โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวมทริคแก้ง่วงสไตล์คนรักสุขภาพ ตื่นได้แม้ไม่ดื่มกาแฟ พร้อมวิธีเช็กปริมาณคาเฟอีนที่ร่างกายรับไหว

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

รวบรวมวิธีแก้ง่วงตอนบ่ายสำหรับคนทำงานและนักเรียนที่ไม่อยากพึ่งกาแฟหรือคาเฟอีน แก้ปัญหา Food Coma และอาการเพลียระหว่างวันแบบได้ผลจริง

ช่วงเวลา 14.00 - 16.00 น. กลายเป็น "ชั่วโมงปราบเซียน" ของคนทำงานและนักเรียน หลายคนเผชิญกับอาการตาปรือ สมองล้า หรือที่เรียกว่า Food Coma จนต้องเดินไปกดกาแฟอีกแก้ว แต่รู้หรือไม่ว่าการอัดคาเฟอีนในช่วงบ่ายอาจทำให้คุณ "ตาค้าง" ในตอนกลางคืนได้ ไทยรัฐออนไลน์ขอเสนอ 7 วิธีแก้ง่วงแบบธรรมชาติที่จะช่วยให้คุณสดชื่นได้โดยไม่ต้องง้อกาแฟ

7 เทคนิคแก้ง่วงตอนบ่าย ตื่นเต็มตาแบบไม่ต้องพึ่งคาเฟอีน

หากคุณเพิ่งเช็ก ปริมาณคาเฟอีนในเครื่องดื่ม มาแล้วพบว่าร่างกายได้รับคาเฟอีนเกินโควตา แต่ความง่วงยังเข้าครอบงำ ลองเปลี่ยนมาใช้ "Bio-Hacks" หรือวิธีปรับพฤติกรรมง่ายๆ เหล่านี้ดูครับ

1. ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ

ภาพจาก iStock

อาการล้าและง่วงนอนบ่อยครั้งเกิดจากสภาวะร่างกายขาดน้ำ เลือดจะข้นขึ้นทำให้การขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงสมองช้าลง ลองดื่มน้ำเย็นจัด 1 แก้วใหญ่ทันทีที่รู้สึกง่วง จะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญและทำให้สมองตื่นตัวได้ดีกว่าที่คิด

2. ปรับเปลี่ยนประเภทมื้อกลางวัน

อาการง่วงหลังมื้ออาหาร หรือ Food Coma มักเกิดจากการทานคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว (ข้าวขาว, แป้ง, น้ำตาล) มากเกินไป จนน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงและดิ่งลงอย่างรวดเร็ว ลองเปลี่ยนมาทานโปรตีนและผักให้มากขึ้น จะช่วยให้ระดับพลังงานคงที่ตลอดบ่าย

3. ออกไปรับแสงแดด (Natural Light)

แสงแดดเป็นตัวช่วยสำคัญในการยับยั้งการหลั่งฮอร์โมน เมลาโทนิน (Melatonin) ที่ทำให้เราง่วงนอน การเดินออกไปรับแสงแดดเพียง 5-10 นาที จะส่งสัญญาณให้สมองรู้ว่า "นี่ยังไม่ใช่เวลานอน" และช่วยรีเซ็ตนาฬิกาชีวิตให้สดชื่นขึ้น

4. เทคนิค Power Nap (15-20 นาที)

ภาพจาก iStock

หากฝืนไม่ไหวจริงๆ การงีบหลับสั้นๆ หรือ Power Nap เพียง 20 นาทีมีประสิทธิภาพมากกว่าการดื่มกาแฟแก้วที่สองเสียอีก แต่ต้องระวังอย่าให้นานเกิน 30 นาที เพราะจะเข้าสู่สภาวะหลับลึก ซึ่งจะทำให้ตื่นมาแล้วรู้สึกเพลียกว่าเดิม

5. ขยับร่างกายกระตุ้นการไหลเวียน

การนั่งจ้องหน้าจอนานๆ ทำให้ร่างกายล้า ลองลุกขึ้นเดินยืดเส้นยืดสาย หรือเดินขึ้น-ลงบันไดเพียง 1-2 ชั้น เพื่อให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้น เป็นการกระตุ้นอะดรีนาลีนตามธรรมชาติที่ได้ผลดีเยี่ยม

6. ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นหรือใช้กลิ่นบำบัด

การใช้น้ำเย็นล้างหน้าช่วยกระตุ้นเส้นประสาทบนใบหน้าให้ตื่นตัวทันที หรือจะใช้กลิ่นบำบัด (Aromatherapy) เช่น กลิ่นเปปเปอร์มินต์ (Peppermint) หรือกลิ่นซิตรัส (Citrus) ก็ช่วยให้สมองรู้สึกโปร่งและมีสมาธิมากขึ้น

7. ฟังเพลงจังหวะเร็ว

ภาพจาก iStock

ดนตรีมีผลต่อการทำงานของสมอง ลองเปิดเพลงที่มีจังหวะสนุกสนานหรือเพลงที่ชวนให้ขยับร่างกาย จะช่วยกระตุ้นการหลั่งสารโดปามีน ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าและลืมความง่วงไปได้ชั่วขณะ

ทำไมเราควรเลิกอัดกาแฟในช่วงบ่าย?

การดื่มกาแฟแก้วที่ 2 หรือ 3 ในช่วงบ่ายส่งผลเสียมากกว่าที่คิด เพราะคาเฟอีนมีค่าครึ่งชีวิต (Half-life) ประมาณ 5-6 ชั่วโมง หมายความว่าหากคุณดื่มกาแฟตอน 16.00 น. เมื่อถึงเวลา 22.00 น. คาเฟอีนจะยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือดถึงครึ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นอนหลับไม่ลึกและตื่นมาเพลียในวันรุ่งขึ้น กลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่ต้องพึ่งกาแฟไม่สิ้นสุด

การแก้ง่วงตอนบ่ายไม่จำเป็นต้องจบที่ร้านกาแฟเสมอไป การปรับพฤติกรรมการทานอาหาร การพักผ่อนที่เหมาะสม และการขยับร่างกาย เป็นวิธีที่ยั่งยืนกว่าสำหรับสุขภาพระยะยาว หากใครที่ยังตัดขาดจากคาเฟอีนไม่ได้ แนะนำให้ลองเลือก เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนต่ำ เช่น ชาเขียว หรือโกโก้ แทนกาแฟเข้มข้น เพื่อถนอมสุขภาพการนอนของคุณ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รวมทริคแก้ง่วงสไตล์คนรักสุขภาพ ตื่นได้แม้ไม่ดื่มกาแฟ พร้อมวิธีเช็กปริมาณคาเฟอีนที่ร่างกายรับไหว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...