โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นัยยะแห่งการฟื้นฟูเส้นทาง AH1 ความหวังใหม่ของรอยยิ้มสองฝั่งเมย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ได้มีข่าวดีเข้ามา นั่นคือทางการเมียนมาโดยท่านรัฐมนตรีกิจการชายแดนรัฐกระเหรี่ยง ฯพณฯท่านพล.ตรี เมียน อู ได้มาเป็นประธานในการเปิดเส้นทางถนนสายเอเชีย (AH1) ช่วงเมืองเมียวดี-เกาะกะเร็ค-ผะอาน หลังจากได้ปิดการใช้งานมานาน ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2568 ทำให้การค้าชายแดนของทั้งสองประเทศชะงักไป และผู้ประกอบการต่างต้องดิ้นรนหาช่องทางในการขนส่งสินค้า เข้าไปขายในประเทศเมียนมากันจนวุ่นวายไปทุกคน วันนี้นับว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีครับ

ในแวดวงคนทำการค้าชายแดนด้านไทย-เมียนมา ต่างรู้กันดีว่า “เส้นเลือดใหญ่” ของการค้าไทย-เมียนมานั้นอยู่ที่แม่สอด-เมียวดี เพราะนี่คือช่องทางขนส่งสินค้าจากประเทศไทย เข้าสู่เมืองหลวงเก่าที่เป็นเมืองการค้าที่ใกล้ที่สุด และเป็นตลาดการค้าใหญ่ที่สุดของประเทศเมียนมา แต่ในช่วงเกือบปีที่ผ่านมา จังหวะการเต้นของหัวใจเศรษฐกิจตรงนี้ดูจะแผ่วลงไป นับตั้งแต่สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ต้องเผชิญกับข้อจำกัด จนต้องปิดตัวลงชั่วคราวจนถึงปัจจุบันนี้ ส่งผลให้ระบบการค้าและโลจิสติกส์ ที่เคยคล่องตัวกลับกลายเป็นอัมพาตไป ซึ่งแน่นอนว่าต้องกระทบถึงปากท้องของพี่น้องประชาชน และผู้ประกอบการทั้งสองฝั่งแม่น้ำเมยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่วันนี้หลังจากมีพิธีเปิดเส้นทาง AH1 อีกครั้ง แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ก็เริ่มปรากฏชัดขึ้น เมื่อมีสัญญาณบวกส่งตรงมาจากฝั่งเมียวดี กับภาพพิธีเปิดถนนสายเอเชีย (AH1) ช่วงเมียวดี-เกาะกะเร็ค-ผะอานอย่างเป็นทางการ ในต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา สิ่งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการซ่อมแซมทางหลวงที่ชำรุดจากการสู้รบ แต่นี่คือหัวใจของความเชื่อมั่น (Key of Confidence) ของการค้า-การลงทุนในเมียนมา อีกทั้งยังเป็น “หมุดหมายสำคัญ” ทางยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ ที่แสดงให้เห็นว่า ทางการเมียนมามีความตั้งใจที่จะฟื้นฟูความเชื่อมั่น และจัดระเบียบการค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะการค้าชายแดน ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้งนั่นเอง

ในมุมมองของคนวงในอย่างผม การขยับตัวครั้งนี้มีนัยยะที่น่าชื่นชม เพราะเป็นการแสดงศักยภาพของรัฐบาลเมียนมา ในการกลับมาควบคุมดูแลเส้นทางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด การเปิดถนน AH1 จึงเปรียบเสมือนการส่งบัตรเชิญไปยังเหล่านักลงทุน-นักธุรกิจ และผู้ประกอบการขนส่งว่า “ความพร้อมกำลังเริ่มกลับมาแล้ว” แม้ว่าในขณะนี้สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 จะยังคงปิดให้บริการชั่วคราวอยู่ แต่เชื่อเถอะครับว่า นี่คือการ “เตรียมความพร้อม” เพื่อรอจังหวะการเปิดประตูบานใหญ่ที่มั่นคงและปลอดภัยกว่าเดิม ความคึกคักของการค้าชายแดนกำลังจะเกิดในเร็ววันนี้อีกครั้งอย่างไม่ต้องสงสัยเลยครับ

สิ่งที่ทำให้รัฐบาลทั้งสองฝั่งต้องอมยิ้มได้ คือภาพรวมของ “ผลประโยชน์ร่วมกัน” ที่กำลังจะตามมา ฝั่งไทยเราเองก็มีความพร้อม ที่จะสนับสนุนให้มีการกระจายสินค้าอุปโภค-บริโภค น้ำมันเชื้อเพลิง ยาเวชภัณฑ์และสินค้าจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศเมียนมา เพื่อช่วยบรรเทาค่าครองชีพของเพื่อนบ้าน ในขณะที่ฝั่งประเทศเมียนมาเอง การดึงเอาการค้ากลับมาสู่เส้นทางหลักที่เป็นระบบ จะช่วยให้การจัดเก็บรายได้เข้าสู่รัฐเป็นไปอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนทั้งสองฝั่ง ก็จะสามารถทำมาหากินกันได้อีกครั้ง นี่จึงเป็นการสร้างบรรยากาศ “Win-Win-Win” ที่ทุกฝ่ายจะได้ประโยชน์อย่างแท้จริงครับ

นอกจากนี้ การกลับมาใช้เส้นทาง AH1 อย่างเป็นทางการ ยังช่วยลดต้นทุนแฝงและความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการ เคยต้องแบกรับในช่วงที่ต้องใช้เส้นทางอ้อม หรือช่องทางธรรมชาติ ความสะดวกสบายของถนน AH1 จะเป็นกุญแจสำคัญ ที่ทำให้อำเภอแม่สอดและเมืองเมียวดีกลับมาเป็นLogistics Hub ที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคอีกครั้ง และเมื่อถึงเวลาที่สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 กลับมาเปิดใช้อย่างเต็มรูปแบบ เราจะได้เห็นการเคลื่อนตัวของสินค้าอย่างมหาศาล หลังจากที่อั้นมานานเกือบปี ซึ่งจะเป็นการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศอย่างมีนัยสำคัญเลยครับ

การเปิดเส้นทางสายเอเชียหรือ AH1 ในครั้งใหม่นี้ จึงไม่ใช่แค่การเปิดช่องหายใจให้แก่ผู้ประกอบการการค้าชายแดนของทั้งสองประเทศ อีกทั้งยังไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขการค้าแสนล้านเท่านั้น แต่คือเรื่องของ “สายสัมพันธ์” ระหว่างไทย-เมียนมา ที่ตัดกันไม่ขาด การเปิดถนนในครั้งนี้ คือจุดเริ่มต้นของการสร้างเสถียรภาพที่ยั่งยืน เป็นการส่งสัญญาณให้โลกรู้ว่า ในมิติของความร่วมมือทางเศรษฐกิจนั้น ไทยเราพร้อมจะก้าวข้ามผ่านความท้าทายไปได้เสมอ หากเรามีความเข้าใจและปรารถนาดีต่อกัน ผมเชื่อมั่นว่ารอยยิ้มที่เราเห็นบนใบหน้าของเจ้าหน้าที่ ในงานพิธีเปิดถนน AH1 ในวันนั้น จึงน่าจะเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือกันเดินไปข้างหน้า และได้กลายเป็นรอยยิ้มที่กว้างขึ้นของประชาชนในภูมิภาค เมื่อประตูแห่งโอกาสที่อำเภอแม่สอดและเมืองเมียวดีจะได้ถูกเปิดออกอย่างถาวรในเร็ววันครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...