โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ ส่งเรือโจมตี-นาวิกโยธิน 2,500 นาย มุ่งหน้าตะวันออกกลาง

Xinhua

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : ประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมประท้วงต่อต้านการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ วันที่ 7 มี.ค. 2026)

วอชิงตัน, 14 มี.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันศุกร์ (13 มี.ค.) สื่อสหรัฐฯ รายงานว่าเพนตากอนได้ส่งเรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบกและหน่วยรบนาวิกโยธิน (MEU) ไปยังตะวันออกกลาง ท่ามกลางความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่กับอิหร่าน

เจ้าหน้าที่กลาโหมของสหรัฐฯ เปิดเผยกับฟ็อกซ์ นิวส์ (Fox News) ว่าเพนตากอนกำลังส่งเรือยูเอสเอส ตริโปลี (USS Tripoli) ซึ่งเป็นเรือจู่โจมสะเทินน้ำสะเทินบก และหน่วยรบนาวิกโยธินที่ 31 ไปยังตะวันออกกลาง พร้อมด้วยกำลังพลนาวิกโยธินสหรัฐฯ ราว 2,500 นาย

รายงานระบุว่าเรือยูเอสเอส ตริโปลีมีฐานปฏิบัติการอยู่ในญี่ปุ่น และอาจเดินทางถึงที่หมายภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์

อาซิออส (Axios) เว็บไซต์ข่าวของสหรัฐฯ อ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ รายงานว่านอกจากกำลังพลนาวิกโยธินนับพันนายแล้ว การส่งกำลังพลครั้งนี้ยังมีเรือรบอีกหลายลำและเครื่องบินขับไล่เอฟ-35 (F-35) ซึ่งจะไปสนับสนุนกองกำลังที่ประจำการอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลางอยู่แล้ว

เจ้าหน้าที่ระบุว่ากองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้ร้องขอการเสริมกำลังพลชุดใหม่เพื่อเพิ่มทางเลือกสำหรับปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน พร้อมเสริมว่าหน่วยรบนาวิกโยธินจะสามารถปฏิบัติการภาคพื้นดินได้หากได้รับคำสั่ง

อนึ่ง เมื่อวันศุกร์ (13 มี.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์ นิวส์ว่ากองทัพสหรัฐฯ จะคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซหากมีความจำเป็น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...