แมงปอ ชลธิชา เผยสาเหตุปกป้อง! เพื่อนสนิท เจเจ ยันไม่ได้มาร่วมงานเพื่อหาผลประโยชน์ ปมไอซ์โพสต์เดือด!
แมงปอ ชลธิชา เผยสาเหตุปกป้อง! เพื่อนสนิท เจเจ ยันไม่ได้มาร่วมงานเพื่อหาผลประโยชน์ ปมไอซ์โพสต์เดือด!
ยังเป็นคงเป็นกระแสดราม่าอย่างต่อเนื่อง หลัง “ไอซ์ ถลัชนันท์” ภรรยา “เหน่ง เหม่งจ๋าย” โพสต์ข้อความปริศนา จนหลายคนโยงว่าอาจพาดพิง “เจเจ ยุวฉัตร” อดีตภรรยาคนที่ 2 และกลายเป็นกระแสร้อนทันที
ล่าสุด “แมงปอ ชลธิชา” เพื่อนสนิทของเจเจ ออกมาเปิดใจอีกมุม ยืนยันว่าที่ออกมาพูด เพราะต้องการปกป้องเพื่อน หลังเห็นว่าประเด็นเริ่มชัดเจนว่าเกี่ยวกับใครที่ออกมาโพสต์ข้อความ?
“คือจริงๆ อยากให้เรื่องมันจบ ด้วยความที่เรารักเพื่อน หลายๆ คนก็จะมีเพื่อนรักหรือคนที่เราอยากจะปกป้อง เพราะมันชัดเจนว่าหมายถึงใคร ก็เลยอยากออกพูดนิดนึงในมุมของเพื่อนเรา”
แล้วรู้จักกับพี่เจเจนานหรือยัง?
“นานมากแล้วเกือบ 20 ปีแล้ว”
พอเห็นถูกกระทำแล้วรู้สึกยังไง?
“ก็สงสารเพื่อนนะคะ ก็อย่างที่ปอเขียนไปว่าเพื่อนก็ไม่ได้มาเพื่ออยากหาแสงหรือต้องการเงิน แต่ที่เค้ามาเพราะเค้าอยากจะต้องการพาลูกมาส่งพ่อเขาครั้งสุดท้ายจริงๆ”
คือเราเห็นดราม่านี้ตอนไหน จบงานหรือระหว่างงาน เพราะว่าตอนระหว่างงานมันก็มีดราม่าต่างๆ มาตลอด?
“คือถ้าพูดจริงๆ ก็คือระหว่างงานมันก็มีอะไรหลายๆ อย่างอยู่แล้ว แต่เราถือว่าพอจบงานปุ๊บ ก็คือจบ ต่างคนต่างแยกย้ายทำมาหากิน แล้วพอมันมีโพสต์แบบนั้นขึ้นมาก็เลยรอดูว่าตกลงพูดถึงใคร ทีนี้มันก็มีคนส่งมาว่ามีการแก้ไขโพสต์ ว่ามีการพูดหมายถึงเพื่อนเรา ก็เลยออกมานิดหนึ่งให้มันพูดทีเดียวจบ”
ความรู้สึกแรกที่เราเห็นโพสต์นั้น?
“คือรู้สึกว่าเค้ากำลังปกป้องอะไร เค้าอยากจะปกป้องตัวเองกับครอบครัวหรือเค้าอยากจะปกป้องอะไร เพราะว่าในขณะที่เราอยู่ในเหตุการณ์ที่เรารับรู้เรื่องราวของเพื่อนเรามา มันไม่ได้มีอะไรที่เค้าจะต้องกลัวอะไรเลย”
มีการเอ๊ะอ๋ออะไรไหมว่ามันจะเกี่ยวเหตุการณ์อะไรหรือเปล่า?
“รู้อยู่แล้วไหม มันก็พูดยาก เอาเป็นว่าถ้าเค้าเอ่ยชื่อขึ้นมา เราก็อธิบายในมุมของเพื่อนเราแค่นั้นเอง”
แล้วในมุมของเพื่อนเองมีผลกระทบอะไรบ้างกับดราม่านี้?
“คือตัวเค้าเองไม่ได้คิดเครียดอะไรมาก แต่กลัวกระทบถึงลูก คือตัวน้องเพนนีเอง พูดกันตามตรงอ่ะเค้าจะไม่มี Facebook เป็นของตัวเอง ถ้าเค้าจะมาเห็นเค้าก็จะต้องรู้ข่าวสารจากเพื่อนๆ ก็กลัวว่าเดี๋ยวเพื่อนจะมาพูดจะทำให้น้องเครียด เพราะทุกวันนี้ จริงๆ จบงานน้องก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง ก็คือยังเศร้า”
แล้วพอหลังจบงานไป ส่วนตัวพี่ปอได้มีการได้พูดคุยให้กำลังใจพี่เจเจเป็นการส่วนตัวไหม?
“คุยตลอดค่ะ แล้วก็บอกเพื่อนว่าไม่เป็นไรเพื่อนอยู่เฉยๆ เลย นิ่งๆ เดี๋ยวเราจะเป็นคนออกมาอธิบายเอง เพราะไม่อยากให้เค้าออกมาพูดอะไร กลัวมันจะมีผลกระทบ”
พูดว่าโกรธแทนเพื่อนได้ไหม?
“ถามว่าโกรธแทนไหม ก็ไม่ถึงขั้นโกรธ คือนานาจิตตัง เค้าอาจจะคิดแบบนั้น อีกมุมนึงเราก็อธิบายในมุมของเราแค่นั้นเอง”
แล้วเราเห็นสภาพจิตใจของเพื่อนเราเป็นยังไงบ้าง?
“ตั้งแต่ในงานก็ร้องไห้ตลอด เค้ายังไม่เคยมาเจอดราม่าอะไรแบบนี้ ไม่เคยออกมายืนหน้าสื่อและหน้านักข่าวอะไรเยอะแบบนี้ ไม่เคยเลย เพราะฉะนั้นวันที่สื่อเรียกออกไปพูดวันนั้นพอสัมภาษณ์เสร็จกลับมาก็นั่งร้องไห้ เราก็คือมีหน้าที่ปลอบเพื่อน แต่หน้าสื่อเค้าก็ไม่ได้ร้องไห้ค่ะเพราะว่าถือว่าชีวิตเค้าก็ต้องเดินต่อไป อันนี้พูดตามตรงว่าเพราะลูก ณ เวลานี้ไม่ได้อะไร แต่เค้าก็ไม่ได้มาอยู่แล้ว เพราะเค้าก็ไม่ได้ตั้งใจจะเอาแต่แรกอยู่แล้ว เพราะเขาถือว่าเค้าสามารถเลี้ยงลูกได้ เค้ามีอาชีพของเค้า และอีกอย่างหนึ่งไม่ว่าตัวปอเองไม่ว่าเพื่อนในวงการพี่ในวงการทุกคนคือรักเขารักลูกเขามาก เพราะฉะนั้น ทุกคนก็ซัพพอร์ตเขา”
หลังจากที่เราพูดไปมันซาลงไหมหรือมันมีอะไรมากระทบกระทั่ง?
“มีบ้างนิดหน่อย แต่ถือว่ามันดีขึ้นมากๆ ทำให้คนเข้าใจเพื่อนเรามากขึ้น อย่างเมื่อก่อนนี้ที่ยังไม่ได้ออกมาพูดก็อาจจะเอ้ย..แล้วทำไมต้องไปนู่นนี่นั่น เราก็เลยต้องไปอธิบายว่าไปเพราะอะไร ”
คิดว่าเค้าโพสต์ผิดชีวิตเปลี่ยนไหม?
“อันนี้ก็ไม่ทราบ ก็แล้วแต่เค้า”
ฝั่งโน้นได้มีการทักมาไหมหลังจากโพสต์ไป?
“ไม่นะคะ ไม่ได้เป็นเพื่อนในเฟสกันอยู่แล้ว ทุกข่าวสารจะมีคนส่งมาให้ ก็จบดีกว่าค่ะ ถือว่าทุกคนมากันด้วยใจ ไม่ว่าจะเป็นพี่บอล พี่ยูริ ทุกคนมาด้วยใจกันหมด แล้วตัวเจเจเองอ่ะก็ไปด้วยใจเหมือนกัน เพราะวันแรกที่ปอทราบข่าว ปอบอกว่ารอก่อนไหมเดี๋ยวไปถึงวัดพร้อมกันก็ได้ เค้าก็บอกว่าไม่เป็นไร ออกจากบ้านแล้วตั้งแต่เที่ยงเค้าก็ไปของเค้าคนเดียว ไปสู้ของเค้าคนเดียว จะพูดว่าสู้ก็ไม่ได้ ไปช่วยงาน”