ชาวบ้านชัยภูมิแฉหลักฐานซุกไม้เถื่อนในสระน้ำ หลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ยันไม่พบความผิด
(8 พ.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีชาวบ้านร้องเรียนขบวนการลักลอบตัดไม้และแปรรูปไม้ในพื้นที่ อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงานยันตรวจสอบแล้วไม่พบการกระทำผิด ล่าสุดเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลังพบภาพหลักฐานใหม่ว่ามีการนำไม้ไปซุกซ่อนไว้ในสระน้ำ
แหล่งข่าวในพื้นที่เปิดเผยข้อมูลสวนทางกับรายงานของเจ้าหน้าที่ โดยระบุว่าพบไม้จำนวนมากถูกนำไปซุกซ่อนอยู่ในสระน้ำบริเวณสนามกีฬาแห่งหนึ่ง ต.บ้านเพชร อ.บำเหน็จณรงค์ ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบก่อนหน้านี้ ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่า "ไม้มีอยู่ตำตา ใครเดินผ่านก็เห็น แต่เหตุใดเจ้าหน้าที่ถึงมองไม่เห็น" พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีการให้สัญญาณเพื่อโยกย้ายไม้หลบหนีล่วงหน้าหรือไม่
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นายสุรศักดิ์ พลพิลา เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชย.1 (นายางกลัก) พร้อมด้วยตำรวจ สภ.บำเหน็จณรงค์ และฝ่ายปกครอง ได้เข้าตรวจสอบเพิงพักใน ต.บ้านเพชร ตามที่ได้รับร้องเรียน ผลการตรวจสอบพบเพียงไม้ยางนา 1 ท่อน, ไม้สะเดา 5 ท่อน และไม้สักแปรรูป 21 แผ่น โดยเจ้าหน้าที่สรุปว่ามีเอกสารครอบครองถูกต้อง ไม่พบการกระทำผิดกฎหมาย และไม่พบไม้ท่อนซุกซ่อนอยู่ในบริเวณสนามกีฬาไก่ชนตามที่เป็นข่าว
อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในพื้นที่ยังคงยืนยันและเกรงกลัวต่ออิทธิพล จึงวิงวอนผ่านสื่อมวลชนส่งต่อไปยัง นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ และ อธิบดีกรมป่าไม้ ขอให้ส่งชุดเฉพาะกิจจากส่วนกลางลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง เนื่องจากเชื่อว่าไม้เถื่อนส่วนใหญ่ถูกลำเลียงไปซุกซ่อนไว้ตามสระน้ำ 2 แห่งหลังสนามกีฬาไก่ชน และสระน้ำหลังโรงเรียนในพื้นที่ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
ทั้งนี้ ประชาชนหวังให้รัฐบาลมีมาตรการปราบปรามการทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะในช่วงวิกฤต "โลกเดือด" ที่ปัญหาสิ่งแวดล้อมทวีความรุนแรง และต้องการให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้เพื่อความโปร่งใสต่อไป