โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่ม จัดฉากอุ้มตัวเอง เข้าพบ ตร. หวังเงิน 4 แสนของเพื่อน แฉได้มาจากบัญชีม้า เที่ยวจนเหลือ 1 แสน

Khaosod

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 15.52 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 15.52 น.

เล่าเรื่องจริงทั้งหมด! หนุ่ม จัดฉากอุ้มตัวเอง เข้าพบตำรวจแล้ว หวังเงิน 4 แสนของเพื่อน แฉได้มาจากบัญชีม้า ทำงานให้ 2 ครั้งแล้ว เที่ยวชลบุรีคืนเดียว ละลายเงินเหลือแค่ 1 แสน

จากกรณี นายปืน (นามสมมติ) อายุ 50 ปี ร้องเรียนว่า นายบุ้ง (ขอสงวนชื่อ-นามสกุลจริง) อายุ 21 ปี ลูกชาย ถูก 4 ชายฉกรรจ์ อุ้มจากบ้านขึ้นกระบะหายไปไม่สามารถติดต่อได้ เมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่เพื่อน 4 คน ของนายบุ้ง จะเข้าพบ ตร.สภ.เมืองอุดรธานี อ้างว่าเป็นการวางแผนร่วมกัน หวังจะฮุบเงิน 4 แสนบาท ที่มีเพื่อนชื่อจ๋ายจ้างวานให้หาบัญชีม้าโอนเงินให้ และเชื่อว่าเป็นเงินที่ได้มาโดยผิดกฎหมายจากแก๊งสแกมเมอร์ อ่านข่าว โอละพ่อ! ลูกเสี่ยเครื่องเสียงอุดรฯ จัดฉากอุ้มตัวเอง หวังเชิดเงินเพื่อน 4 แสน

ล่าสุดวันที่ 20 มี.ค.69 นายจ๋าย อายุ 22 ปี เพื่อนของ นายบุ้ง เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.นรเทพ ทองเจียม รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี เจ้าของคดี เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม โดยระบุว่า ช่วงบ่ายวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนกับแฟนได้เข้าไปนั่งเล่นกับ นายบุ้ง ที่บ้าน จากนั้นประมาณ 16.30 น. ก็มีรถกระบะมาจอดหน้าบ้าน

แล้วมีชาย 4 คน โพกผ้าปิดบังใบหน้า 3 คน ไม่ปิดบังใบหน้า 1 คน เดินเข้ามาในบ้าน มี 1 คนชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่ แล้วเขาก็เตะ นายบุ้ง จนล้ม ส่วนตนก็ถูกล็อกตัวไว้ บังคับให้นอนลง ตนก็บอกว่า ตนไม่เกี่ยว อย่าทำอะไรเลย ชายกลุ่มนั้นก็ถามว่า ได้ขายยาเหมือน นายบุ้ง หรือไม่ ตนปฏิเสธ หลังจากนั้นทั้ง 4 คน ก็จับ นายบุ้ง ขึ้นรถ แล้วหันมาหยิบเงินจากกระเป๋าตนไป

"เงิน 4 แสนบาท เป็นเงินที่แม่เอามาไว้ให้ไปออกรถยนต์ไฟฟ้า แม่เอาออกมาจากตู้เซฟให้ผมไว้เมื่อ 2 วันก่อน ยืนยันว่าเป็นเงินของแม่จริงๆ ตรวจสอบได้เลย และที่ยังไม่ไปออกรถ เพราะรอคุยกับเซลล์ขายรถก่อน ผมเชื่อว่า นายบุ้ง ถูกตำรวจหรือคนมีสีจับตัวไปจริงๆ เพราะรู้ว่า นายบุ้ง เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่านายบุ้งอยู่ที่ไหนเหมือนกัน" นายจ๋าย กล่าว

ขณะเดียวกัน นายบุ้ง ได้ติดต่อเข้าให้ปากคำกับ พ.ต.ท.พิเชฐ ปักเคธาติ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี โดยนำกระเป๋าสะพายข้างสีดำ ข้างในมีเงินสด 100,000 บาท และเศษเงินเหรียญจำนวนหนึ่ง มาเป็นหลักฐาน อ้างว่าได้เงินจากการกุเรื่องว่าถูกอุ้มไป 200,000 บาท และใช้จ่ายในการเที่ยวเตร่ไปแล้ว เหลือเงินสดอยู่เพียงเท่านี้

นายบุ้ง ให้การว่า เรื่องทั้งหมดเริ่มจากที่ นายจ๋าย มาจ้างตนให้ไปถอนเงินสดจากบัญชีม้า โดยวันนั้นออกไปพร้อมกับเจ้าของบัญชี เมื่อได้เงินแล้ว จ่ายค่าจ้างแล้วตนก็แยกตัวกลับบ้าน ซึ่งต้องเอาเงินจำนวนนี้ไปให้ นายจ๋าย เพื่อส่งต่อไปเพื่อนของ นายจ๋าย อีกคนที่ดูแลระดับที่สูงกว่า ตนจึงวางแผนกับเพื่อนรุ่นพี่ทั้ง 4 คน ว่าจะจัดฉากถูกอุ้มขึ้นรถไปเพื่อหวังจะฮุบเงินทั้งหมด โดยคิดว่า นายจ๋าย คงจะไม่กล้าแจ้งความหรือติดตามเอาผิดเพราะเป็นเงินสีเทา เมื่อ นายจ๋าย มาที่บ้านเพื่อรับเงิน จึงเริ่มทำตามแผนทั้งหมด

หลังจากนั้นรถกระบะก็มุ่งหน้าไปที่ จ.หนองบัวลำภู มาส่งตนไว้ในพื้นที่อำเภอหนึ่ง ตนจำไม่ได้เพราะไม่ใช่คนในพื้นที่ ส่วนเพื่อน 4 คนก็แยกย้ายกันไป ตนนอนที่รีสอร์ต 1 คืน วันต่อมาช่วงเย็นก็ให้เพื่อนมารับไปส่งที่คิวรถ แล้วไป จ.ชลบุรี กินเที่ยวอยู่ที่นั่น 1 คืน จนเงินเหลืออยู่ 100,000 บาท ระหว่างนั้นก็รู้แล้วว่าเกิดเรื่องขึ้น พ่อพยายามโทรติดต่อ ได้คุยกันแต่ก็ไม่รู้เรื่อง

กระทั่งได้คุยกับตำรวจ จึงตั้งใจกลับมาเล่าความจริงทั้งหมด ตนทำงานให้กลุ่มนี้ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ตนไม่อยากยุ่งเกี่ยวอีก แต่ก็อยากได้เงินไปเที่ยว จึงกุเรื่องทั้งหมดขึ้น แบ่งเงินไป 2 แสนบาท ให้เพื่อนรุ่นพี่คนละ 5 หมื่นบาท

ด้าน พ.ต.ท.พิเชฐ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ทำการบันทึกถ้อยคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไว้แล้ว และจะขยายผลไปยังเครือข่ายนี้ทั้งหมด โดยจะเริ่มจากการติดตามตัวเจ้าของบัญชีม้าที่ นายบุ้ง กล่าวอ้าง และจะตรวจสอบเส้นทางการเงินในเครือข่ายนี้ทั้งหมดอีกครั้ง ซึ่งยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ใดในเรื่องนี้ แต่ทั้งหมดก็จะอยู่ในสำนวนการสืบสวน หากพบว่าผู้ใดเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ก็จะแจ้งข้อกล่าวหา และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หนุ่ม จัดฉากอุ้มตัวเอง เข้าพบ ตร. หวังเงิน 4 แสนของเพื่อน แฉได้มาจากบัญชีม้า เที่ยวจนเหลือ 1 แสน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...