ราคาน้ำมัน WTI พุ่งสุดรอบเกือบ 4 ปี กังวลสงครามยืดเยื้อ อุปทานตึงตัวมากขึ้น
The Bangkok Insight
อัพเดต 21 มี.ค. เวลา 01.52 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. เวลา 01.52 น. • The Bangkok Insightราคาน้ำมัน WTI ปิดซื้อขายวานนี้ (20 มี.ค.) ตามเวลาในสหรัฐ แตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี หลังอิรักประกาศเหตุสุดวิสัยต่อแหล่งน้ำมันทั้งหมดที่พัฒนาโดยบริษัทน้ำมันต่างชาติ ขณะเดียวกันสงครามอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นอีก โดยสหรัฐเตรียมส่งนาวิกโยธินและกำลังพลเพิ่มอีกหลายพันนายไปยังตะวันออกกลาง
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท (WTI) ส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 2.18 ดอลลาร์ หรือ 2.27% ปิดที่ 98.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือน พ.ค. พุ่งขึ้น 3.54 ดอลลาร์ หรือ 3.26% ปิดที่ 112.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2565
สงครามระหว่างสหรัฐ และอิสราเอลกับอิหร่านยังไม่มีสัญญาณยุติ โดยมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสำคัญในอิหร่าน และอิหร่านยังโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และคูเวต
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า นี่คือสถานการณ์เลวร้ายที่สุด เพราะไม่เพียงอิรักประกาศเหตุสุดวิสัย แต่สหรัฐอเมริกายังระดมกำลังทหารจำนวนมากในอ่าวเปอร์เซีย ทำให้ความหวังที่สถานการณ์จะคลี่คลายเร็วและอุปทานจะกลับเข้าสู่ตลาดโลกผ่านช่องแคบฮอร์มุซกำลังเลือนหายไป
ตลอดทั้งสัปดาห์ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้นราว 8.8% ขณะที่น้ำมันดับเบิลยูทีไอลดลงราว 0.4% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน โดยส่วนต่างราคาที่ดับเบิลยูทีไอต่ำกว่าเบรนท์ขยายกว้างที่สุดในรอบ 11 ปีเมื่อวันพุธ
ตลาดน้ำมันเริ่มสะท้อนการคาดการณ์ว่า อุปทานจะหยุดชะงักยาวนานขึ้นจากการโจมตี และอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายสัปดาห์ก่อนที่ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งาน
นักวิเคราะห์จากแซกโซแบงก์ กล่าวว่า ราคาพลังงานมีโอกาสปรับลดลงได้ยากในระยะสั้น เนื่องจากความเสียหายต่อกำลังการผลิตได้เกิดขึ้นแล้ว
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า ขณะนี้ไม่มีผู้นำอิหร่านเหลือให้เจรจาเกี่ยวกับสงคราม หลังการโจมตีทางทหารยังคงมุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่อิหร่าน พร้อมย้ำว่าอิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์
อิสราเอลและอิหร่านยังคงโจมตีกันต่อเนื่อง หลังจากมีการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในคูเวต โดยก่อนหน้านี้ในวันพฤหัสบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าอิสราเอลจะไม่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานซ้ำ
คริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า หากยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านที่ค้างอยู่ในทะเล จะสามารถส่งอุปทานไปยังเอเชียได้ภายใน 3-4 วัน ขณะที่สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐอเมริกา ได้แสดงแผนดังกล่าวอย่างชัดเจนตั้งแต่วันพฤหัสบดี
เบสเซนต์ยังระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่จะปล่อยน้ำมันดิบเพิ่มเติมจากคลังสำรองยุทธศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา ขณะที่ไรต์กล่าวว่า การปล่อยน้ำมันจะเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า
นักวิเคราะห์ระบุว่า ราคาน้ำมันจะยังอยู่ในระดับสูงตราบใดที่การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังถูกกระทบ และมีแนวโน้มจะสูงต่อไปแม้สถานการณ์จะคลี่คลายแล้วก็ตาม โดยประมาณ 20% ของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวทั่วโลกต้องขนส่งผ่านช่องแคบแห่งนี้
นักวิเคราะห์ของยูบีเอส ระบุว่า ตราบใดที่การไหลของน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังถูกจำกัด ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อ
ขณะที่ ฟาติห์ บิรอล ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ ระบุว่า อาจต้องใช้เวลานานถึง 6 เดือนในการฟื้นฟูการขนส่งน้ำมันและก๊าซจากอ่าวตะวันออกกลาง
รายงานจากแอกซิออส ระบุว่า รัฐบาลทรัมป์ กำลังพิจารณาแผนเข้าควบคุมหรือปิดล้อมเกาะคาร์กของอิหร่าน เพื่อกดดันให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจกระทบต่ออุปทานเพิ่มเติม
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'ซิตี้กรุ๊ป' เตือน 'ราคาน้ำมันเบรนท์' อาจพุ่ง 200 ดอลล์ หากวิกฤตืตะวันออกกลางยืดเยื้อ
- 'ไออีเอ' ปล่อยน้ำมันสำรอง เข้าตลาดเอเชียทันที รับมือสงครามอิหร่าน ป่วนอุปทาน
- 'ทรัมป์' ลั่น 'ราคาน้ำมันโลกพุ่ง' แค่ชั่วคราว ชี้คุ้มค่าแลกดับภัยนิวเคลียร์อิหร่าน
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg