โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ประชาธิปัตย์’ ชงทางแก้น้ำมันแพง ชี้รัฐต้องกล้าเก็บค่าธรรมเนียม ‘ลาภลอย’ โรงกลั่นลิตรละ 3 บาท

เดลินิวส์

อัพเดต 18 มีนาคม 2569 เวลา 2.28 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
'ประชาธิปัตย์' ชง 2 ทางแก้น้ำมันแพง ลดภาษีสรรพสามิต-เก็บค่าธรรมเนียม 'ลาภลอย' จากโรงกลั่นลิตรละ 3 บาท อย่าให้ประชาชนแบกค่าครองชีพ แต่โรงกลั่นน้ำมันได้กำไร

เมื่อวันที่ 17 มี.ค. นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปัญหาราคาน้ำมันแพง ว่า พรรคประชาธิปัตย์มีข้อเสนอเพื่อเป็นทางออกสำหรับแก้ปัญหาราคาน้ำมันดีเซลให้กับรัฐบาลและโรงกลั่น โดยไม่ควรปล่อยให้ประชาชนรับภาระอยู่ฝั่งเดียว ดังนั้น ทุกฝ่ายควรมีส่วนร่วมเพื่อลดภาระของประชาชนและภาคเอกชนในสภาวการณ์ปัจจุบัน ดังนี้ 1.รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตทันที ลิตรละ 6 บาท 2.เก็บค่าธรรมเนียม “ลาภลอย” จากโรงกลั่นลิตรละ 3 บาท เพื่อนำเงินเข้าสนับสนุนกองทุนน้ำมัน สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายครัวเรือนและภาคธุรกิจได้รับผลกระทบโดยตรง ขณะที่การใช้กองทุนน้ำมันเพื่อชดเชยราคา แม้ช่วยบรรเทาในระยะสั้น แต่สุดท้ายก็เป็นภาระที่ประชาชนต้องร่วมกันชำระในอนาคตอยู่ดี

"ในความเป็นจริง วันนี้มีผู้เกี่ยวข้องหลักอยู่ 3 ฝ่าย คือ 1.ประชาชนผู้ใช้น้ำมัน 2.รัฐบาลในฐานะผู้จัดเก็บภาษี 3.โรงกลั่นซึ่งได้รับประโยชน์จากค่าการกลั่นที่ปรับสูงขึ้นมาก แต่ตอนนี้ชัดเจนว่ามีประชาชนฝ่ายเดียวที่เดือดร้อน และต้องแบกรับภาระราคานํ้ามันและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ขณะที่รัฐบาลยังเก็บภาษีในอัตราเท่าเดิม และโรงกลั่นนํ้ามันมีรายได้เพิ่มขึ้นมากจากค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้น และจากกำไรที่ได้จากต้นทุนนํ้ามันดิบที่ตํ่ากว่าราคาตลาดปัจจุบัน" นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า แนวทางที่เราเสนอนี้จะช่วยลดภาระการชดเชยจากกองทุนน้ำมันลงได้มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เหลือประมาณวันละ 700 ล้านบาท ทำให้กองทุนยังสามารถดูแลเสถียรภาพราคาน้ำมันได้ในช่วงวิกฤติ รวมถึงช่วยให้ประชาชนผ่านช่วงเทศกาลสำคัญอย่างสงกรานต์ไปได้โดยไม่ต้องเผชิญต้นทุนที่สูงเกินไป ในอดีตเคยมีความพยายามเจรจากับโรงกลั่นในลักษณะคล้ายกัน แต่ยังไม่เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ครั้งนี้จึงควรดำเนินการอย่างโปร่งใส มีเหตุผล และคำนึงถึงความเป็นธรรมของทุกฝ่าย ซึ่งรัฐบาลมีเครื่องมือและอำนาจในการกำกับดูแลอยู่แล้ว เช่น การควบคุมสินค้าจำเป็นผ่านกระทรวงพาณิชย์ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “ทำได้หรือไม่” แต่คือ “จะดำเนินการเมื่อใด”

"ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจเปราะบาง สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่การโยนภาระให้กันไปมา แต่คือการตัดสินใจเชิงนโยบายที่กล้าหาญ มีเหตุผล และยึดประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก หากทุกฝ่ายร่วมรับผิดชอบอย่างเป็นธรรม เราจะสามารถพาประเทศผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้" นายกรณ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...