โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลังเร่งเคาะเกณฑ์บัตรคนจนรอบใหม่ คาดลงทะเบียนมิ.ย.นี้

ทันหุ้น

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 07.09 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 07.09 น.

#ทันหุ้น คลังเร่งเคาะเกณฑ์บัตรคนจนรอบใหม่ เชื่อสกัดคนสวมสิทธิ์ได้ ทำให้ผู้ที่รับสิทธิ์จะลดลงจากปัจจุบันที่อยู่ 13.4 ล้านคน เตรียมเปิดลงทะเบียนมิ.ย.นี้ และเริ่มใช้สิทธิ ก.ย.นี้

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างการพิจารณาคุณสมบัติและขั้นตอนการตรวจสอบหรือการคัดกรองผู้ที่จะได้รับสิทธิ์บัตรคนจนรอบใหม่ที่กระทรวงการคลังจะเปิดให้มีการลงทะเบียนเร็วๆนี้ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ และให้ผู้ที่มีรายได้น้อยได้เข้ามาใช้สิทธิ์อย่างครบถ้วน

“เพื่อลบคำครหาคนจนไม่จริงแต่ได้รับสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐ ดังนั้น ในครั้งนี้เราจะคัดกรองเข้มข้นยิ่งขึ้น ป้องกันการสวมสิทธิ์และใช้บัตรประชาชนแทนกัน หรือป้องกันนอมินี โดยจะยึดรายได้ รายจ่าย ส่วนบุคคลเป็นหลัก โดยต้องมีรายได้คนละไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี และไม่นับรวมรายได้ครอบครัว เหมือนครั้งที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังตรวจสอบเรื่องทรัพย์สิน ภาษีหัก ณ ที่จ่าย บัญชีการลงทุนในตลาดหุ้น กรรมการบริษัท เป็นต้น”

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกือบทุกหน่วยงานแล้ว คาดว่า จะเปิดให้ลงทะเบียนภายในอีก 2-3 เดือนข้างหน้าหรือราวเดือนมิ.ย.-ก.ค.69 ใช้เวลาตรวจสอบคุณสมบัติอีก 2 เดือน ดังนั้น ภายในเดือนก.ย.69 ผู้ได้รับสิทธิจะเริ่มใช้จ่ายได้

สำหรับการลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐครั้งนี้จะสะดวกและรวดเร็วผ่านระบบออนไลน์ เพียงกรอกชื่อนามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก และเปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีสมาร์ทโฟน ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปฯทางรัฐ, แอปฯไทยไอดี เพื่อให้สามารถนำเงินที่ได้รับไปสแกนจ่ายร้านค้าคนละครึ่งพลัสได้ด้วย จากปัจจุบันใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชน ได้ที่ร้านค้าสวัสดิการแห่งรัฐหรือร้านธงฟ้าเท่านั้น

“การคัดกรองข้อมูลส่วนบุคคลครั้งนี้ จะทำให้คนมีรายได้น้อย หรือคนจนจริงได้รับสิทธิ จะไม่มีคนจนไม่จริงได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ โดยกระทรวงการคลัง สามารถตอบคำถามได้ทุกคนที่ได้ และไม่ได้ ซึ่งการคัดกรองอย่างเข้มข้น เชื่อว่าจะมีจำนวนผู้ได้รับสิทธิลดลง จากปัจจุบัน 13.40 ล้านคน รับคนละ 300 บาท และประหยัดงบประมาณได้ จากปัจจุบันใช้งบประมาณเดือนละ 4,700 ล้านบาท”

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...