สืบสานงานศิลป์ถิ่นโนรา - ทวี สอดส่อง ร่วมปลุกชีพจร 'มโนราห์' มรดกโลกแห่งพัทลุง
สืบสานงานศิลป์ถิ่นโนรา - ทวี สอดส่อง ร่วมปลุกชีพจร 'มโนราห์' มรดกโลกแห่งพัทลุง พร้อมชูวิสัยทัศน์ผลักดันทุนวัฒนธรรมสู่สากล
เสียงปี่ตะโพนและจังหวะรัวกลองที่ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุง ไม่ได้เป็นเพียงแค่เสียงสะท้อนของมหรสพยามเย็น
แต่คือจังหวะชีพจรของขุมพลังทางวัฒนธรรมที่ยังมีลมหายใจ ในยามเย็นของวันที่ 2 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา มนต์เสน่ห์แห่งแดนใต้ได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง ในงานประเพณีสุดยิ่งใหญ่ “สืบสานศิลป์ถิ่นโนรา มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” และการแข่งขันทับมโนราห์ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นและเสียงเพลงมหาฤกษ์จากวงดุริยางค์ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก้าวเข้าสู่งานในฐานะประธานพิธี โดยมีนายสุจินต์ วาจากิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง และนายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง เป็นตัวแทนชาวเมืองบอกเล่าถึงความภาคภูมิใจในรากเหง้าทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของพวกเขา
เมื่ออดีตสอดประสานกับปัจจุบัน
ไฮไลต์ของงานถูกจัดวางไว้อย่างทรงพลังและเปี่ยมด้วยความหมาย
เริ่มต้นด้วยการแสดงสัญลักษณ์แห่งความตื่นรู้ เมื่อ พ.ต.อ.ทวี และคณะผู้บริหาร ร่วมกัน “ตีโพน” 9 ลูก พร้อมจังหวะรัวกลองต่อเนื่องยาวนาน 71 วินาที เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมายุ 71 พรรษา ก่อนที่ผู้ร่วมงานทั้งหมดจะร่วมยืนสงบนิ่งถวายอาลัยเป็นเวลา 93 วินาที เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ
สิ่งที่สะกดสายตาผู้คนนับพันจนแทบหยุดหายใจ คือภาพความยิ่งใหญ่ตระการตาของ “พลังศรัทธาโนรา” เมื่อศิลปินและนักแสดงลูกหลานชาวพัทลุงกว่า 710 ชีวิต ก้าวออกมาวาดลวดลายร่ายรำมโนราห์อย่างพร้อมเพรียง ท่วงท่าที่อ่อนช้อยแต่แฝงไว้ด้วยความดุดันและมนต์ขลัง นี่คือบทพิสูจน์ชั้นดีว่า ทำไมศิลปะมโนราห์ถึงได้รับการเชิดชูจากยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมวลมนุษยชาติ
“วัฒนธรรม” ไม่ใช่แค่ของเก่า แต่คือ “ต้นทุนใหม่”
ในบางแง่มุมของผู้คนสังคมยุคใหม่ที่อาจมองว่าศิลปะพื้นบ้านเป็นเรื่องของคนยุคเก่า… พ.ต.อ.ทวี กลับมองเห็นวิสัยทัศน์ที่ไกลกว่านั้น เขาเน้นย้ำบนเวทีด้วยถ้อยคำที่สะท้อนถึงการผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมเข้ากับโลกยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน
"การส่งเสริมมโนราห์และศิลปะพื้นบ้าน ไม่ใช่เพียงการรักษาอดีต แต่คือการสร้างต้นทุนทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็งให้กับคนรุ่นหลัง" พ.ต.อ.ทวี กล่าว
"พัทลุงเป็นเมืองที่มีเสน่ห์และมีรากเหง้าที่ชัดเจน การจัดงานชิงถ้วยพระราชทานในวันนี้ คือสิ่งยืนยันว่ามรดกภูมิปัญญาของไทยจะถูกสืบทอดต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด"
สำหรับตัว พ.ต.อ.ทวี นั้น “พัทลุง“ ไม่ได้เป็นเพียงแค่จังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ แต่คือ “มาตุภูมิแห่งมโนราห์” พร้อมย้ำเตือนว่าวัฒนธรรมคือสิ่งดีงามที่หล่อหลอมผู้คนในสังคม จึงเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่ต้องเข้ามาร่วมกันปกป้อง รักษา และที่สำคัญที่สุดคือต้องเดินหน้า “เผยแพร่” ให้นานาชาติได้รับรู้ถึงคุณค่าของโนราที่ซ่อนอยู่ในแผ่นดินนี้
ภาพจำของงานในค่ำคืน “สืบสานงานศิลป์ถิ่นโนรา” ไม่ได้จบลงแค่พิธีการบนเวที แต่ยังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความเป็นกันเอง และการร่วมถ่ายภาพประวัติศาสตร์ระหว่าง พ.ต.อ.ทวี คณะมโนราห์ และชาวพัทลุง
งานนี้นอกจากจะเป็นการสืบสานจิตวิญญาณของท้องถิ่นแล้ว ยังถือเป็นบิ๊กอีเวนต์ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดพัทลุงในปี 2569 ได้อย่างสง่างาม
ดังคำกล่าวของ พ.ต.อ.ทวี ที่กล่าวว่า ในท้ายที่สุดแล้ว "วัฒนธรรมคือสิ่งดีงาม เราต้องเรียนรู้ เพื่อเข้าใจ ปกป้อง รักษา และเผยแพร่เพื่อส่งต่อคุณค่าทั้งระดับประเทศและสากล" และงานในค่ำคืนนั้น ก็ได้ทำหน้าที่ส่งต่อคุณค่าของมรดกภูมิปัญญาอันยิ่งใหญ่ของโนราแดนใต้ออกไปอย่างสมบูรณ์แบบ !
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สืบสานงานศิลป์ถิ่นโนรา - ทวี สอดส่อง ร่วมปลุกชีพจร 'มโนราห์' มรดกโลกแห่งพัทลุง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th