โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

จ.นนทบุรี หนุ่มจีนหนีตาย เกาะใต้ท้องรถสิบล้อ หลบแก๊งจีนเทาไล่ล่า กระโดดข้ามกำแพงมอเตอร์เวย์บางใหญ่ ขอความช่วยเหลือคนไทย

สวพ.FM91

อัพเดต 31 มี.ค. เวลา 21.02 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. เวลา 21.02 น.

จ.นนทบุรี หนุ่มจีนหนีตาย เกาะใต้ท้องรถสิบล้อ หลบแก๊งจีนเทาไล่ล่า กระโดดข้ามกำแพงมอเตอร์เวย์บางใหญ่ ขอความช่วยเหลือคนไทย

จากกรณีเพจกระแสข่าว ได้รับแจ้งจากสมาชิกเพจว่า พบชายชาวจีนได้รับบาดเจ็บที่ขา ตามตัวมีคราบเขม่าสีดำ อยู่ในอาการตื่นตระหนกและหวาดกลัว โดยแจ้งกับหญิงสาวพลเมืองดีที่เข้าให้ความช่วยเหลือว่าถูกแก๊งคนจีนด้วยกัน ตามล่าตัว จนต้องหนีตายมาขอความช่วยเหลือเป็นภาษาจีนแต่ไม่สามารถสื่อสารกันได้ จึงจำเป็นต้องใช้แอปแปลภาษา จนทราบรายละเอียด และได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ เข้าช่วยเหลือ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 02.30 น.ของวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยหญิงสาวพลเมืองดีได้ถ่ายคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน

จากคลิปวิดีโอสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ ชายชาวจีนคนหนึ่งอายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้นมีลาย รองเท้าแตะ พร้อมกระเป๋าสะพาย เดินขากะเผลก พยายามใช้โทรศัพท์แปลภาษาจีนเป็นภาษาไทยเพื่อสื่อสารและบอกเล่าเรื่องราวที่หลบหนีมา จากนั้นพลเมืองดีได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ มารับตัวไปเพื่อช่วยเหลือชายชาวจีนคนดังกล่าว

ต่อมาเมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 31 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่บริเวณซอยแก้วอินทร์ ซึ่งอยู่กับถนนมอเตอร์เวย์ สาย M 81 ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี โดยได้พบ กับ น.ส.รอ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี หญิงสาวพลเมืองดีที่ให้ความช่วยเหลือชายชาวจีน ที่อ้างว่าหนีตายจากแก็งชาวจีนด้วยกัน วิ่งมาขอความช่วยเหลือตามคลิปที่ปรากฎ

โดย น.ส.รอ (นามสมมุติ) เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุคือวันที่ 30 มี.ค.69 ช่วงเวลาประมาณ 02.30 น.ตนและน้องขับขี่รถจยย.ออกมาจากบ้านซึ่งอยู่ซอยถัดไป และได้มาจอดรถ จยย.ที่บริเวณซอยแก้วอินทร์ จากนั้นเห็นชายคนหนึ่งสะพายกระเป๋ากึ่งเดินกึ่งวิ่งขากะเผลกเหมือนอยู่ในอาการหวาดกลัวหลบหนีอะไรมา โดยชายคนดังกล่าวได้พยายามสื่อสารกับตนเป็นภาษาจีน ตนจับใจความได้เพียงว่าไวไฟเท่านั้น จึงได้ให้รหัสไวไฟกับเขาไป หลังตนแชร์ไวไฟให้แล้ว ชายชาวจีนรายนี้จึงได้ใช้แอพแปลภาษาสื่อสารกัน โดยระหว่างนั้นเขาได้ขอหลบเข้าไปนั่งที่มุมกำแพงหมู่บ้านหลังต้นไม้

น.ส.ริน กล่าวว่า จากเรื่องราวที่เขาแปลภาษาจีนให้ตนฟัง ทำให้ทราบว่าเขาถูกหลอกมาจากกัมพูชา โดยมีแก๊งคนจีนด้วยกัน บอกว่าจะพาเขากลับประเทศจีน แต่กลับมาโผล่ที่ประเทศไทย เขาจึงหาทางหลบหนีมากับรถบรรทุกขนส่ง ด้วยแอบนอนใต้ท้องรถมา จนมาถึงทางด่วนมอเตอร์เวย์บางใหญ่ จึงอาศัยจังหวะที่รถบรรทุกจอดพักหลบออกจากใต้ท้องรถแล้วปีนกระโดดข้ามกำแพงทางด่วนเดินออกมาที่ซอยจนกระทั่งมาพบกลุ่มตนพอดี จึงตัดสินใจเดินเข้ามาขอความช่วยเหลือ พบตามตัวเขามีเขม่าควันรถ นอกจากนี้เขายังบอกอีกว่าในระหว่างที่เขาหลบหนีมานั้น แก๊งชาวจีนได้ขับรถตระเวนตามหาเขาด้วย มีคนในแก๊งหลายคนมีอาวุธปืนมาด้วย ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าวิธีที่เขาแอบใต้ท้องรถมาได้อย่างไร แต่ตนเห็นเขาวิ่งมาจากทางถนนมอเตอร์เวย์ ซึ่งจุดที่พบเจอเขาห่างจากมอเตอร์เวย์เพียงประมาณ 50 เมตร และในซอยแห่งนี้รถบรรทุกขนส่งไม่สามารถเข้ามาได้

ตนพยายามจะแจ้งตำรวจให้มาช่วยเหลือเขา แต่เขาปฏิเสธอย่างเดียวโดยแจ้งแต่ว่าจะไปสถานฑูตจีนเพียงอย่างเดียว เขาอยากคุยกับตำรวจจีน เพราะเขากลัวบอกตำรวจไทยจะเป็นพวกเดียวกับแกงที่หลอกเขา

ต่อมาตนจึงได้เกลี้ยกล่อมให้เขาเข้าใจจนเขายอมให้ตนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยเหลือ โดยระหว่างที่รอตำรวจมาเขาก็ทำท่าเหมือนกับจะหนีไปอีก ตนต้องอธิบายให้เขาเข้าใจว่าตำรวจไทยสามารถช่วยเหลือเขาได้ เขาจะไม่เป็นอันตราย จนตนเห็นท่าไม่ดีจึงได้โทรไปเร่งตำรวจให้รีบเดินทางมา เพราะตนเองก็กลัวเหมือนกันว่าจะมีแก๊งคนจีนที่ตามล่าตัวเขามาเจอเสียก่อน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงเขาก็ยังมีท่าทีกังวลอยู่ แต่เขาได้บอกกับตนว่าเขาจะกลับมาตอบแทนตนที่ช่วยเหลือเขา สุดท้ายตำรวจจึงได้พาเขาไปยังโรงพัก แม้ว่าเขาจะมีท่าทีไม่อยากไปก็ตาม

น.ส.รอ กล่าวอีกว่า ต่อมาบ่ายวันที่ 30 มี.ค.69 ตนเดินทางไปทำธุระที่ สภ.บางใหญ่ จึงได้สอบถามกับตำรวจเรื่องคนจีนที่ตนช่วยเหลือมาเมื่อคืน ทำให้ตนมารู้ในภายหลังว่าชายชาวจีนคนดังกล่าวไม่ได้อยู่ที่โรงพักแล้ว สร้างความสงสัยและเป็นกังวลให้กับตนเองเป็นอย่างมาก เพราะเวลาที่คนจีนออกจากจุดที่ตนเจอก็ประมาณ 03.00 น. น่าจะถึงโรงพักไม่เกินครึ่งชั่วโมง แม้ว่าทางตำรวจจะแจ้งกับตนว่าชายชาวจีนรายนี้ไม่ยอมแจ้งความอะไรและไม่บอกว่าบาดเจ็บตรงไหน มีเพียงบอกกับทางตำรวจว่าจะเดินทางไปที่สถานฑูตจีนเพื่อขอพบกับเจ้าหน้าที่สถานฑูตเท่านั้น ซึ่งทางตำรวจก็เรียกโบลท์มารับให้เขาเดินทางไปยังสถานฑูตจีนในช่วงกลางดึก

พร้อมกับออกเงินค่ารถให้เขาไปสถานฑูต ทำให้ตนเกิดความกังวลใจขึ้นมาว่า ขบวนการให้ความช่วยเหลือมันน่าจะมีมากกว่านี้ ไม่ใช่เพียงเพราะเขาบอกว่าไม่บาดเจ็บไม่มีพาสปอร์ตก็ปล่อยให้เขาออกไปเสี่ยงอีก เพราะสถานฑูตเองกว่าจะเปิดทำการก็เป็นช่วงเวลาเช้า มันจึงควรจะมีขั้นตอนมากกว่านี้ ถ้าหลังจากที่เขาเดินทางไปสถานฑูตแล้ว เกิดเขาหายตัวไปไหน จะได้รับความช่วยเหลือจากสถานฑูตหรือถูกแก๊งคนจีนด้วยกันตามล่าตัวเสียก่อน ซึ่งตนก็ไม่มีช่องทางติดต่อเขา พอตนกลับจากโรงพักมาถึงบ้านมันก็เกิดความกังวลเกี่ยวกับชีวิตคนหนึ่งคน ถึงเขาจะเป็นพวกสแกมเมอร์หรือถูกหลอกไปทำงานก็ตาม แต่เขาก็คือคนเหมือนกัน

ตนเป็นห่วงเพราะท่าทีของเขาต้องการความช่วยเหลือและยังหวาดระแวงเหมือนกับกลัว ไม่ไว้ใจใครเลย และตนเองก็ไม่รู้ว่าเขาไปถึงสถานฑูตจริงหรือไหม หรือไปเจอกลุ่มคนที่ตามล่าเขาเสียก่อน ทำให้ตนกังวลว่าคนที่ตนได้พยายามช่วยเหลือไว้ตั้งแต่แรก อาจจะไปเป็นข่าวว่าเขาถูกฆ่าตาย มันก็เหมือนบาปที่ตนส่งเขาไปตาย ตนยอมรับว่า เครียดกับเรื่องนี้มากจนนอนไม่หลับ ไม่รู้ชะตากรรมว่าตอนนี้เขาจะเป็นอย่างไร อยากให้ทางสื่อช่วยติดตามตรวจสอบว่าชายชาวจีนรายนี้ได้รับความช่วยเหลืออย่างไร ปลอดภัยหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...