ถ้าสงครามอิหร่านยืดเยื้อออกไปอีก เหยื่อสงครามรายต่อไปคือการผลิตอาหารโลก
รายงานโดย ปรีดี บุญซื่อ
ถ้าสงครามในตะวันออกกลางยังดำเนินต่อไปอีก ความเป็นไปได้มากคือ ประชาชนทั่วโลกจะต้องเสียเงินซื้ออาหารแพงขึ้น ส่วนประเทศที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแออาจเผชิญความอดอยาก เพราะประเทศในอ่าวเปอร์เซียเป็นแหล่งผลิตปุ๋ยรายใหญ่ของโลก คนทั่วโลกมักรู้จักภูมิภาคนี้ ว่าเป็นแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ แต่การมีพลังงานจำนวนมหาศาลทำให้มีการพัฒนาโรงงานที่ผลิตวัตถุดิบสำหรับปุ๋ยหลายประเภท โดยเฉพาะธาตุอาหารพืชอย่างไนโตรเจน
ปุ๋ยไนโตรเจนมาจากสังเคราะห์ทางเคมี โดยอาศัยก๊าซธรรมชาติ ทำให้กลายเป็นธาตุอาหารของพืช มีสัดส่วนในการผลิตพืชผลถึง 50% ของอาหารของโลก ทุกวันนี้ โรงงานผลิตปุ๋ยไตโตรเจนในอ่าวเปอร์เซีย ยังทำการผลิตอยู่ แต่การส่งมอบแก่ผู้ซื้อในประเทศต่างๆ ต้องหยุดชะงักลงทันที เนื่องจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่เป็นจุดคอขวดระหว่างอ่าวเปอร์เซียกับมหาสมุทรอินเดีย
สงครามเผยจุดอ่อนห่วงโซ่อุปทาน
รายงานของ The New York Times เรื่อง War in the Middle East Threatens Global Food Production กล่าวว่า การหยุดการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ เป็นสาเหตุหลักทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมพุ่งสูงขึ้น หากยังมีห้ามการเดินเรือ ราคาปุ๋ยเคมี จะสูงขึ้น ทำให้เกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยลง และปริมาณการผลิตอาหารโลก ก็จะลดลงตามไปด้วย โลกเราพึ่งพาสูงมากกับการผลิตปุ๋ย และวัตถุดิบที่มาจากภูมิภาคนี้
สงครามทำให้เห็นจุดอ่อนของเศรษฐกิจแบบเชื่อมโยงกัน สี่ปีที่แล้ว เมื่อรัสเซียบุกยูเครน โลกเราได้บทเรียนจากภูมิศาสตร์การเกษตร ทั้งสองประทศเป็นแหล่งผลิตธัญพืช และยังผลิตปุ๋ยจำนวนมาก สงครามที่ต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรต้องใช้ปุ๋ยอย่างระมัดระวังมากขึ้น แต่สงครามตะวันออกกลางไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเก็บเกี่ยวธัญพืช แต่ส่งผลกระทบต่อการขนส่งปุ๋ย ที่จะมีความรุนแรงกว่า เจ้าหน้าที่บริษัทข้อมูลสินค้าโภคภัณฑ์ Argus Media กล่าวว่า สงครามมีผลกระทบต่อผู้ผลิตปุ๋ยในหลายประเทศ
ปุ๋ยเคมีที่ให้ธาตุอาหารแก่ดินเพาะปลูกมี 3 แบบหลักๆ คือ ไนโตรเจน โพแตสเซียม และฟอสฟอรัส ประเทศส่งออกรายใหญ่คืออิหร่าน ซาอุดิอาระเบีย กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และบาห์เรน ล้วนอาศัยการส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สมาคมปุ๋ยระหว่างประเทศกล่าวว่า 5 ประเทศเหล่านี้มีสัดส่วน 1 ใน 3 ของการค้าโลกด้านปุ๋ยยูเรีย และ 1 ใน 4 การค้าโลกด้านปุ๋ยแอมโมเนีย และประเทศผู้ผลิตปุ๋ยยูเรียรายใหญ่ 4 ประเทศ ล้วนมีฐานทัพสหรัฐฯอยู่ทุกประเทศ
สัปดาห์ที่ผ่านมา QatarEnergy ผู้ผลิตปุ๋ยยูเรียรายใหญ่ของกาตาร์ ประกาศหยุดการผลิต เนื่องการโจมตีจากโดรนของอิหร่าน ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงการใช้ก๊าซธรรมชาติของกาตาร์ เจ้าหน้าที่สมาคมปุ๋ยระหว่างประทศกล่าวว่า ไม่มีใครรู้ว่าเหตุการณ์ที่เป็นอยู่ จะเกิดขึ้นนานเท่าไหน และจะยังมีปุ๋ยในสต็อกมากพอหรือไม่
เมื่อเกิดโควิด-19 โลกเห็นความเสี่ยงจากการพึ่งพาจีนประเทศเดียว เรื่องวัตถุดิบในการผลิตยา ความปั่นป่วนในตะวันออกกลาง ก็ทำให้เห็นอันตรายจากการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากอ่าวเปอร์เซีย ทำให้มีการพูดกันมากเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ไปสู่พลังงานลมและแสงอาทิตย์ การหยุดชะงักของอุตสาหกรรมปุ๋ย เป็นการเตือนภัยที่ว่า ภูมิภาคที่มีความขัดแย้งแปรปรวนสูงนี้ คือส่วนที่สำคัญของห่วงโซ่การผลิตอาหารโลก
Raj Patel ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการผลิตอาหารที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยเท็กซัส กล่าวว่า การแก้ปัญหาในระยะยาวคือ ไม่พึ่งพาปุ๋ยที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทางออกที่เป็นไปได้อย่างหนึ่งคือ วิธีการของอินเดียกับบราซิล ที่สนับสนุนเกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยนำเข้า โดยหันมาใช้ธาตุอาหารสำหรับเพาะปลูก ที่ผลิตมาจากท้องถิ่นแทน ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเห็นด้วยกับความคิดดังกล่าว แต่ก็มองว่า วิธีการดังกล่าวไม่ได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าว่า ในปีนี้จะทำการผลิตอย่างไร
ทางออกเฉพาะหน้าอาจต้องอาศัยปุ๋ยจากจีน แต่รัฐบาลจีนมีนโยบายป้องกันไม่ให้เกษตรกร ได้รับผลกระทบจากความปั่นป่วนทางภูมิรัฐศาสตร์ แบบที่กำลังเกิดขึ้น ที่จะทำให้ราคาปุ๋ยในประเทศแพงขึ้น จีนเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้ปุ๋ยรายใหญ่สุของโลก แต่ได้เปลี่ยนบทบาทจากผู้ส่งออก มาเป็นการรักษาเสถียรภาพภายในประเทศแทน โดยจำกัดการส่งออกปุ๋ย เพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านอาหารภายใน
หากฮอร์มุซปิด 1 ปีคือหายนะภัย
ส่วนรายงานของ The Guardian เรื่อง Global food supplies could badly hit if Iran war drags on ได้สัมภาษณ์ Sven Tore Holsether ผู้บริหาร Yara International บริษัทปุ๋ยรายใหญ่สุดของโลก ที่กล่าวว่า จากความสำคัญของปุ๋ย หากสงครามอิหร่านยืดเยื้อออกไป จะกระทบร้ายแรงต่อผลผลิตการเกษตร ความขัดแย้งในภูมิภาคนี้มีนัยยะต่อโลก เพราะเป็นเส้นตรงไปสู่ระบบอาหารโดยตรง
นับจากสงครามอิหร่านที่เริ่มต้นเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ต้นทุนวัตถุดิบการผลิตปุ๋ยพุ่งสูงขึ้น เพราะ 1 ใน 3 ของยูเรีย และ 1 ใน 4 ของแอมโมเนีย ที่เป็นธาตุอาหารสำหรับของพืชเกษตร มาจากแถบอ่าวเปอร์เซีย ภายในหนึ่งสัปดาห์ ราคาปุ๋ยยูเรียในอียิปต์ ตลาดใหญ่ที่ทั่วโลกจับตามองมากที่สุด เพิ่มจากตันละ 485 ดอลลาร์เป็น 665 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นตันละ 180 ดอลลาร์ หรือ 37%
Yara International เป็นบริษัทข้ามชาติปุ๋ยเคมีของนอร์เวย์ ตั้งขึ้นในปี 1905 เป็นผู้ผลิตปุ๋ยไนโตรเจนรายใหญ่ มีโรงงานในเนเธอร์แลนด์ เยอรมัน ฝรั่งเศส และอินเดีย ทำธุรกิจกว่า 60 ประเทศ และขายปุ๋ยแก่ 150 ประเทศทั่วโลก มีรายปีหนึ่ง 15 พันล้านดอลลาร์ และปริมาณปุ๋ยที่จำหน่ายปีหนึ่ง 23.7 ล้านตัน
Sven Holsether CEO ของ Yara กล่าวว่า หากช่องแคบฮอร์มุซปิดนานเป็นปี จะกลายเป็นหายนะภัย เรากำลังพูดถึงสารอาหารของพืชเกษตร หากไม่ได้รับสารอาหาร เราจะได้เห็นปริมาณที่ลดลงอย่างมากของผลผลิต เช่น การปลูกมันฝรั่งในยุโรป สำหรับฤดูร้อนที่กำลังมาถึง ผลผลิตจะลดลง 50% อุตสาหกรรมปุ๋ยได้รับผลกระทบ 2 อย่าง (1) การขนส่งวัตถุดิบจากอ่าวเปอร์เซียหยุดชะงักลง และ (2) ราคาก๊าซธรรมชาติที่ใช้สังเคราะห์ไนโตรเจนในอากาศ พุ่งสูงขึ้น
แม้ความมั่นคงทางอาหารจะเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ ต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของทุกประเทศ แต่ผู้บริหาร Yara กล่าวว่า ในการประมูลซื้อปุ๋ยในตลาดโลกนั้น ยุโรปมีกำลังซื้อทางการเงิน มากกว่าประเทศยากจน เราจำเป็นต้องจดจำสิ่งที่ร้ายแรงนี้ไว้ ก่อนที่จะสายเกินไป
เอกสารประกอบ
War in the Middle East Threatens Global Food Production, March 7, 2026. nytimes.com
Global food supplies could badly hit if Iran war drags on, says fertilizer boss, 14 March 2026, theguardian.com