคนิค 6 ข้อจาก Dr. Carolyn Bernstein แพทย์ประสาทวิทยาจาก Harvard Medical School ที่ได้แนะเอาไว้หลังวุ่นวายจากที่ทำงานมาทั้งสัปดาห์
1. ยืดเหยียดร่างกาย
การนั่งจ้องคอมพิวเตอร์นานๆ ทำให้กล้ามเนื้อคอ บ่า และไหล่ตึง ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นอาการปวดหัวชั้นดี
วิธีแก้ คือ ให้ลุกขึ้นยืดเหยียดทุกๆ ชั่วโมง เน้นท่าที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อคอและสะบัก เพื่อลดแรงกดทับที่ส่งผลไปยังศีรษะ
2. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
หลายคนอาจลืมไปว่า ภาวะขาดน้ำ หรือ Dehydration เป็นสาเหตุลำดับต้น ๆ ที่ทำให้ปวดหัว แต่คนทำงานมักลืมดื่มน้ำเพราะยุ่งหรือดื่มแต่กาแฟนั่นเอง
วิธีแก้ คือ ตั้งขวดน้ำไว้บนโต๊ะให้มองเห็นชัดเจน และจิบน้ำตลอดทั้งวัน หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงหรือคาเฟอีนมากเกินไป
3. จัดการเรื่องแสงสว่าง
แสงไฟในออฟฟิศที่จ้าเกินไปหรือแสงที่สะท้อนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สามารถกระตุ้นอาการปวดหัวได้
วิธีแก้ คือ หากเลือกได้ ให้ใช้แสงธรรมชาติ หรือใช้ฟิลเตอร์กรองแสงสีฟ้าบนหน้าจอ รวมถึงการสวมแว่นกรองแสงหากจำเป็น
4. ฝึกการหายใจและทำสมาธิสั้นๆ
เมื่อเราเริ่มตึงเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งทำให้หลอดเลือดหดตัวและเกิดอาการปวดหัว
วิธีแก้ คือ ลองใช้เทคนิค 4-7-8 คือ หายใจเข้า 4 วินาที, กลั้นไว้ 7 วินาที, หายใจออก 8 วินาที หรือทำสมาธิสั้นๆ 1-2 นาที เพื่อลดระดับความเครียดสะสมระหว่างวันได้เหมือนกัน
5. ใส่ใจอาหารกลางวัน
คุณหมออธิบายว่า อาหารบางประเภทที่มีสารไทรามีนหรือสารกันบูด เช่น ผงชูรส และเนื้อสัตว์แปรรูป อาจกระตุ้นอาการไมเกรนในบางคน
วิธีแก้ คือ พยายามทานอาหารสด และอย่าอดอาหาร เพราะระดับน้ำตาลในเลือดที่ตกต่ำก็ทำให้ปวดหัวได้เช่นกัน
6. สร้างขอบเขตระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว
ข้อนี้หลายคนน่าจะเป็น คือ การมีอาการ Workalholic หรือการทำงานตลอดเวลา จนทำให้สมองไม่ได้พักผ่อน
วิธีแก้ คือ ลองกำหนดเวลาแบบ Digital Detox หรือช่วงเวลาที่ไม่เช็กอีเมลหรือข้อความเรื่องงานหลังเลิกงาน เพื่อให้สมองได้คลายความตึงเครียดอย่างแท้จริงก่อนเริ่มงานวันถัดไป
จากเทคนิคทั้งหมดนี้ ถ้าใครเริ่มมีอาการปวดหัว อยากให้รู้ว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกาย แต่มันคือสัญญาณเตือนจากสมองว่า เรากำลังรับภาระหนักเกินไป การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในที่ทำงานตามที่คุณหมอแนะนำ ก็สามารถช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการปวดหัวได้อย่างมีนัยสำคัญได้เหมือนกัน ลองเอาไปปรับใช้ในแต่ละข้อตามความเหมาะสมกันดูนะ
อ้างอิง : Is workplace stress giving you bad headaches? 6 tips from a neurologist to help