โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เกาะประเด็นการเมืองวันนี้ จับตา ‘เพื่อไทย’ แก้ ก.ม.ประกันสังคม

เดลินิวส์

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เพื่อไทย เตรียมเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม ดึงแรงงานนอกระบบมาอยู่ในกองทุนมากขึ้น เพิ่มสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ ให้ผู้ประกันตนเลือกบอร์ดได้ 7 คน “แก้วตา” เย้ย 44 สส.ก้าวไกล อย่าทำดราม่า แค่ถูกตัดสิทธิ เทียบกันไม่ได้กับคนที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองแล้วถูกจำคุก

เรื่องการปฏิรูปประกันสังคม เป็นผลงานชิ้นโบแดงของพรรคส้ม พรรคประชาชน (ปชน.) ที่เคลื่อนไหวหนักรัฐบาลที่ผ่านมา ทั้งตีแผ่ความคุ้มค่าในการลงทุน การใช้งบสำนักงาน และเมื่อตั้งรัฐบาลอนุทิน 2 ตัวจี๊ดในพรรคส้มอย่าง “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ และ “เนม” สหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี ก็ยังตามจี้ให้ปฏิรูปกองทุน พูดตรงไปยัง “หัวหน้าหนิม” จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ในฐานะ รมว.แรงงานคนใหม่

เพจเฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทยโพสต์ข้อความ ว่า พรรคเพื่อไทยเสนอการแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม เพื่อปฏิรูปกองทุนทั้งระบบ โดยเริ่มจากการขยายฐานผู้เข้าสู่ระบบ ดึงแรงงานนอกระบบซึ่งมีอยู่จำนวนมากให้เข้ามาอยู่ภายใต้ความคุ้มครอง การสร้างกองทุนประกันสังคมเพื่ออนาคตของพรรคเพื่อไทย จะแก้ปัญหาเงินออกเยอะ-เงินเข้าน้อย สร้างแรงจูงใจด้วยสิทธิประโยชน์ ปรับโครงสร้างการบริหาร ลงทุนอย่างมืออาชีพโปร่งใสตรวจสอบง่าย

กองทุนของคน 20 กว่าล้านคนกำลังอยู่ในวิกฤติศรัทธา เนื่องจากกฎหมายเก่าไม่สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน โครงสร้างบอร์ดบริหารผูกติดกับข้าราชการ การแก้กฎหมายจะเป็นการดึงแรงงานนอกระบบเข้ากองทุนสร้างความมั่นคงในชีวิตเพราะไทยมีแรงงานประมาณ 40 ล้านคน แต่อยู่ในระบบเพียง 20 กว่าล้านคน พร้อมสร้างมาตรฐานด้านสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ให้ดีขึ้น

ปรับโครงสร้างบอร์ดบริหารวาง KPI ด้านการลงทุน จำกัดค่าใช้จ่ายสำนักงาน (ค่าใช้จ่ายที่เคยถูกวิจารณ์ อย่างเช่น ค่าตัดสูท ค่าดูงาน) ให้ใช้เงินกองทุนไม่เกิน 5% ของเงินสมทบรายปี มีการตั้งคณะกรรมการลงทุน-ตรวจสอบที่เป็นอิสระ โปร่งใส เปิดเผยข้อมูลงบ-ผลตอบแทน พร้อมบทลงโทษชัดเจน แก้ไขเรื่องบอร์ดโดยผู้ประกันตนเลือกบอร์ดได้ 7 คน และประธานบอร์ดมาจากการเลือกตั้งของคณะกรรมการ ไม่ใช่ตำแหน่งราชการ วางเป้าหมายลงทุนชัด ฟื้นความเชื่อมั่นผู้ประกันตน ดึงแรงงานรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบและสร้างกองทุนที่เป็นของผู้ประกันตนจริง

จากนี้ก็รอดูความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิด ว่าเสนอกฎหมายเข้าสู่ที่ประชุมสภาเมื่อไร

ความเคลื่อนไหวทางการเมือง “ดีด้า” ซาบีดา ไทยเศรษฐ รมว.วัฒนธรรม ได้ลาออกจากตำแหน่ง สส. ซึ่งนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เลื่อนนายนิกร จำนง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ลำดับ 20 ขึ้นเป็น สส. แทน นายนิกรจะเข้าไปรายงานตัวในวันที่ 8 เม.ย. และปฏิญาณตนเข้ารับตำแหน่ง

หลังมีวิวาทะในสภา ที่นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ เหน็บแนม สส.พรรคประชาชน (ปชน.) เรื่องใช้แชต GPT เขียนสคริปต์อภิปราย ประกอบกับมีเรื่องเรียกร้องให้ทบทวนเงินบำเหน็จบำนาญ สส. ที่เสนอโดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ทำให้นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ โพสต์จิกกัดให้พรรคเศรษฐกิจและพรรคไทยภักดี ไปตรวจสอบงบสถาบัน งบองค์กรอิสระ และกองทัพบ้าง ให้ได้สักเสี้ยวของการตรวจสอบงบอาหาร บำนาญ และผู้ช่วย สส. เพราะมาจากภาษีเหมือนกัน

แอ๊คชั่นของนายปิยบุตรเป็นที่วิจารณ์ค่อนข้างมากในโลกโซเชียลฯ ว่า เหมือนตั้งใจแดกดันและทำไมไม่บอกให้ สส.พรรคประชาชนเองไปทำเรื่องตรวจสอบที่เขาพูด

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “อยากบอกนายปิยบุตร ว่า การตรวจสอบที่มีคุณค่าที่สุด คือ การตรวจสอบตัวเองให้สะอาดเสียก่อน ก่อนที่จะไปตรวจสอบคนอื่น ที่ผมตรวจสอบสิทธิประโยชน์ของ สส. และ สว. ผมเชื่อว่า จะทำให้ สส. และ สว. สะอาด โปร่งใส และได้รับการยอมรับจากประชาชน พรรคการเมืองก็จะเข้มแข็ง และเมื่อไปตรวจสอบองค์กรอื่น ก็จะได้รับความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่เอาแต่ตรวจสอบคนอื่น แต่พวกเราเองยังโกงประชาชนอยู่เลย”

“หัวหน้าโอ๋” ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ กล่าวว่า การอภิปรายในสภา ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล ข้อมูลที่นำมาใช้อภิปรายนั้น สส. ควรเป็นผู้ศึกษา วิเคราะห์ และเขียนขึ้นด้วยตนเอง ไม่ใช่การพึ่งพาปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือให้บุคคลอื่นเขียนบทให้ เนื่องจากผู้แทนราษฎรจำเป็นต้องพูดและสื่อสารจากสิ่งที่ตนเองรู้ และเข้าใจปัญหาอย่างถ่องแท้ พูดจากสิ่งที่เรารู้สิ่งที่เราเข้าใจจริง ๆ

และขอร้องให้ สส. หลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ การโต้เถียง หรือการด่าทอกันเพื่อหวังสร้างกระแสต่อหน้าประชาชน เคารพกติกาเรื่องเวลา ซึ่งกำหนดไว้ที่ 7 นาทีต่อคน ระเบียบนี้เป็นสิ่งที่ยึดถือปฏิบัติกันมาในทุกยุคทุกสมัย เพื่อให้เกิดการจัดสรรเวลาอย่างเป็นธรรม และเปิดโอกาสให้ สส. ทุกคนได้นำเสนอปัญหาจากทุกจังหวัดและทุกพื้นที่ หากมีบุคคลใดใช้เวลาเกินกำหนดหรือเหมาเวลาพูดเพียงคนเดียว ก็จะทำให้ สส. ท่านอื่นเสียโอกาสในการสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ตนเอง

“แก้วตา” ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “จริงอยู่ที่การเสนอกฎหมายไม่ควรถูกนำมาเป็นเหตุให้ตัดสิทธิทางการเมือง เพราะนั่นคือหน้าที่ของผู้แทนในระบบรัฐสภา แต่กรณี 44 สส. มันเทียบไม่ได้กับคนที่ออกมาเรียกร้องหลังพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ แล้วต้องเผชิญกับการถูกดำเนินคดี และถูกจำคุกจนถึงวันนี้ รวมถึงผู้ลี้ภัยทางการเมืองทั้งหมด อันหนึ่งคือการถูกตัดสิทธิทางการเมือง แต่อีกอันคือการถูกจำกัดเสรีภาพทางร่างกาย มันคนละระดับกันชัดเจน จะดราม่าทำไมก่อน แม้แต่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยังจำคุกเลย รำคาญมากพวกใจเสาะ แงไม่ได้เป็นนักการเมืองแล้วร้องไห้”

มีรายงานว่า นายปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตรองนายกฯ และรมว.การต่างประเทศ จะมาดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาของ รมว.การต่างประเทศ นายปานปรีย์และนายสีหศักดิ์เคยทำงานร่วมกันในทีมที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลกของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี และเมื่อครั้งที่นายปานปรีย์ดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และรมว.การต่างประเทศ ในรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน นายสีหศักดิ์ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี

ในช่วงเวลาที่ทั้งคู่ได้ทำงานร่วมกันดังกล่าว การต่างประเทศของไทยถือว่ามีการดำเนินนโยบายเชิงรุกในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงบทบาทของไทยในการให้ความพยายามช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมกับชาวเมียนมา ซึ่งทำให้บทบาทของไทยได้รับความสนใจจากเวทีโลกมากขึ้น การผลักดันให้ประเทศไทยสมัครเข้าเป็นองค์การ เพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) เพื่อยกระดับมาตรฐานของไทยให้เท่าเทียมกับประเทศที่พัฒนาแล้ว การให้ความช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอลที่ถูกจับกุมตัวไปโดยกลุ่มฮามาส และการผลักดันนโยบายการทูตเศรษฐกิจ

ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีการเข้ามารับตำแหน่ง ในปีหน้ากัมพูชาจะมีการเลือกตั้งระดับประเทศ กังวลจะมีการสร้างสถานการณ์หรือไม่ พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องรบรอบที่ 3 เรามีความเชื่อมั่นในกำลังพลในการป้องกันชายแดน การจะรบต้องมีสิ่งบอกเหตุ ซึ่งเรามีระบบการข่าวกรองที่ดี และขอให้เข้าใจว่า เรามีระบบการติดตาม และระบบเฝ้าตรวจสิ่งบอกเหตุ

เมื่อถามว่า กรณีที่นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน ออกมาระบุว่า มีเจ้าหน้าที่เรียกรับส่วย แล้วปล่อยให้ทหาร BHQ (Bodyguards of Headquarters กองกำลังพิทักษ์ฮุน เซน) เข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย พล.ท.อดุลย์ ย้อนถามกลับว่า จะเชื่อนายวีระ หรือจะเชื่อทหารในพื้นที่ทหาร แต่ไม่เป็นไร เพราะนายวีระได้ให้ข้อมูลเป็นข่าวสารขั้นต้นเราก็รับฟัง ตนได้นำมาตรวจสอบกับคนในพื้นที่ว่าเป็นข่าวจริงหรือไม่

“ยืนยันว่า ไม่ได้ว่านายวีระ เพราะเมื่อมีข่าวสารอะไรก็พร้อมรับฟังทั้งหมด ให้หน่วยในพื้นที่ไปกลั่นกรอง ตรวจสอบ และมาตัดสินใจว่า จะทำอย่างไรต่อไป”

"ทีมข่าวการเมือง"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...