โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผู้ก่อตั้ง TRON แฉยับถูกบริษัท “ตระกูลทรัมป์” หักหลัง สั่งอายัดเหรียญพร้อมขู่ทำลายทรัพย์สินเกลี้ยง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

"จัสติน ซัน" ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม TRON ยื่นฟ้อง "World Liberty" ของตระกูลทรัมป์ อ้างถูกอายัดเหรียญและกีดกันสิทธิบริหาร ด้านบริษัทโต้กลับเป็นข้อกล่าวหาที่ไร้มูลความจริง

วันที่ 23 เมษายน 2569 - เกิดประเด็นความขัดแย้งครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซี เมื่อนายจัสติน ซัน ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม TRON ได้ดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางในเมืองซานฟรานซิสโก โดยระบุ ข้อหาว่าบริษัท World Liberty ซึ่งมีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายเอริก ทรัมป์ บุตรชาย เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ได้ดำเนิน "แผนการที่ผิดกฎหมาย" เพื่อยึดครองเหรียญ WLFI ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยบริษัทดังกล่าวที่เขาถือครองอยู่

นายจัสติน ซัน เปิดเผยผ่านแถลงการณ์บนสื่อสังคมออนไลน์ว่า ทางบริษัท World Liberty ได้สั่งระงับการทำธุรกรรมหรือ "อายัด" เหรียญทั้งหมดของเขา พร้อมทั้งลิดรอนสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในประธานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ (Governance) โดยอ้างว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ปราศจากเหตุผลอันสมควร และยังมีการข่มขู่ว่าจะทำลายเหรียญของเขาให้สิ้นสภาพอย่างถาวรด้วยวิธีการ "เผาเหรียญ" (Burning) อีกด้วย

นายซัน ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนตัวยงของนายทรัมป์และนโยบายด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า มี "บุคคลบางกลุ่ม" ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ World Liberty กำลังกระทำการที่ขัดต่อค่านิยมของประธานาธิบดี โดยเขากล่าวหาบุคคลอย่างนายเชส เฮอร์โร หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง ว่ากำลังใช้ชื่อเสียงและแบรนด์ของตระกูลทรัมป์เป็นช่องทางในการแสวงหาผลประโยชน์ผ่านการฉ้อโกง

ในเบื้องต้น นายซันได้เข้าไปลงทุนในโครงการ World Liberty เป็นจำนวนเงินสูงถึง 45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 33 ล้านปอนด์) และระบุว่าในช่วงเวลาหนึ่ง เหรียญ WLFI ที่เขาถือครองเคยมีมูลค่าพุ่งสูงกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา ราคาเหรียญ WLFI ได้ประสบสภาวะตกต่ำอย่างรุนแรง โดยราคาดิ่งลงจาก 31 เซนต์ เหลือเพียงไม่ถึง 8 เซนต์ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ นายซันยังได้แสดงความเชื่อมั่นต่อโครงการนี้ผ่านการเข้าซื้อเหรียญมีม (Meme Coin) ของนายทรัมป์เป็นมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2025 โดยระบุว่าการตัดสินใจลงทุนทั้งหมดเกิดจากความเชื่อมั่นในสายสัมพันธ์ของครอบครัวทรัมป์และความมุ่งมั่นในการสนับสนุนวงการคริปโตเคอร์เรนซี

ทางด้านตัวแทนจาก World Liberty ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยนายแซค วิตคอฟฟ์ อีกหนึ่งผู้ร่วมก่อตั้งและเป็นบุตรชายของนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษด้านตะวันออกกลางของประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ระบุว่าการฟ้องร้องของนายซันเป็นเพียง "ความพยายามที่สิ้นหวัง" ในการเบี่ยงเบนความสนใจจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของตัวนายซันเอง

"ข้อกล่าวหาของเขานั้นไม่มีมูลความจริงอย่างสิ้นเชิง และ World Liberty หวังเป็นอย่างยิ่งว่าศาลจะยกฟ้องในเร็ววัน"

ขณะที่นายเอริก ทรัมป์ ได้ให้ความเห็นเชิงเสียดสีต่อกรณีดังกล่าว โดยเปรียบเทียบว่าการฟ้องร้องครั้งนี้มีความตลกขบขันไม่ต่างจากการที่นายซันเคยทุ่มเงิน 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อซื้อผลงานศิลปะกล้วยที่ติดเทปกาวบนฝาผนังของนายเมาริซิโอ คัตเตลัน เมื่อปี ค.ศ. 2024 ก่อนที่เขาจะปอกกล้วยผลดังกล่าวรับประทาน

ปัจจุบัน กลุ่มนักลงทุนเริ่มแสดงความกังวลต่อการดำเนินงานของ World Liberty โดยเฉพาะในประเด็นการนำมูลค่าของเหรียญไปใช้เป็นหลักประกันในการกู้ยืม ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ได้ยุติการสอบสวนนายจัสติน ซัน ในคดีก่อนหน้าเกี่ยวกับการว่าจ้างอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังเพื่อโปรโมตบริษัทโดยไม่เปิดเผยข้อมูล

ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ ส.ว. อลิซาเบธ วอร์เรน ตั้งคำถามถึงความเชื่อมโยงระหว่างการยุติคดีกับการที่นายซันเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในธุรกิจคริปโตของนายทรัมป์หรือไม่

ในอีกด้านหนึ่ง ธุรกิจของนายทรัมป์อย่างแพลตฟอร์ม Truth Social ภายใต้บริษัท Trump Media & Technology ก็กำลังประสบปัญหาเช่นกัน โดยล่าสุดมีการเปลี่ยนตัวประธานเจ้าหน้าที่บริหารจากนายเดวิน นูเนส มาเป็นนายเควิน แมกเกิร์น เป็นการชั่วคราว หลังจากที่ราคาหุ้นของบริษัทร่วงลงเกือบสองในสามในช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจากไม่สามารถดึงดูดผู้ใช้งานทั่วไปได้นอกเหนือจากกลุ่มผู้สนับสนุนที่ติดตามความเคลื่อนไหวของประธานาธิบดีทรัมป์เพียงอย่างเดียว

อ้างอิง : www.bbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...