เปิดนาทีเดือดกลางโรงพัก มือปืนเรียก 9 ล้าน ยกมือไหว้ ตร. ก่อนยิงคู่กรณีดับต่อหน้าลูกเมีย
เปิดนาทีเดือดกลางโรงพัก มือปืนเรียก 9 ล้าน ค่าสินไหมที่ถูกรุมทำร้ายจนสาหัส แต่คนตายไม่ยอม ก่อนยกมือไหว้ ตร. ก่อนยิงคู่กรณีดับต่อหน้าลูกเมีย
หลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญบน สน.หลักสอง นายคมสัน อินทฤทธิ์ อายุ 33 ปี ถูกยิงเสียชีวิตบนโรงพัก และ นายอนุสรณ์ วิชาธร อายุ 33 ปี ทนายความได้รับบาดเจ็บ ต่อหน้าพนักงานสอบสวน หลังเรียกผู้ตายและ นายพีรสิน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี คู่กรณี มาไกล่เกลี่ยเหตุรถชนและชกต่อยกันเมื่อ 4 เดือนที่แล้ว แต่ตกลงกันไม่ได้ ต่อมาตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันที่ 16 ธ.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ นายคมสัน ถูกอาวุธปืนขนาด 9 มม.ยิงเข้าที่ร่างกายถึง 5 นัด ส่วน นายอนุสรณ์ ทนายความถูกยิง 3 นัด อาการสาหัส และที่เกิดเหตุนั้นพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 8 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สำหรับมูลเหตุนั้นเกิดขึ้นจาก เมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา นายพีรสิน ซึ่งเป็นพ่อค้าขายพริก กำลังขับรถกระบะออกจากบ้านพักย่านพระราม 2 ไปรับสินค้าที่ย่านหลักสอง และกำลังจะหลับบ้านพัก กระทั่งมาถึงช่วงซอยเพชรเกษม 90-92 ก็เห็นรถเก๋งฮอนด้าซิตี้ 5 ประตู ทะเบียนป้ายแดง ล-6048 กรุงเทพมหานคร ขับเข้ามาประกบจากทางด้านซ้าย โดยผู้ขับขี่ได้เปิดกระจกขว้างขวดใส่รถของ นายพีรสิน โดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งที่ไม่ได้มีเรื่องราวกันมาก่อน นายพีรสิน จึงได้จอดรถ แล้วเปิดกระจกเพื่อจะสอบถามสาเหตุ
และระหว่างที่ นายพีรสิน กำลังจะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน ก็ถูกปาขวดเข้ามาที่มือจนมือถือหล่นได้รับความเสียหาย แต่พอ นายพีรสิน จะปิดกระจกรถเพื่อจะขับหลบหนีเพราะเห็นท่าไม่ดี คู่กรณีกลับลงจากรถพร้อมเพื่อนชายอีก 1 คน ฉุดกระชากตัว นายพีรสิน ออกมาจากรถทางหน้าต่างฝั่งคนนั่งข้าง พร้อมกับรุมทำร้ายด้วยการใส่สนับมือต่อยที่ใบหน้าหลายครั้ง ก่อนที่พลเมืองจะช่วยกันพาส่งโรงพยาบาล โดยพบว่า ดั้งจมูกหัก ฟันหัก 3 ซี่ เบ้าตาบวมปิดทั้ง 2 ข้าง และมีเลือดออกนัยน์ตา อาการสาหัส
หลังเกิดเหตุญาติๆ ของ นายพีรสิน ได้โพสต์เฟซบุ๊กและนำคลิปเหตุการณ์ลงเพื่อหาเบาะแส กระทั่งตำรวจสามารถติดตามตัว นายคมสัน ผู้ตายเอาไว้ได้ กระทั่งวันนี้ (16 ธ.ค.) พ.ต.ท.กฤษณะ ทองบ้านบ่อ สว.(สอบสวน) สน.หลักสอง เจ้าของคดี ได้เรียกทั้งคู่มาตกลงกัน โดยผู้ตายมาพร้อมกับทนายความ เพื่อเจรจาชดใช้ค่าสินไหมทั้งกรณีทำร้ายร่างกาย นายพีรสิน และกรณีรถเฉี่ยวชนกัน
ระหว่างที่ นายพีรสิน เรียกร้องค่าเสียหายทั้งสิ้น 9 ล้านบาท ฝ่ายผู้ตายปฏิเสธยืนกรานว่าไม่สามารถชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวให้ได้ พนักงานสอบสวน จึงสรุปจะส่งสำนวนคดีฟ้องต่อศาล แต่จู่ๆ นายพีรสิน ก็เดินเข้ามาหาผู้ตายและทนายความที่กำลังนั่งอยู่ด้านหน้าโต๊ะพนักงานสอบสวน ก่อนตะโกนถามว่า "แล้วมึงทำกูทำไม" จากนั้นยกมือไหว้ พ.ต.ท.กฤษณะ พร้อมกับพูดว่า "ผมขอโทษครับ" แล้วชักปืนออกจากกระเป๋าสะพาย ยิงรัวไป 8 นัด ก่อนหลบหนี
ทั้งนี้หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. ได้เดินทางมาที่โรงพักควบคุมการสืบสวนด้วยตนเอง ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะเกิดเหตุการณ์ นายคมสัน ยังได้พาภรรยาและลูกสาววัย 1 ขวบ มาที่โรงพักและนั่งอยู่ในห้องพนักงานสอบสวนด้วย ทำให้ลูกน้อยต้องกำพร้าพ่อ จากเหตุการณ์ถูกกระหน่ำยิง ไปต่อหน้าต่อตา
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่อาสามูนิธินำร่างของ นายคมสัน ขึ้นรถ เพื่อนำส่งชันสูตรที่นิติเวช ร.พ.ศิริราช ภรรยาของ นายคมสัน ก็ได้เข้ามาร่ำไห้ต่อหน้าศพสามี จนญาติต้องเข้ามาปลอบใจและนำตัวออกไปสงบสติอารมณ์