“เวียดนาม” ถมทะเลเพิ่ม 534 เอเคอร์ ด้าน “จีน” จ่อสร้างเกาะใหญ่สุดในทะเลจีนใต้
"เวียดนาม" ถมทะเลเพิ่ม 534 เอเคอร์ ในรอบปีที่ผ่านมา ดันพื้นที่รวมแตะ 2,771 เอเคอร์ พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ด้าน "จีน" จ่อสร้างเกาะใหญ่สุดในทะเลจีนใต้
วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.52 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เวียดนามได้เร่งขยายฐานที่มั่นในทะเลจีนใต้เพิ่มเติมอีกหลายร้อยเอเคอร์ในช่วงปีที่ผ่านมา ท่ามกลางการแข่งขันระหว่างฮานอยและปักกิ่งในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับการอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนพิพาทผ่านโครงการถมทะเลและก่อสร้างเกาะเทียม
รายงานจาก Asia Maritime Transparency Initiative (AMTI) ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตัน ระบุว่าเวียดนามได้ถมทะเลเพิ่มราว 534 เอเคอร์ในหมู่เกาะสแปรตลีย์ (Spratly Islands) ส่งผลให้พื้นที่ถมทะเลรวมของเวียดนามเพิ่มเป็นประมาณ 2,771 เอเคอร์
แม้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เวียดนามดูเหมือนจะลดช่องว่างกับจีนได้มากขึ้น แต่ปัจจุบันจีนกลับเร่งขยายพื้นที่และทิ้งห่างออกไปอีกครั้ง
รายงานซึ่งเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ ยังระบุว่า เวียดนามได้เริ่มก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะทางในพื้นที่ที่ถมทะเลเสร็จสมบูรณ์แล้ว
หนึ่งในพื้นที่สำคัญ คือ แนวปะการัง Barque Canada Reef ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นฐานที่มั่นใหญ่ที่สุดของเวียดนามในทะเลจีนใต้ โดยภาพถ่ายดาวเทียมเผยว่า เวียดนามได้สร้างผืนดินใหม่เสร็จสิ้นเมื่อช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2568
นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งระบบสัญญาณนำร่องทางทะเล ซึ่งรายงานระบุว่ามีลักษณะคล้ายอย่างมากกับระบบที่จีนใช้ในสนามบินบนหมู่เกาะสแปรตลีย์ และอาจรองรับการนำร่องของอากาศยานในรัศมีประมาณ 100 ไมล์ทะเล
อย่างไรก็ตาม การขยายอิทธิพลของจีนยังมีขนาดใหญ่กว่ามาก โดย AMTI ระบุว่า การถมทะเลที่แนวปะการัง Antelope Reef อาจทำให้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในทะเลจีนใต้
ปัจจุบันจีนมีพื้นที่เกาะเทียมรวมประมาณ 5,460 เอเคอร์ และมีพื้นที่แนวปะการังที่ถูกทำลายจากการก่อสร้างรวมราว 6,224 เอเคอร์
รายงานยังระบุว่า เวียดนามยังคงเดินหน้าถมทะเลเพิ่มเติมในฐานที่มั่นขนาดเล็กหลายแห่ง ซึ่งเริ่มขุดลอกพื้นที่ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมในแนวปะการังขนาดใหญ่ที่พัฒนาแล้วก่อนหน้านี้
ข้อพิพาทระหว่างเวียดนามและจีนมีรากฐานมาจากการอ้างสิทธิ์ทับซ้อนกันในหมู่เกาะพาราเซลและสแปรตลีย์ โดยจีนอ้างอธิปไตยเหนือพื้นที่ส่วนใหญ่ของทะเลจีนใต้ผ่านเส้นประเก้าเส้น (nine-dash line) ขณะที่เวียดนามยืนยันสิทธิ์ตามประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปถึงศตวรรษที่ 17
อย่างไรก็ตาม แม้ความตึงเครียดด้านดินแดนยังดำเนินอยู่ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้ให้คำมั่นว่าจะกระชับความสัมพันธ์กับเวียดนามมากขึ้น ระหว่างการพบหารือกับนายโต เลิม ผู้นำเวียดนาม ที่กรุงปักกิ่งเมื่อเดือนที่ผ่านมา
อ้างอิง : www.bloomberg.com