หุ้นโลกทะยาน หลังนักลงทุนเชื่อ “ทางออกสงคราม” ใกล้มาถึง
#ทันหุ้น – ดัชนี Dow Jones ปิดบวก 612 จุด (+1.2%) ขณะที่ S&P500 และ Nasdaq ยังคงเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง จากแรงหนุนของความหวังว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางจะเริ่มคลี่คลายลง รายงานของ Axios และ Reuters ที่ระบุว่า สหรัฐ และอิหร่านกำลังอยู่ระหว่างการจัดทำข้อตกลงในรูปแบบ MOU ราว 14 ข้อ เพื่อยุติสงครามและกำหนดกรอบการเจรจาด้านนิวเคลียร์ โดยสหรัฐฯ คาดว่าจะได้รับคำตอบจากอิหร่านภายใน 48 ชั่วโมง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวลดลงแรงกว่า 7% ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและหนุนบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
ขณะเดียวกัน ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี ยังคงออกมาแข็งแกร่งและเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันตลาดหุ้นสหรัฐ ให้เดินหน้าทำจุดสูงสุดใหม่ แม้ว่าตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐ จะออกมาต่ำกว่าคาดเล็กน้อย แต่ตลาดแทบไม่ได้ให้น้ำหนักกับข้อมูลดังกล่าวมากนัก
เช่นเดียวกับตลาดหุ้นยุโรปปิดพุ่งขึ้นมากกว่า 2% จากแรงซื้อในหุ้นเกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรม หลังนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงเกือบ 7% ส่งผลให้หุ้นกลุ่มพลังงานเป็นเพียงกลุ่มเดียวในดัชนี STOXX ที่ปรับตัวลง ขณะที่กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนพลังงานลดลง เช่น กลุ่มท่องเที่ยวและนันทนาการพุ่งขึ้น 5.8% และกลายเป็นกลุ่มนำตลาด อีกทั้งเมื่อแรงกดดันด้านสงครามเริ่มลดลง ภาพรวมผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนยังคงแข็งแกร่งและช่วยหนุนตลาดต่อเนื่อง
นอกจากนี้ การอ่อนตัวลงของราคาน้ำมันยังช่วยลดความกังวลต่อเงินเฟ้อ ทำให้ตลาดลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ตลาดให้น้ำหนักเพียง 67.6% ที่ ECB จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย. ลดลงจากเกือบ 85% ในวันก่อนหน้า
ทางด้านตลาดหุ้นเอเชียเปิดปรับตัวขึ้นในวันนี้ นำโดยดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นที่พุ่งขึ้นทะลุระดับ 61,000 จุดเป็นครั้งแรก จากความหวังว่าสหรัฐ และอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลาง ขณะที่อิหร่านเปิดเผยว่า กำลังพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐ และเตรียมส่งคำตอบผ่านปากีสถาน ซึ่งช่วยเพิ่มความหวังว่าวิกฤติในตะวันออกกลางอาจเข้าใกล้จุดสิ้นสุด อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงติดตามท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังออกมาเตือนว่า หากอิหร่านไม่ยอมรับข้อตกลง สหรัฐอาจกลับมาใช้มาตรการทางทหารที่รุนแรงมากขึ้น แม้ภาพรวมล่าสุดจะสะท้อนว่าการเจรจาทางการทูตกำลังมีความคืบหน้า
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะปรับตัวขึ้น ตามทิศทางตลาดหุ้นโลกที่ฟื้นตัว กลุ่มที่คาดว่าจะเป็นผู้นำตลาดในวันนี้ ได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงหุ้นที่ปรับตัวลงแรงในช่วงก่อนหน้าจากผลกระทบสงคราม เช่น กลุ่มโรงไฟฟ้า SPP กลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของดัชนีอาจถูกจำกัดจากแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะกลุ่ม Oil & Gas และปิโตรเคมี หลังราคาน้ำมันปรับตัวลงแรง รวมถึงนักลงทุนรอติดตามผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ ได้แก่ ADVANC, TRUE, GULF และ GPSC ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดระยะสั้น
สำหรับมุมมอง SET50 Index indicators 3 ตัวระบุดังนี้ Comfirm Up/Down (ภาพหมายเลข 2) แสดงถึงแนวโน้มตลาดว่ามีโอกาสขึ้นหรือลง และ Mid Trend (ภาพหมายเลข 4) แสดงการซื้อขายหุ้นของตลาด SET วันนี้มีทิศทาขาขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ Trend (ภาพหมายเลข 3) แสดงยอดซื้อขายใน S50 วันนี้มีทิศทางขาขึ้นเริ่ม Break High เป็นวันแรก ซึ่งสรุปจากทั้ง 3 อินดิเคเตอร์ของเราในวันนี้มองว่า มีทิศทางขาขึ้น