โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมทองคำไม่พุ่ง? ผ่า 4 กลไกมหภาคกดราคาทอง ท่ามกลางวิกฤตโลก

The Better

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 04.34 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 04.30 น. • THE BETTER
นพ.กรณ์ ปองจิตธรรม

ในยามที่สถานการณ์ความขัดแย้งระดับโลกทวีความรุนแรงจนน่ากังวล ตามตำราการลงทุนมักระบุว่า "ทองคำ" คือสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่ราคาต้องพุ่งทะยาน แต่ในโลกความเป็นจริงของตลาดการเงินปี 2026 เรากลับเห็นภาพราคาทองคำนิ่งสนิทหรือแม้แต่ปรับตัวลดลง ปรากฏการณ์สวนทางนี้อธิบายได้ด้วยกลไกทางเศรษฐกิจมหภาค 4 ปัจจัยหลักที่กำลังกดทับมูลค่าของทองคำเอาไว้

1. การเรืองอำนาจของดอลลาร์สหรัฐ (King Dollar)
ในภาวะวิกฤตขั้นสุด ความต้องการที่แท้จริงของนักลงทุนสถาบันไม่ใช่การถือสินทรัพย์เพื่อเก็งกำไร แต่คือการถือ "เงินสด" ที่มีสภาพคล่องสูงที่สุด ซึ่งก็คือดอลลาร์สหรัฐ เมื่อดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) แข็งค่าขึ้นอย่างรุนแรง ทองคำซึ่งถูกซื้อขายด้วยสกุลเงินดอลลาร์ (XAU/USD) จึงถูกกดดันโดยอัตโนมัติตามกลไกตาชั่ง ยิ่งดอลลาร์แพง ทองคำในกระดานเทรดจึงดูเหมือนมีราคาลดลง

2. กับดักดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ (Interest Rates & Inflation)
แม้สงครามจะดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นจนเกิดเงินเฟ้อ แต่ผลกระทบที่ตามมาคือการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเพื่อสู้กับเงินเฟ้อนั้น เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย (Zero-yield asset) เมื่อเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลที่ให้ผลตอบแทนแน่นอนและสูงกว่าในขณะนี้ นักลงทุนจึงเลือกโยกเงินออกจากทองคำไปหาพันธบัตรแทน

3. วิกฤตสภาพคล่องและการโดนบังคับขาย (Margin Calls)
เมื่อตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งลงอย่างหนัก นักลงทุนรายใหญ่และกองทุนต่างเผชิญกับภาวะ "Margin Call" หรือการถูกเรียกหลักประกันเพิ่มเพื่อรักษาพอร์ตการลงทุน วิธีที่เร็วที่สุดในการหาเงินสดมาเติมคือการเทขายสินทรัพย์ที่มีกำไรหรือมีสภาพคล่องสูง ซึ่งทองคำมักเป็นเป้าหมายแรกๆ ที่ถูกขายเพื่อนำเงินสดไปอุดรอยรั่วในส่วนอื่นของพอร์ต

4. พฤติกรรม Sell on Fact
ราคาทองคำมักจะตอบรับความคาดหวังล่วงหน้า (Priced in) ไปก่อนที่เหตุการณ์จริงจะเกิดขึ้น เมื่อความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุดและสถานการณ์เริ่มประเมินความเสียหายได้ชัดเจน นักลงทุนที่เข้ามาเก็งกำไรก่อนหน้าจึงเลือกจังหวะนี้ในการ "เทขายทำกำไร" ออกมาตามกลไกตลาด ส่งผลให้ราคาที่ควรจะพุ่งต่อกลับย่อตัวลง

สรุปภาพรวม: ในวินาทีนี้ทองคำกำลังติดอยู่กลางศึกชักเย่อระหว่าง "ความกลัว" ที่ผลักดันให้คนซื้อ กับ "ความต้องการเงินสดและดอกเบี้ยที่สูง" ที่ผลักดันให้คนขาย ซึ่งแรงขายเพื่อดึงสภาพคล่องกลับมาถือเงินสดในปัจจุบันมีน้ำหนักมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ราคาทองคำยังไม่สามารถทะยานไปได้ไกลอย่างที่หลายคนคาดการณ์
หากสถานการณ์เปลี่ยนไปจนดอลลาร์เริ่มอ่อนแรงหรือดอกเบี้ยมีทิศทางขาลงอย่างชัดเจน เมื่อนั้นทองคำอาจจะกลับมาทำหน้าที่เป็นผู้ชนะในโลกการเงินได้อีกครั้ง

แล้วมีปัจจัยใดที่จะทำให้ค่า เงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงในอนาคตโปรดติดตามตอนต่อไป

Korn Pongjitdham, M.D.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...