โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วิจัยกสิกรไทย ชี้ FOMC วันที่ 17-18 มี.ค. เฟด ยังคงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% และจะปรับลดดอกเบี้ย 1 ครั้งปีนี้ ตามคาด เหตุความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางสูงขึ้น

BTimes

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 13.17 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 06.40 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

วิจัยกสิกรไทย ชี้ FOMC วันที่ 17-18 มี.ค. เฟดยังคงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% และจะปรับลดดอกเบี้ย 1 ครั้งปีนี้ ตามคาด เหตุความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางสูงขึ้น

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่าในการประชุม FOMC วันที่ 17-18 มี.ค. 2568 เฟดมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ 11 ต่อ 1 เสียง คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.50-3.75% ตามที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้ก่อนหน้านี้ โดยมีเพียง Stephen Miran ที่ลงมติให้ปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ประเด็นสำคัญดังนี้

-เฟดมองความไม่แน่นอนสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลให้เงินเฟ้อสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลงเข้าสู่เป้าหมาย 2% ช้ากว่าเดิม ทั้งนี้ เฟดมีการปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ (PCE Inflation) ปี 2569 และ 2570 มาอยู่ที่ 2.7% และ 2.2% จากประมาณการเดิมที่ 2.4% และ 2.1% ตามลำดับ

-เฟดยังคงส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1 ครั้งในปีนี้ โดยย้ำว่าต้องเห็นเงินเฟ้อชะลอลงชัดเจนก่อน ซึ่งความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจเพิ่มความท้าทายต่อแนวโน้มดังกล่าว ทั้งนี้ ค่ากลางคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ณ สิ้นปี 2569 ยังคงอยู่ที่ 3.4% เท่ากับที่ประเมินไว้เมื่อเดือนธ.ค. 2568 อย่างไรก็ตาม น้ำหนักของการคาดการณ์เอนเอียงไปทางการปรับลดดอกเบี้ยน้อยลง โดยมีกรรมการมากขึ้นที่มองว่าจะลดดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้ง จากเดิมที่คาดไว้ 2 ครั้ง

-เฟดลดน้ำหนักความเสี่ยงภาวะ Stagflation โดยมองว่ายังห่างไกลจากระดับในช่วงทศวรรษ 1970 (ปี ค.ศ.) ที่เกิดเหตุการณ์สงครามยมคิปปูร์ (Yom Kippur War) และการปฏิวัติอิหร่าน ทั้งนี้ เฟดปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยคาดว่า GDP ปี 2569 และ 2570 จะขยายตัวที่ 2.4% และ 2.3% จากเดิม 2.3% และ 2.0% ตามลำดับ ขณะที่อัตราว่างงานปีนี้ยังคงอยู่ที่ 4.4% ซึ่งถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยราว 6.3% ในช่วงทศวรรษ 1970 (ปี ค.ศ.)

-Jerome Powell ประกาศจุดยืนที่จะไม่ลาออกจากตำแหน่งคณะผู้ว่าการเฟด (Board of Governors) จนกว่าการสอบสวนของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) เกี่ยวกับโครงการปรับปรุงอาคารจะแล้วเสร็จ นอกจากนี้ เขาระบุว่าหากการแต่งตั้งประธานเฟดคนใหม่ไม่ทันก่อนวาระของเขาจะสิ้นสุดในเดือนพ.ค. 2569 เขาพร้อมทำหน้าที่เป็น ประธานรักษาการต่อไป

-ตลาดการเงินเข้าสู่ภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-off) หลังผลการประชุม FOMC ส่งสัญญาณอาจคงดอกเบี้ยยาวนานขึ้น (Higher for Longer) ประกอบกับมีการโจมตีแหล่งผลิตก๊าซใหญ่สุดในอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มขึ้นมาแตะระดับ 108
ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ (Dow Jones, S&P500 และ Nasdaq) ปรับตัวลดลงเฉลี่ย 1.4%-1.6%

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 10 ปี พุ่งขึ้นเหนือระดับ 4.27%

ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (DXY) แข็งค่าทะลุระดับ 100 อีกครั้ง และค่าเงินบาทอ่อนค่าลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ราว 32.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ

ราคาทองคำโลกปรับตัวลดลงหลุด 4,900 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า เฟดจะรอดูสถานการณ์ (wait-and-see) โดยยังไม่เร่งปรับนโยบายการเงิน และรอความชัดเจนของพัฒนาการสงครามอิหร่าน ซึ่งมีผลต่อราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยสามารถแบ่งเป็น 2 ฉากทัศน์หลัก ดังนี้:

กรณีฐาน: หากสถานการณ์ไม่บานปลาย และเงินเฟ้อไม่ได้เร่งตัวขึ้นมาก ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มชะลอลง เฟดมีแนวโน้มปรับลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในช่วงครึ่งหลังของปีตามที่ส่งสัญญาณใน Dot Plotอย่างไรก็ดี โอกาสลดมากกว่า 1 ครั้งยังมีอยู่ หากเศรษฐกิจชะลอตัวชัดเจน และการเร่งตัวของเงินเฟ้อเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวที่มีแนวโน้มทยอยปรับลดลงเข้าสู่กรอบเป้าหมายในระยะถัดไป

กรณีเลวร้าย: หากความขัดแย้งยืดเยื้อจนดันเงินเฟ้อสหรัฐฯ สูงเกินกรอบเป้าหมายอย่างมีนัยสำคัญ มีโอกาสสูงที่เฟดจะไม่ปรับลดดอกเบี้ยตลอดทั้งปี และอาจเลื่อนการลดดอกเบี้ยออกไปจนถึงปี 2570

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่าในการประชุม FOMC วันที่ 17-18 มี.ค. 2568 เฟดมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ 11 ต่อ 1 เสียง คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.50-3.75% ตามที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้ก่อนหน้านี้ โดยมีเพียง Stephen Miran ที่ลงมติให้ปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ประเด็นสำคัญดังนี้

-เฟดมองความไม่แน่นอนสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลให้เงินเฟ้อสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลงเข้าสู่เป้าหมาย 2% ช้ากว่าเดิม ทั้งนี้ เฟดมีการปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ (PCE Inflation) ปี 2569 และ 2570 มาอยู่ที่ 2.7% และ 2.2% จากประมาณการเดิมที่ 2.4% และ 2.1% ตามลำดับ

-เฟดยังคงส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1 ครั้งในปีนี้ โดยย้ำว่าต้องเห็นเงินเฟ้อชะลอลงชัดเจนก่อน ซึ่งความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจเพิ่มความท้าทายต่อแนวโน้มดังกล่าว ทั้งนี้ ค่ากลางคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ณ สิ้นปี 2569 ยังคงอยู่ที่ 3.4% เท่ากับที่ประเมินไว้เมื่อเดือนธ.ค. 2568 อย่างไรก็ตาม น้ำหนักของการคาดการณ์เอนเอียงไปทางการปรับลดดอกเบี้ยน้อยลง โดยมีกรรมการมากขึ้นที่มองว่าจะลดดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้ง จากเดิมที่คาดไว้ 2 ครั้ง

-เฟดลดน้ำหนักความเสี่ยงภาวะ Stagflation โดยมองว่ายังห่างไกลจากระดับในช่วงทศวรรษ 1970 (ปี ค.ศ.) ที่เกิดเหตุการณ์สงครามยมคิปปูร์ (Yom Kippur War) และการปฏิวัติอิหร่าน ทั้งนี้ เฟดปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยคาดว่า GDP ปี 2569 และ 2570 จะขยายตัวที่ 2.4% และ 2.3% จากเดิม 2.3% และ 2.0% ตามลำดับ ขณะที่อัตราว่างงานปีนี้ยังคงอยู่ที่ 4.4% ซึ่งถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยราว 6.3% ในช่วงทศวรรษ 1970 (ปี ค.ศ.)

-Jerome Powell ประกาศจุดยืนที่จะไม่ลาออกจากตำแหน่งคณะผู้ว่าการเฟด (Board of Governors) จนกว่าการสอบสวนของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) เกี่ยวกับโครงการปรับปรุงอาคารจะแล้วเสร็จ นอกจากนี้ เขาระบุว่าหากการแต่งตั้งประธานเฟดคนใหม่ไม่ทันก่อนวาระของเขาจะสิ้นสุดในเดือนพ.ค. 2569 เขาพร้อมทำหน้าที่เป็น ประธานรักษาการต่อไป

-ตลาดการเงินเข้าสู่ภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-off) หลังผลการประชุม FOMC ส่งสัญญาณอาจคงดอกเบี้ยยาวนานขึ้น (Higher for Longer) ประกอบกับมีการโจมตีแหล่งผลิตก๊าซใหญ่สุดในอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มขึ้นมาแตะระดับ 108
ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ (Dow Jones, S&P500 และ Nasdaq) ปรับตัวลดลงเฉลี่ย 1.4%-1.6%

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 10 ปี พุ่งขึ้นเหนือระดับ 4.27%

ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (DXY) แข็งค่าทะลุระดับ 100 อีกครั้ง และค่าเงินบาทอ่อนค่าลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ราว 32.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ

ราคาทองคำโลกปรับตัวลดลงหลุด 4,900 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า เฟดจะรอดูสถานการณ์ (wait-and-see) โดยยังไม่เร่งปรับนโยบายการเงิน และรอความชัดเจนของพัฒนาการสงครามอิหร่าน ซึ่งมีผลต่อราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยสามารถแบ่งเป็น 2 ฉากทัศน์หลัก ดังนี้:

กรณีฐาน: หากสถานการณ์ไม่บานปลาย และเงินเฟ้อไม่ได้เร่งตัวขึ้นมาก ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มชะลอลง เฟดมีแนวโน้มปรับลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในช่วงครึ่งหลังของปีตามที่ส่งสัญญาณใน Dot Plotอย่างไรก็ดี โอกาสลดมากกว่า 1 ครั้งยังมีอยู่ หากเศรษฐกิจชะลอตัวชัดเจน และการเร่งตัวของเงินเฟ้อเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวที่มีแนวโน้มทยอยปรับลดลงเข้าสู่กรอบเป้าหมายในระยะถัดไป

กรณีเลวร้าย: หากความขัดแย้งยืดเยื้อจนดันเงินเฟ้อสหรัฐฯ สูงเกินกรอบเป้าหมายอย่างมีนัยสำคัญ มีโอกาสสูงที่เฟดจะไม่ปรับลดดอกเบี้ยตลอดทั้งปี และอาจเลื่อนการลดดอกเบี้ยออกไปจนถึงปี 2570

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...