โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

พ่อสปอยล์ลูกชาย : เปิดงานวิจัยว่าด้วยความลำเอียง (เล็กๆ) ในครอบครัว

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 03.47 น. • Features

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกมากกว่าหนึ่งคน มักจะพยายามให้ความรัก ความเอาใจใส่ และเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกทุกคนอย่างเท่าเทียม แต่ในโลกของจิตวิทยาและเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมกลับพบความจริงที่น่าสนใจว่า ในความเท่าเทียมนั้น ลูกชายอาจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจควักเงินในกระเป๋าของคุณพ่อได้มากกว่าที่คิดงานวิจัยจาก Chicago Booth โดย Dr. Rebecca Dizon-Ross และคณะ ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมการใช้จ่ายในครอบครัวอย่างลึกซึ้ง และพบรูปแบบที่สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำที่น่าตกใจว่า ครอบครัวที่ให้พ่อเป็นคนตัดสินใจซื้อของในบ้าน ลูกสาวมักจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะ พ่อสปอยล์ลูกชาย มากกว่าเสมอ และโดยเฉลี่ยคุณพ่อจะจ่ายเงินให้ลูกสาวน้อยกว่าลูกชายถึง 6% ในขณะที่พฤติกรรมนี้กลับไม่เกิดขึ้นกับคุณแม่ เพราะผลวิจัยชี้ว่าคุณแม่ส่วนใหญ่มีความยุติธรรมและพร้อมจะซัปพอร์ตลูกทั้งสองเพศอย่างเท่าเทียมแล้วอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ พ่อสปอยล์ลูกชาย มากกว่าใคร เราสรุปประเด็นจากงานวิจัยดังกล่าว เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจที่มาของพฤติกรรมเหล่านี้มากขึ้นมาฝากค่ะ1. กับดักความลำเอียงที่ไม่ได้มาจากเหตุผลทางการเงิน

ในช่วงแรกของการศึกษานี้นักวิจัยตั้งสมมติฐานไว้ว่า การที่คุณพ่อยอมลงทุนให้ลูกผู้หญิงน้อยกว่าอาจเป็นเพราะมองเรื่องความคุ้มค่าหรือการลงทุนเพื่ออนาคต เช่น ค่านิยมหรือการคิดไปเองว่าลูกชายมีโอกาสที่จะเติบโตขึ้นเพื่อเป็นผู้นำหรือเสาหลักของครอบครัวมากกว่า จึงยอมทุ่มเทเงินทองไปกับค่าเทอมหรือค่ารักษาพยาบาลมากกว่าแต่ผลการทดลองกลับหักล้างความเชื่อนั้นอย่างสิ้นเชิง เพราะนักวิจัยพบว่าแม้แต่ของเล่นหรือของกินที่ให้ความสุขเพียงชั่วคราวอย่างลูกอมหรือลูกบอล ซึ่งไม่ได้เป็นการลงทุนหรือส่งผลต่อความมั่นคงในอนาคตของลูก คุณพ่อก็ยังคงยอมจ่ายเงินซื้อให้ลูกผู้หญิงน้อยกว่า สิ่งนี้เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันว่า พฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้มาจากเหตุผลของความคุ้มค่า แต่คือความลำเอียงที่อยู่ในความรู้สึกเอ็นดูส่วนตัว ซึ่งคุณพ่อหลายคนอาจทำไปโดยสัญชาตญาณและไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังปฏิบัติกับลูกสองคนไม่เท่ากัน2. อำนาจการตัดสินใจของแม่คือเกราะคุ้มกันความเท่าเทียม

ประเด็นที่น่าสนใจมากจากงานวิจัยชิ้นนี้คือการชี้ให้เห็นว่า ในบ้านที่คุณแม่มีบทบาทในการบริหารงบประมาณหรือมีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องเงินทองสูง ช่องว่างความลำเอียงระหว่างเพศจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด นั่นเป็นเพราะโดยธรรมชาติของคุณแม่มักจะมีมุมมองที่ยุติธรรมและพยายามประคับประคองให้ลูกทุกคนได้รับสิ่งที่เหมาะสมตามความจำเป็นมากกว่าความชอบส่วนตัวดังนั้นการที่คุณแม่เข้าไปมีส่วนร่วมในการวางแผนค่าใช้จ่ายในครัวเรือนจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการช่วยแบ่งเบาภาระหรือการจัดการบ้านเรือนทั่วไป แต่คือการสร้างหลักประกันเพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกจะเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา การดูแลสุขภาพ และความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตได้เท่าเทียมกับลูกชายนั่นเอง3. เมื่อความแตกต่างของยอดเงิน ส่งผลต่อความรู้สึกของลูก

แม้สัดส่วนเงินที่ต่างกันเพียงเล็กน้อยอาจดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่นักจิตวิทยาเด็กมองว่าสิ่งนี้ส่งผลกระทบระยะยาวต่อจิตใจของเด็กอย่างมหาศาล เพราะเด็กวัยเรียนรู้มักจะใช้การเปรียบเทียบสิ่งของหรือรางวัลที่ได้รับเป็นมาตรวัดความรักจากพ่อแม่ หากลูกสาวสัมผัสได้ซ้ำๆ ว่าตัวเองต้องพยายามมากกว่า หรือต้องรอคอยนานกว่าเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ลูกชายได้รับอย่างง่ายดาย อาจทำให้ลูกเติบโตมาพร้อมกับความรู้สึกว่าตัวเองมีค่าน้อยกว่า หรือมีความมั่นใจในตัวเองที่ลดลงนอกจากนี้ความลำเอียงในเรื่องเล็กน้อยอย่างการแบ่งขนมหรือแบ่งของเล่นยังเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่กระตุ้นให้เกิดการแข่งขันและการอิจฉากันระหว่างพี่น้อง เพราะเด็กจะรู้สึกว่าพื้นที่ความรักในบ้านมีไม่เท่ากัน ทำให้บรรยากาศในครอบครัวเต็มไปด้วยความตึงเครียดและการเรียกร้องความสนใจที่มากขึ้นโดยไม่จำเป็นอีกด้วย4. สำรวจใจตัวเองว่ากำลังสร้างกำแพงระหว่างลูกชายและลูกสาวหรือเปล่า

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนี้เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องกลับมาหมั่นสำรวจความรู้สึกของตัวเอง ลองย้อนดูว่าที่ผ่านมาเราเผลอทุ่มเทหรือให้รางวัลลูกคนไหนมากกว่ากันเพียงเพราะลึกๆ เราคาดหวังในตัวลูกชายมากกว่าลูกสาวหรือเปล่า หรือเรากำลังใช้มาตรฐานคนละอันมาตัดสินพฤติกรรมของลูกทั้งสองคนอยู่ไหม การรู้เท่าทันความรู้สึกที่มองไม่เห็นเหล่านี้ จะช่วยให้เราดึงสติกลับมาได้ทัน ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อของหรือมอบโอกาสให้ใครคนใดคนหนึ่งเพียงเพราะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายที่สำคัญคือนอกจากเรื่องเงินทองแล้ว การให้เวลาคุณภาพอย่างเท่าเทียมกันก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ การทำให้ลูกเห็นและรู้สึกได้จริงๆ ว่าไม่ว่าลูกจะเป็นใคร ก็จะได้รับการสนับสนุนที่เต็มร้อยเท่ากันจากพ่อแม่ คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดที่จะช่วยให้ลูกเติบโตไปเป็นเด็กที่มีความสุข มีความมั่นใจ และพร้อมจะส่งต่อความรักที่เท่าเทียมนี้ต่อไปในอนาคตอีกด้วยสุดท้ายแล้ว… เรื่องเหล่านี้อาจไม่ใช่ความจริงเสมอไปสำหรับทุกครอบครัว เพราะในชีวิตจริงเรามักจะเห็นภาพคุณพ่อสายเปย์ที่ยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อลูกสาวจนคุณแม่ต้องยอมแพ้ หรือคุณพ่อที่พยายามสร้างความเท่าเทียมอย่างสุดความสามารถ งานวิจัยนี้จึงไม่ได้มีไว้เพื่อตัดสินใคร แต่มีไว้เพื่อช่วยให้เราสำรวจมุมมืดในใจที่อาจมองข้ามไป เพื่อให้มั่นใจว่าลูกๆ ทุกคนจะเติบโตขึ้นท่ามกลางความรักของคุณพ่อคุณแม่นั่นเองอ่านบทความ: พ่อชอบสปอยล์ลูก: 4 สถานการณ์ที่คุณพ่อต้องยอมเป็นคนใจร้ายในสายตาลูก (บ้าง)อ้างอิงchicagobooth.edu

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...